บอร์ดเม็ดทราย ถือกำเนิด 14 กุมภาพันธ์ 2553 ตรงกับ วันวาเลนไทน์ และ วันตรุษจีน

บ้าน | สวน | สัตว์เลี้ยง | ยานพาหนะ => รอบรู้ คู่ยานพาหนะ และ ปืนผาหน้าไม้ => ข้อความที่เริ่มโดย: นางฟ้ามาเฟีย ที่ ธันวาคม 23, 2012, 09:39:48 PM

หัวข้อ: “ยางอ่อน“ เรื่องไม่เล็กอย่างที่คิด
เริ่มหัวข้อโดย: นางฟ้ามาเฟีย ที่ ธันวาคม 23, 2012, 09:39:48 PM


(http://www.zumizola.com/wp-content/uploads/2012/10/%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99-2.jpg)


                เกือบสังเวยบนโทล์เวย์ไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่าน กับท่านนายกหญิงของเราที่บังเอิญไปเจอความสะเพร่าของคนรถที่ลืมตรวจเช็คลมยาง แต่ยังดีที่ไหวตัวทันจนทีมรักษาความปลอดภัยจัดรถคันใหม่มาให้เพื่อเดินทาง ส่วนรถคันเดิมสรุปสั้นๆว่ายางลมอ่อน แล้วจบข่าวกันไป
 
                โดนปล่อยลมหรือสะเพร่าไม่รู้ แต่ที่รู้นี่คือ เรื่องของลมยางไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังพูดถึงรถยนต์ ที่ยางคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการขับขี่ และเชื่อไหมว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดแบบว่าไม่เป็นไรเรื่องเล็กไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทั้งที่จริงนี่คือข้อสำคัญกว่าที่คุณคิดเสียอีก

                ทุกวันนี้มีคนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะสุภาพสตรีทั้งหลายที่ไม่ถนัดเรื่องรถลืมหรือบ้างก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องของลมยางที่อยู่กับล้อ แถมมิหนำซ้ำเรายังใช้งานทุกวัน ด้วยหนึ่งในสาเหตุหลัก ก็มาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ยิ่งบางคนตัดปัญหาเอาไปว่า เติมลมชนิดอยู่ได้นานตามคำโฆษณาของร้านขายยางที่อ้างตัวเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้


(http://p1.s1sf.com/mo/0/wb/i/ud/0/4353/tire_inflation-pkg.jpg;r:width=450,height=300;static:static_auto;file:9bb6b1.jpg)

 
                ลมยางตามปกติแล้วควรหมั่นตรวจเช็คเป็นประจำทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อตรวจสอบการรั่วซึมของยาง โดยเฉพาะยิ่งรถที่ไม่ใช้บ่อยเป็นประจำ ยิ่งควรต้องเช็คลมยางก่อนการขับขี่ เนื่องจากลมที่มีการคงที่เป็นเวลานานๆ จะทำให้มีการควบแน่นของก๊าซในอากาศทำให้มีบางส่วนแปรสภาพเป็นอย่างอื่นได้ และเกิดการยุบตัวของแรงดัน ยิ่งในช่วงหน้าหนาวที่ใกล้เข้ามานี้ควรตรวจสอบบ่อยครั้งขึ้น เนื่องมาจากสภาพอากาศที่เย็นนั้นเอง
 
                ฟังดูลมยางอ่อนก็ไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรงอะไร แต่ความจริงแล้วนี่คือต้นเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติหตุได้เนื่องจากลมยางที่อ่อนจะทำให้ยางเกิดการยุบตัวได้ง่าย ยิ่งใครที่ต้องเดินทางต่างจังหวัดต่อเนื่องหรือขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง การขับรถที่มีลมยางอ่อนอาจจะทำให้ลื่นไถลได้ง่ายกว่า เช่นเดียวกับระยะเบรกที่มากกว่าปกติ นี่ยังไม่นับรวมถึง การสึกหรอของยางที่มีมากขึ้น เนื่องจากมีลมซับแรงกระแทกในการเดินทางน้อยลง รวมถึง หากกระแทกแรงๆยังสามารถส่งความเสียหายต่อส่วนของแก้มยางได้อีกด้วย


(http://r3.static.fsanook.com/weblog/entry/0/4353/tireinflation.jpg)


                นอกจากการสร้างความเสียหายต่อแก้มยางและความไม่ปลอดภัยในการเดินทางแล้ว ลมยางอ่อนยังเป็นต้นเหตุของการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นของรถยนต์โดยไม่จำเป็นซึ่งหากเทียบเป็นรถยะทางที่แต่ละคนขับขี่กันเป็นประจำก็จะพบว่า ในแต่ละปีคนเดินทางด้วยระยะทางราวๆ12,000 ไมล์ ต่อปี และการขับรถที่มีลมอ่อนก็ทำให้ต้องสูญเสียค่าน้ำมันในการเดินทางเพิ่มขึ้นราวๆ 144  แกลลอนจากปกติ หรือคิดเป็นค่าน้ำมันก็ตกราวๆ 9000-17,000 บาท โดยประมาณ ซึ่งนี่ยังไม่รวมค่าสึกหรอของยางที่จะมากขึ้น และเช่นเดียวกับการเกิดมลพิษมากขึ้นเพียงแค่คุณไม่เจียดเวลานิดหน่อยในการเติมลม
 
                แม้การเติมลมยางอาจจะฟังเป็นเรื่องที่ยากสำหรับใครหลายๆคน แต่การเติมลมยางจริงๆแล้วก็ง่ายกว่าที่คิดแถมยังมีค่าใช้จ่ายน้อยหรือบางที่ก็ไม่มีเลย อย่างเช่น ตามสถานีบริการน้ำมัน  การตรวจเช็คลมยางถือเป็นบริการหนึ่งที่คุณเรียกหาได้ และ ไม่เพียงเท่านี้  การเติมลมยางนั้นก็ง่าย โดยอาศัยค่าจากตารางข้างรถเป็นสำคัญ เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนเช่น การบรรทุกหรืออื่นๆ ก็ควรปรับระดับลมยางให้เหมาสมด้วย
 
                ลมยางไม่ใช่แค่เพียงสิ่งที่มองไม่เห็นในยาง แต่นี่คือสิ่งที่สำคัญที่ช่วยให้คุณไม่เกิดอุบัติเหตุ แม้ยังสามารถเซฟเงินในกระเป๋าได้ด้วย ถ้าวันนี้ยังไม่แน่ใจว่า รถคุณมีลมยางอ่อนหรือไม่ แวะเข้าสถานีบริการน้ำมันสักนิด แล้วให้พวกเขาจัดการให้คุณ

หัวข้อ: Re: “ยางอ่อน“ เรื่องไม่เล็กอย่างที่คิด
เริ่มหัวข้อโดย: Carboy ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2018, 03:09:24 PM
ผมจะเติมลมยางเผื่อไว้หนึ่งถึงสองปอนด์ทุกครั้งที่เดินทางไกล แต่จะวัดลมยางในขณะที่เย็นค่าที่ได้รับจะได้ตรงกับความเป็นจริง ขอบคุณมากครับ