บอร์ดเม็ดทราย ถือกำเนิด 14 กุมภาพันธ์ 2553 ตรงกับ วันวาเลนไทน์ และ วันตรุษจีน

หมวดหมู่ทั่วไป => คุยเฟื่องเรื่องความหลัง => ข้อความที่เริ่มโดย: ภูผา..อิงตะวัน ที่ มีนาคม 07, 2012, 09:14:17 PM

หัวข้อ: แปดริ้ว
เริ่มหัวข้อโดย: ภูผา..อิงตะวัน ที่ มีนาคม 07, 2012, 09:14:17 PM
(http://www.sawasdee-padriew.com/3.History/8%20Rew-%20w121x81.jpg)

" แม่น้ำบางปะกงแหล่งชีวิต             พระศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อโสธร
        พระยาศรีสุนทรปราชญ์ภาษาไทย    อ่างฤๅไนป่าสมบูรณ์ "

(http://www.weekendhobby.com/rc/paramotor/picture%5C161254923424.jpg)

               ฉะเชิงเทรา หรือ แปดริ้ว เป็นจังหวัดในภาคกลางมีประวัติปรากฏมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จ พระบรมไตรโลกนาถ ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงและลำคลองทั่วไปโดยมี "หลวงพ่อโสธร" เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้ว     

(http://p1.s1sf.com/tr/0/ud/187/936488/001.jpg)

               ในอดีต ฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองจัตวา  อยู่ในสังกัดกระทรวงกลาโหม  ต่อมาได้ขึ้นอยู่ในสังกัดกรมมหาดไทยและคงอยู่เช่นนั้นเรื่อยมา  ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 เมื่อทรงเปลี่ยนแปลงระบบการ ปกครองแผ่นดินใหม่

                เมืองฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมือง ๆหนึ่งในมณฑลปราจีนบุรี และในปี พ.ศ. 2459 จึงได้เปลี่ยนจากเมืองเป็น จังหวัด เรียกว่า "จังหวัดฉะเชิงเทรา" คำว่า "ฉะเชิงเทรา" เป็นภาษาเขมร แปลว่า คลองลึก   

(http://btgsf1.fsanook.com/weblog/img/entry_gallery/151/756241/9.jpg;r:width=415,height=415;file:49fd2e.jpg)(http://btgsf1.fsanook.com/weblog/img/entry_gallery/151/756241/8.jpg;r:width=415,height=415;file:49fd2e.jpg)

               สำหรับชื่อเมืองมีการสัณนิษฐานหลายอย่างบ้างก็ว่าเคยเป็นเมืองหนึ่งที่อยู่ในอำนาจการปกครองของขอมมาก่อน ในสมัยอิทธิพลของอาณาจักรลพบุรี(ขอม) เมืองฉะเชิงเทราตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำบางปะกง เป็นไปได้ว่าชาวเมืองสมัยโบราณอาจจะเรียกชื่อแม่น้ำบางปะกงว่าคลองลึกหรือคลองใหญ่ ตามลักษณะที่มองเห็น


               แต่ด้วยอิทธิพลเขมรจึงได้เรียกชื่อแม่น้ำ เป็นภาษาเขมรว่า "สตึงเตรง หรือ ฉทรึงเทรา"  ซึ่งแปลว่า คลองลึก นั่นเอง ครั้นเรียกกันไปนาน ๆ เสียงเลยเพี้ยนกลายเป็น "ฉะเชิงเทรา"  แต่ก็มีความเห็นอื่นที่แตกต่างออกไปว่าชื่อ "ฉะเชิงเทรา" น่าจะเพี้ยนมาจาก "แสงเชรา" หรือ "แซงเซา" หรือ "แสงเซา" อันเป็นชื่อเมืองที่สมเด็จพระบรมราชาธิราช เสด็จไปตีได้ตามที่พระราชพงศาวดาร ฉบับหลวงประเสริฐกล่าวไว้มากกว่า     

(http://www.moohin.com/022/b/sotron.jpg)

