ผู้เขียน หัวข้อ: เฮนรี่ ฟอร์ด ... ผู้บุกเบิก....แห่งศตวรรษ  (อ่าน 1142 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 263
  • -Receive: 2157
  • กระทู้: 2983
  • เพศ: หญิง
เฮนรี่ ฟอร์ด ... ผู้บุกเบิก....แห่งศตวรรษ
« เมื่อ: ธันวาคม 23, 2011, 11:16:02 PM »
" Quality means doing it right when no one is looking " Henry Ford
" คุณภาพ  หมายถึง การทำสิ่งที่ถูกต้องซะ ในขณะที่ยังไม่มีใครเห็น " เฮนรี่  ฟอร์ด


                     รถยนต์คันแรกที่วิ่งได้โดยใช้น้้ามันขับเคลื่อนนั้นเกิดขึ้นเมื่อราว 120 ปีที่แล้วเท่านั้น และสามารถพัฒนาให้เกิดเป็นรถยนต์นานาชนิดเช่นทุกวันนี้ก็เพราะมีผู้คนมากมายที่ช่วยกันคิดและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนไม่เคยเลยสักครั้งที่การเปลี่ยนแปลงของรถในโลกจะหยุดพักแม้แต่หนึ่งนาที ผู้ที่ท้าให้โลกยานยนต์ก้าวกระโดดในช่วงเริ่มแรกของอุตสาหกรรมรถยนต์เพิ่งจะเกิดเพียงไม่กี่ปีก็คือชาวอเมริกันที่ชื่อ เฮนรี่ ฟอร์ด เขาได้เข้ามาเริ่มการปฏิรูปอุตสาหกรรมรถยนต์แบบที่ไม่เคยมีใครคิด หรือจะท้าได้มาก่อน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมรถยนต์ก้าวหน้ามากขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว


                     เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford)   เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทฟอร์ดมอเตอร์ และได้ชื่อว่าเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนก่อให้เกิด "ชนชั้นกลาง" ขึ้นมาในสังคมอเมริกัน ฟอร์ดเป็นผู้แรกที่ประยุกต์ระบบสายพานการผลิตเข้ากับการผลิตยานยนต์ในจำนวนมาก ๆ ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่ปฏิวัติการผลิตเชิงอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลอย่างมากกับวัฒนธรรมสมัยใหม่ โดยนักทฤษฎีสังคมหลายคนถึงกับเรียกช่วงประวัติศาสตร์เศรษฐกิจและสังคมช่วงนี้ว่า "แบบฟอร์ด" (Fordism)

                     เฮนรี ฟอร์ดเกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2406 ที่ฟาร์มใน Springwells Township ซึ่งปัจจุบันคือ เมือง Dearborn รัฐ Michigan จากครอบครัวพ่อของเขาคือ วิลเลี่ยม ฟอร์ด เกิดที่ประเทศไอร์แลนด์ก่อนที่จะอพยพมายังสหรัฐอเมริกา ส่วนแม่ของเขาคือ แมรี่ ฟอร์ด (Mary Litogot Ford) เป็นหนึ่งในจานวนพี่น้องทั้งสิ้น 8 คน เขาเรียนหนังสือในโรงเรียนเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องเดียว มีฐานะทางครอบครัวที่ไม่ดีนัก  แต่พอเมื่อแม่ของเขาเสียชีวิตในปี ค. ศ. 1876 พ่อของเขาก็คาดหวังจะให้เขาเป็นผู้ดูแลฟาร์มต่อไป แต่เขาไม่ ชอบการท้างานในฟาร์ม เมื่อเขามีอายุได้ 16 ปี เขาออกจากบ้านเพื่อไปท้างานเป็นช่างซ่อมเครื่องฝึกหัดในเมืองดีทรอยต์ โดยเริ่มท้างานกับบริษัท James F. Flower & Bros. ระหว่างนั้นก็กลับบ้านเป็นระยะๆ เพื่อช่วยท้างานในฟาร์ม


