ผู้เขียน หัวข้อ: จดหมายเหตุ...รัตนโกสินทร์ ฉบับที่ 1 หน้าที่ 4  (อ่าน 7054 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • นักรบ
  • **
  • Thank You
  • -Given: 288
  • -Receive: 2407
  • กระทู้: 3178
  • เพศ: หญิง

พลพรรคคอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตงกำลังจะได้รับชัยชนะในประเทศจีน
และเชื่อกันว่าเป็นผู้ให้การสนับสนุนขบวนการคอมมิวนิสต์ใต้ดิน สายจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ส่วนทางฝั่งตะวันตกของไทย แนวร่วมพม่าที่นำโดยนายพล อองซาน (พ่อของอองซานซูจี ผ้ถูกตะวันตกตีตราอย่างไม่เป็นธรรมว่าเป็นคอมมิวนิสต์)
ขับไล่อังกฤษออกไปได้ในเดือนมกราคม 2491 และปฏิเสธที่จะฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์พม่ากลับคืนมา


ทางฝั่งตะวันออก ความปั่นป่วนในลาวและกัมพูชาเป็นภัยคุกคามสถาบันกษัตริย์
ฝ่ายชาตินิยมของโฮจิมินห์ในเวียตนามกำลังต่อสู้กับจักรวรรดินิยมฝรั่งเศสที่พยายามนำจักรพรรดิเบ๋าได๋กลับคืนมา
บางกอกโพสต์รายงานข่าวจักรพรรดิเบ๋าได๋ ในเดือนกรกฎาคม 2492 ด้วยการพาดหัวว่า “ เมื่ออินโดจีนไป ไทยก็ไปด้วย ”


สวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นที่หลบภัยของพระราชวงศ์ ช่วยกันในหลวงภูมิพลให้มีเวลาว่างที่จะเสด็จเดินทาง
เล่นดนตรีและทรงพบปะสมาคม ทรงขับรถไปปารีสบ่อยๆ เพื่อช้อปปิ้งจับจ่ายและท่องราตรีในคลับเเจ๊ซ
ทรงช่วยเป็นลูกมือให้พระองค์เจ้าพีระพงศ์พระเจ้าอานักแข่งรถ ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่กับการถ่ายรูปและดนตรี
ทรงฝันจะเป็นนักดนตรีเเจ๊ซ ทรงสะสมเครื่องดนตรีครบครันมากที่สุดคนหนึ่งในยุโรป


และ ทรงมีวงดนตรีที่ประกอบด้วยคนไทยเป็นส่วนใหญ่ และมี พันเอกอร่าม รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์
พระสวามีคนใหม่ของเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาร่วมอยู่ด้วย พวกเขาเล่นดนตรีด้วยกันกันตลอดทั้งคืน


ราชสำนักประกาศข่าวความสำเร็จในเพลงพระราชนิพนธ์ ในเดือนกันยายน 2491
สื่อมวลชนประโคมข่าวว่า เพลงดวงใจกับความรักที่ในหลวงทรงพระราชนิพนธ์ จะมาถึงกรุงเทพฯโดยมากับหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ที่เป็นคนเขียนเนื้อร้อง
เพลงก่อนหน้านี้คือเพลงสายฝนที่ถูกทำให้เป็นที่นิยมด้วยวิทยุและการแสดงคอนเสิร์ตต่างๆ


นิตยสาร ไทม์ได้ชี้เหตุผลหลักที่ทำให้พระราชวงศ์ต้องประทับในยุโรป เพราะที่โลซานน์น่าจะเป็นสถานที่เหมาะต่อการหาคู่ครองให้ในหลวงภูมิพล
ซึ่งเป็นงานสำคัญอันดับแรกสำหรับราชพระราชวงศ์เพราะมีรัชทายาทเหลืออยู่น้อยมาก


หลังจากเสด็จถึงโลซานน์ไม่นาน พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ ก็จัดเตรียมรายชื่อหญิงสาวที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
ขณะที่ในหลวงภูมิพลดูจะเต็มพระทัยโดยทรงรู้หน้าที่ ความสนพระทัยแรกของพระองค์ที่รับรู้กันคือ
หญิงสาวที่ชื่อสุพิชชา โสณกุล ธิดาสาวของพระองค์เจ้าธานีนิวัติ (กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร)
ซึ่งในหลวงภูมิพลได้พบในปี 2489 และอีกครั้งตอนต้นปี 2491 เมื่อเธอและพ่อแวะเยี่ยมโลซานน์ระหว่างทางไปอังกฤษ
หนังสือพิมพ์ไทยรายงานเรื่องนี้ แต่พระองค์เจ้าธานีนิวัติต้องการให้สุพิชชาจบมหาวิทยาลัยก่อน จึงกั้นขวางความสัมพันธ์เสีย


ระหว่างนั้น ทรงพบพระธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำปารีส
หม่อมเจ้านักขัตรมีความคุ้นเคยกับพระราชวงศ์ เคยเป็นอัครราชทูตประจำลอนดอน เป็นที่รู้กันดีว่าราชนิกูลกิติยากรพยายามผลักดันตนเองเข้าไปเป็นเชื้อพระวงศ์

พระบิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล คือพระองค์เจ้ากิติยากร (พระเจ้าบรมวศ์เธอพระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ)
เป็นพระโอรสที่ไม่ใช่ชั้นเจ้าฟ้าของรัชกาลที่ 5 อันเกิดจากสนมคนโปรดคนหนึ่ง มีลูก 25 คนจากภรรยา 5 คน
ซึ่งทำให้ราชนิกูลกิติยากรมีความสำคัญต่อราชวงศ์ บรรดาลูกๆได้แต่งงานอย่างมีการวางแผน/มีการจัดวางกับสกุลอื่นๆที่มีอิทธิพลอยู่ในราชสำนัก
เช่น สารสินและสนิทวงศ์ ซึ่งเป็นสายที่มีจำนวนคนมากและร่ำรวยมาก สืบเชื้อสายมาจากรัชกาลที่ 2 และมุ่งมั่นที่จะเข้ามาร่วมพระราชวงศ์เช่นกัน


หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร เกิดปี 2441 พระมารดาเป็นภรรยาหลวงของพระองค์เจ้ากิติยากร
ซึ่งเป็นลูกของพระองค์เจ้าเทวะวงศ์ พระอนุชาต่างมารดาของรัชกาลที่ 5 ผู้เป็นต้นตระกูลเทวกุล
หม่อมเจ้านักขัตรและในหลวงภูมิพลจึงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน หม่อมเจ้านักขัตรสมรสกับหม่อมหลวงบัว สนิทวงศ์
ที่สืบสายเลือดจากทั้งรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 5 และเป็นนางสนองชั้นอาวุโสของพระนางเจ้ารำไพพรรณี


ลูกๆ ของหม่อมเจ้านักขัตร และหม่อมหลวงบัวก็ออกเหย้าออกเรือนได้ดีไม่แพ้กัน ลูกชายคนโต คือ มรว.กัลยาณกิติ์ เกิดในปี 2472 แต่งกับสกุลสนิทวงศ์
ลูกชายคนที่สอง มรว.อดุลกิติ์ แต่งกับหม่อมเจ้าพันธุ์สวลี ยุคล ลูกสาวของพระองค์เจ้าภานุพันธ์ยุคล
เจ้าที่มีอาวุโสสูงสุดในยุคหลังสงครามโลก มีพระธิดาคือพระองค์เจ้าโสมสวลีธินัดดามาตุ และหม่อมหลวงสราลี กิติยากร (จิราธิวัฒน์)


อ่านต่อฉบับที่ 5