              ส่วนความเป็นมาของชื่อ “แปดริ้ว” ก็มีตำนานเล่าขานกันมาหลายกระแสไม่แพ้กันบ้างก็ว่าเมืองนี้แต่ไหนแต่ไรมา เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ในลำน้ำอุดมสมบูรณ์ด้วนสัตว์น้ำนานาชนิด โดยเฉพาะปลาช่อนซึ่งเป็นปลาน้ำจืดรสดีนั้นมีชุกชุม และขนาดใหญ่กว่าในท้องถิ่นอื่นๆ จนเมื่อนำมาแล่เนื้อทำปลาตากแห้ง จะแล่เพียงสี่ริ้วหรือห้าริ้วตามปกติไม่ได้ ต้องแล่ออกถึง “แปดริ้ว” เมืองนี้จึงได้ชื่อว่า “แปดริ้ว” ตามขนาดใหญ่โตของปลาช่อนซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมือง

               นอกจากเรื่องปากท้องซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และมีอิทธิพลต่อความคิดของชาวบ้านอย่างมากแล้ว นิทานพื้นบ้าน ซึ่งมีเนื้อเรื่อง ค่อนข้างผาดโผนก็มีส่วนสร้างความเชื่อถือในเรื่องชื่อเมืองได้เหมือนกัน คนในท้องถิ่นพนมสารคามเล่าถึงเรื่อง “พระรถ-เมรี” ซึ่งเป็นนิทานเรื่องหนึ่งในปัญญาสชาดกว่า ยักษ์ได้ฆ่านางสิบสองแล้วลากศพไปยังท่าน้ำ ในบริเวณที่เป็นคลอง“ท่าลาด” แล้วชำแหละศพออกเป็นริ้วๆ รวมแปดริ้ว แล้วทิ้งลอยไปตามลำน้ำท่าลาด ริ้วเนื้อริ้วหนังของนางสิบสองลอยมาออกยัง แม่น้ำบางปะกงไปจนถึงฉะเชิงเทรา เมืองนี้จึงได้ชื่อว่า “แปดริ้ว”

(http://www.thailandhub.net/images/article/article2952551110856.jpg)

              ฉะเชิงเทรามีเนื้อที่กว่า 5,000 ตารางกิโลเมตรหรือกว่า 3 ล้านไร่ กว้างใหญ่กว่าเมืองอื่นใดในแผ่นดินภาคตะวันออก ของไทยนอกจากจันทบุรี อาณาเขตของจังหวัดแผ่ไปจนจรดนครนายกและปราจีนบุรีทางทิศเหนือ ชลบุรี และจันทบุรีทาง ทิศใต้ ปราจีนบุรีทางทิศตะวันออก และกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และปทุมธานีทางทิศตะวันตก

               พื้นที่ทั่วไปของฉะเชิงเทราเป็นที่ราบลุ่ม เว้นแต่เพียงบางส่วนที่เป็นที่ราบลูกฟูก ที่ดอนและภูเขาเตี้ยๆ  พื้นที่ราบนั้นสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก ส่วนบริเวณเทือกเขาปกคลุมด้วยป่าไม้อันอุดมไปด้วยไม้มีค่าและสัตว์ป่าหายาก  ทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร แม่น้ำบางปะกง เส้นเลือดใหญ่ของฉะเชิงเทราก็ถือกำเนิดจากเทือกเขาเหล่านี้ แล้วไหลลงสู่เบื้องล่าง เพื่อหล่อเลี้ยงให้ความสมบูรณ์กับผืนดินก่อนลงสู่ทะเลที่อ่าวไทย

(http://intranet.dwr.go.th/wrro6/5bangpakong/images/bangpakong.jpg) (http://www1.mod.go.th/heritage/nation/oldcity/chachoengsao09.jpg)