                     ต่อมาในปี 1896 เฮนรี ฟอร์ด ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายช่างยนต์ของดีทรอยท์ เอดิสัน ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และในปีเดียวกันนั้น เขาผลิตยานที่สามารถเดินทางโดยไม่ใช้ม้าลากได้ ยานที่ว่านี้ถูกตั้งชื่อว่า ควอดรีไซ- เคิล (QUADADRECYCLE) เขาสร้างมันในสวนหลังบ้าน และด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าประตูบ้านมาก ฟอร์ด ต้องยอมพังรั้วบ้านด้านหนึ่งเพื่อที่จะขับมันออกมานอกบ้าน

                     เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก เขามักจะกระซิบกับพวกสัตว์ที่เขาพาไปเลี้ยงในฟาร์มว่า “สักวันหนึ่งจะต้องมีใครบางคนที่คิดประดิษฐ์แนวทางในการท้างานที่ง่ายกว่านี้” และด้วยเหตุผลนี้เราจึงสังเกตได้ว่า เฮนรี่ ฟอร์ด มักประดิษฐ์คิดค้นบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการท้างานในฟาร์มอยู่เสมอ เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็กเฮนรี่ ฟอร์ดได้เห็นรถยนต์ ที่สามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยไอน้า ท้าให้เขาเกิดความคิดในการผลิตรถยนต์ที่ใช้แก๊สโซลีน ขึ้นมา ความสาเร็จที่เกิดขึ้นของผู้ยิ่งใหญ่ของโลกหลายๆ คนนั้นมักจะมาจากแรง บันดาลใจในวัยเด็ก ช่วงที่เขาเริ่มเป็นวัยรุ่นพ่อของเขาได้ให้นาฬิกาพกกับเขาเรือนหนึ่ง และพอตอนอายุ 15 ปี เขาก็มี ชื่อเสียงในฐานะที่เป็นช่างซ่อมนาฬิกาคนเก่ง เขาท้าหน้าที่ซ่อมนาฬิกาให้แก่บรรดาเพื่อนๆหลายครั้ง


                     ค.ศ. 1882 เขากลายเป็นผู้ เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องจักรไอน้าของบริษัท Westinghouse พอมีอายุได้ 26 ปี เฮนรี่ ฟอร์ดก็แต่งงานกับ คลาร่า เอล่า ไบรอันท์ (Clara Ala Bryant) ในปี ค.ศ. 1888 และหาเลี้ยงชีพด้วยการท้าฟาร์มและท้าโรงเลื่อย ทั้งสองมีลูกเพียงคนเดียว คือเอ็ดเซล ไบรอันท์ ฟอร์ด (Edsel Bryant Ford)

                     ในปี ค.ศ. 1891 ฟอร์ดก็ได้เป็นวิศวกรของบริษัท Edison Illuminating Company ซึ่งก่อตั้งโดย โทมัส แอลวา เอดิสัน เหตุผลที่เขาเลือกบริษัทนี้เพราะ โทมัส แอลวา เอดิสัน เป็นผู้ที่คิดค้นผลิตหลอดไฟขึ้นและยังคิดค้นประดิษฐ์สิ่งของอีกหลายอย่าง ขณะที่เขาได้พบโทมัส แอลวา เอดิสันนั้น เขาได้เล่าเกี่ยวกับการผลิตแก๊สโซลีนให้กับเอดิสันฟัง และเอดิสันก็ให้ก้าลังใจเขาพร้อมกับบอกว่าให้เขาพยายามต่อไป