               สายน้ำบางปะกงอันคดเคี้ยวแบ่งพื้นดินออกเป็นสองส่วน ฟากหนึ่งคือความเป็นเมืองอันทันสมัย อาคาร บ้านเรือน และโรงงาน กำลังผุดขึ้นตามความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ส่วนอีกฟากหนึ่งเขียวชอุ่มไปด้วยป่า และพื้นที่เกษตรอันดารดาษด้วยนากุ้ง สวนผลไม้และนาข้าวออกรวงสีทองอร่าม ตลอดสองฝั่งน้ำ ป่าจากอันเป็นพืชดั้งเดิม คู่ลำน้ำบางปะกงยังคงหนาทึบ ใบสีเขียวเข้มเอนลู่ไหวไปมาเสียดสีกันยามต้องสายลม

               ฉะเชิงเทราเป็นเมืองใกล้ทะเล มีส่วนที่ติดกับชายฝั่งยาวถึง 12 กิโลเมตรที่อำเภอบางปะกง ตลอดแนวชายฝั่ง คือป่าชาย เลนที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ พื้นที่ติดทะเลทำให้เมืองนี้ได้รับอิทธิพลจากลมบกและลมทะเลอย่างเต็มที่ และด้วยลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ ฉะเชิงเทราจึงชุ่มชื้นด้วยฝนที่ตกต้องตามฤดูกาล อันนำพาพืชพรรณธัญญาหาร ให้ผลิดอกออกผลสะพรั่งตลอดปี

(http://www1.mod.go.th/heritage/nation/oldcity/chachoengsao02.jpg)   

              ฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ 5,351 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครอง ออกเป็น 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ  คือ อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอพนมสารคาม อำเภอสนามชัยเขต อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น อำเภอท่าตะเกียบ และกิ่งอำเภอคลองเขื่อน มีประชากรรวม 639,832 คน เป็นชาย 315,895 คน หญิง 323,937 คน (สำรวจเมื่อ 31 มีนาคม 2544)

               ตราประจำจังหวัด คือ ภาพโบสถ์วัดโสธรวรารามวรวิหารหมายถึงที่ประดิษฐานพระพุทธโสธร  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญ ของชาวเมือง ตำนานเล่าว่าเป็นพระพุทธรูปปาฏิหารย์ ลอยทวนน้ำมาชาวแปดริ้วจึงได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชาวเมืองเคารพนับถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บันดาลให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์

              สีประจำจังหวัด : สีแดงเลือดหมู       ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกนนทรีป่า

(http://i191.photobucket.com/albums/z212/jang_2007/Lines/12.gif)
หัวข้อ: Re: แปดริ้ว
เริ่มหัวข้อโดย: khemchicapu ที่ เมษายน 04, 2012, 10:18:24 PM
:2224: :ling:
หัวข้อ: Re: แปดริ้ว
เริ่มหัวข้อโดย: upup ที่ กรกฎาคม 02, 2012, 09:04:37 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2579/3979753801_e62831af4c_o.jpg)

(http://dl2.glitter-graphics.net/pub/2499/2499952ebpmxp1afa.gif)

บางประกง

มธุรสบทหวานน้ำตาลหยาด
หยิบกระดาษวาดกลอนส่งอ้อนสาว
คะนึงถึงรำพึงเพ่งคำเพลงพราว
เพียงถึงเจ้า...เยาวคล... กมลเอย


(http://dl2.glitter-graphics.net/pub/2499/2499952ebpmxp1afa.gif)

“เพลงนี่กล่าวพิเปรย..ไม่ถึงแม้เพียงครึ่งเดียว..”

http://www.youtube.com/watch?v=SmyGWhh36rQ

(http://www.khonkaenlink.info/glittergenerator/tipos/66/u.gif) (http://www.khonkaenlink.info/glittergenerator/)(http://www.khonkaenlink.info/glittergenerator/tipos/66/p.gif) (http://www.khonkaenlink.info/glittergenerator/)(http://www.khonkaenlink.info/glittergenerator/tipos/66/u.gif) (http://www.khonkaenlink.info/glittergenerator/)(http://www.khonkaenlink.info/glittergenerator/tipos/66/p.gif) (http://www.khonkaenlink.info/glittergenerator/)