                     เฮนรี ฟอร์ด อาจจะไม่ใช่นักประดิษฐ์รถที่เก่งที่สุดในโลก แต่ถ้าหากจะพูดถึงธุรกิจยนตรกรรมแล้ว เขาไม่เป็นรองใครเลยแม้แต่คนเดียว  เฮนรี ฟอร์ด ก่อตั้งบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ฯ ขึ้นในปี 1903 ในขณะที่รถยนต์ยังเป็นสิ่งที่คนทั่วไปมองว่าเป็นอะไรที่ไร้สาระ ไว้ใจไม่ได้ และมีราคาสูงเกินไป แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดราวกับอัจฉริยะของ เฮนรี ฟอร์ด เขาทำให้ความคิดเช่นนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการผลิตรถที่มีรูปทรงดูดีขึ้น มีความแข็งแรงทนทานขึ้น และมีราคาลดลงไปกว่าเดิม  สิ่งทั้งหมดที่เขาทำลงไปนี้ ทำให้วงการยนตรกรรมก้าวขึ้นมาเป็นอุตสาหกรรม และธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 ผลประโยชน์ที่เขาได้รับนั้นมีมากกว่าพันล้านเหรียญ ซึ่งจำนวนเงินนั้น หากเทียบกับค่าเงินในปัจจุบันแล้วไม่ต่ำกว่า 36 พันล้านเหรียญทีเดียว


                      จากนั้นบริษัทฟอร์ด มอเตอร์ คอมพานี ก็เริ่มก่อสร้างศูนย์อุตสาหกรรมโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นระหว่างปลายทศวรรษที่ 1910 ในเมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน ศูนย์อุตสาหกรรมแห่งนี้มีทุกสิ่งที่จ้าเป็นต่อการผลิตรถยนต์ อย่างเช่นโรงงานเหล็กกล้า โรงงานผลิตกระจก และแนวประกอบชิ้นส่วนของเครื่องในโรงงาน โรงงานแห่งนี้ใน ปี ค.ศ. 1930 นั้นมีคนงานทั้งสิ้น 81,000 คน และมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 268ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ราว ค.ศ. 1907 เฮนรี่ ฟอร์ด จึงได้ประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่าบริษัทของเขาจะผลิต “รถยนต์เพื่อมวลชน” ออกมาสู่ตลาด ซึ่งการที่จะผลิตรถยนต์ที่คนทั่ว ไปสามารถหาซื้อมาใช้ได้นั้นรถที่ว่าจะต้องมีราคาถูก ท้าให้เขาจึงต้องพยายามคิดค้นหาวิธีที่จะลดต้นทุนในการผลิตต่อหน่วยให้เหลือน้อยที่สุดให้ได้และแล้วเขาก็ค้นพบวิธี นั่นก็คือการน้า “ระบบสายพาน” มาใช้ในการผลิตรถยนต์ ซึ่งจะท้าให้ราคารถยนต์ยิ่ง ถูกลงมากขึ้น  เขาได้แรงบันดาลใจมากจากอุตสาหกรรม การผลิตเนื้อซึ่งเรียกกันว่า “สายช้าแหละ” โดยเนื้อสัตว์จะถูกแขวนไว้ตามสายพาน และจะถูกส่งผ่านไปตามสายพาน และจะมีคนคอยช้าแหละเนื้อตามจุดต่างๆ เป็นส่วนๆ ไป ดังนั้น บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ จึงเป็นรายแรกที่น้าระบบสายพานมาใช้ในการผลิตรถยนต์

                     ฟอร์ด เป็นวิศวกรของบริษัทเอดิสัน ในเมืองดีทรอยต์ เขาได้รับมอบหมายให้ศึกษาและพัฒนาเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมัน จนกระทั่งสามารถพัฒนารถยนต์สี่ล้อคันแรกสำเร็จในปี 2412 เขาตั้งชื่อว่า "ฟอร์ด ควอดริไซเคิล" (Ford Quadricycle)


                     ต่อมา ในปี 2446 เขาได้ตั้ง "บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์" (Ford Motor Company) ร่วมกับเพื่อน ๆ นักประดิษฐ์ พ.ศ. 2446 เขาริเริ่ม นำระบบสายพานมาใช้ในการผลิต โดยให้อุปกรณ์ไหลไปตามสายพานและให้คนงานประกอบรถยนต์ทีละส่วน และทำให้ผลิตรถยนต์หนึ่งคันเพียงชั่วโมงครึ่ง เขาผลิตรถยนต์ ฟอร์ด โมเดล ที จากเดิมราคา 850 ดอลลาร์ เหลือเพียง 360 ดอลลาร์ ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรก ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากอเมริกันชนเป็นอย่างดี เพราะเป็นรถยนต์ที่สวยงาม มีความแข็งแรงทนทาน และมีราคาถูกกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่นในตลาดเกือบครึ่ง รถยนต์รุ่นนี้ผลิตจนถึงปี 2470 จำหน่ายได้ทั้งหมดราว 15 ล้านคัน

                     ต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 บริษัทฟอร์ดก็ยังประสบความสำเร็จในการผลิตเครื่องบิน "ฟอร์ด 4เอที ไตรมอเตอร์" (Ford 4AT Trimotor) ฟอร์ดมีส่วนในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ให้ก้าวหน้าขึ้นกลายเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ฟอร์ดถึงแก่กรรม 7 เมษายน 2490 ฟอร์ดได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งการผลิตระบบสายพาน"


                     ปัจจุบันบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ได้ขยายกิจการธุรกิจรถยนต์ไปทั่วโลก โดยเป็นเจ้าของธุรกิจรถยนต์แบรนด์อเมริกันคือ "ฟอร์ด" (Ford) "ลินคอล์น" (Lincoln) และ "เมอร์คิวรี" (Mercury) แบรนด์สวีเดนคือ "วอลโว่" (Volvo) (เฉพาะรถยนต์วอลโว่ สำหรับกิจการวอลโว่ในส่วนของเครื่องจักรกลหนักและรถบรรทุก ยังคงเป็นกิจการของทางวอลโว่เอง) นอกจากนี้ยังร่วมลงทุนกับบริษัทผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นคือ "มาสด้า" (Mazda) และเคยเป็นเจ้าของแบรนด์อังกฤษคือจากัวร์ (Jaguar) และแลนด์ โรเวอร์ (Land Rover) ฟอร์ด มอเตอร์ทำรายได้ต่อปีประมาณ 12.6 พันล้านบาท (ปี 2549) มีคนพนักงานทั่วโลกราว 280,000 คน (ปี 2549)

                     7 เมษายน พ.ศ. 2490 เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) ถึงแก่กรรม เขาเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกันผู้บุกเบิกการผลิตรถยนต์และผู้ก่อตั้งบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ในปี 2447 ในสมัยที่สังคมอเมริกันยังนิยมรถม้า และมองว่ารถยนต์ยังเป็นสิ่งไร้สาระ ไว้ใจไม่ได้ และมีราคาสูงเกินจะไขว่คว้า แต่ด้วยความสามารถของฟอร์ด เขาเริ่มใช้ระบบสายพานการผลิตในรถยนตร์เป็นครั้งแรก ทำให้การผลิตรถยนต์รวดเร็วและได้จำนวนมาก ๆ ในปี 2451 รถยนต์ Ford Model T ของเขาก็ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรก ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากอเมริกันชนเป็นอย่างดี เพราะเป็นรถยนต์ที่สวยงาม มีความแข็งแรงทนทาน และมีราคาถูกกว่ารถยนต์ญี่ห้ออื่นในตลาดเกือบครึ่ง เขามีส่วนในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนตร์ให้ก้าวหน้าขึ้นกลายเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20


                     วันนี้เราคงกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมที่โตมาได้ถึงปัจจุบันนั้นเพราะมีพื้นฐานการเปลี่ยนแปลงมาจาก เฮนรี่ ฟอร์ด เป็นผู้บุกเบิกในช่วงสั้น ๆ เท่านั้นที่ท้าให้เกิดการเติบโตขึ้นหลายเท่าตัว เพราะถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของโลกยุคพัฒนาที่มนุษย์เริ่มเปลี่ยนจากการใช้พลังงานที่มาจากคนและสัตว์ จึงถือได้ว่าผู้ที่บุกเบิกด้านวิทยาการของเครื่องจักรหรือเครื่องไฟฟ้าในตอนนี้ ประสบความส้าเร็จอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของมนุษย์เลย





ผลงานของ ฟอร์ด