ผู้เขียน หัวข้อ: ไก่ไม่ขัน...ตะวันไม่ขึ้น (นิทานธรรมจาก ท่าน ว.วชิรเมธี)  (อ่าน 606 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ บัวโรย

  • มีสูง..ก็มีต่ำ..เรื่องธรรมดา
  • สหายเก่า
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 1625
  • -Receive: 719
  • กระทู้: 1639
  • เพศ: หญิง
  • What ever will be will be!!
ไก่ไม่ขัน...ตะวันไม่ขึ้น (นิทานธรรมจาก ท่าน ว.วชิรเมธี)




มี ไก่อยู่ครอบครัวหนึ่ง อาศัยอยู่ในวัดเซนประเทศญี่ปุ่น หัวหน้าครอบครัวเป็นผู้บริหารที่เก่งมาก กางปีกปกป้องภรรยาและลูกๆทุกตัว อยู่กันมาอย่างมีความสุข

ทุกๆเช้าเวลาตีห้า พ่อไก่ก็จะบินขึ้นไปเกาะบนกิ่งไม้ แล้วโก่งคอขัน เสียงก้องไปทั้งพงไพร พ่อไก่ขันไปเรื่อยๆจนพระอาทิตย์ขึ้นมาฉายแสง ส่องสว่างไปทั้งสากลโลก

พ่อไก่มีความสุขมาก เขาชื่นชมแสงตะวัน พอๆกับความรู้สึกภูมิใจ เขาคิดว่า เพราะฉัน"ขัน" ตะวันจึง"ขึ้น"

ตะวันขึ้นไปถึงยอดเขา พ่อไก่ก็จึงบินกลับลงมา คลุกคลีอยู่กับลูกเมีย



พ่อไก่ทำหน้าที่มาเนิ่นนาน...นานเหลือเกิน จนวันหนึ่ง เขาเริ่มรู้สึกว่า เขาเริ่มเหนื่อย ร่างกายเขาตรากตรำกับงานหนักเกินไป แต่เมื่อถึงเวลา เป็นหน้าที่ที่พ่อไก่จะต้องบิน...เขาบินขึ้นไปจนถึงกิ่งไม้

แต่ก็หมดแรงร่วงหล่นลงมา

ลูกชายซึ่งเป็นไก่โต้งรุ่นใหม่ไฟกำลังแรง เห็นดังนั้น ก็เข้าไปประคอง “ถ้าพ่อไม่ไหว วันนี้ผมขอขันแทน”


“น้ำหน้าอย่างแก” พ่อไก่ยืดอกชี้หน้าลูกชาย “ถ้าขัน ตะวันจะขึ้นหรือ หัดดูเงาตัวเองเสียบ้าง”

ตวาด ให้ลูกชายไฟแรงกลัวหัวหดแล้ว พ่อไก่ก็แข็งใจ บินขึ้นไปอีก คราวนี้เขาไม่เพียงเกาะกิ่งไม้ได้ เขายังขันได้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็หมดเรี่ยวแรงตกลงมา แสดงอาการใกล้ตาย

พ่อไก่ยังเหลือเรี่ยวแรง เรียกประชุมไก่ลูก ไก่เมีย สั่งเสียให้ลูกเมียเตรียมรับสถานการณ์ เขาบอกว่านับแต่นี้ต่อไป เมื่อพ่อไก่อย่างเขาไม่ขัน ดวงตะวันก็จะไม่ขึ้น เมื่อตะวันไม่ขึ้น

โลกก็จะเข้าสู่กลียุค  จึงขอให้เมียและลูกดูแลกันให้ดี เพราะต่อไปนี้จะต้องอยู่กันอย่างยากลำบาก เพราะอีกไม่ช้า โลกก็จะวิบัติ

สั่งเสียจบแล้ว ไก่ผู้พ่อก็ล่วงลับดับขันธ์


นิทาน เรื่องนี้ ท่าน ว.วชิรเมธี เล่าเพื่อสอนว่า มีคนมากมายในโลกนี้ ที่ป่วยเป็นโรคสำคัญตนผิด มีความคิดฝังลึกว่า “ตัวฉันสำคัญที่สุด” ขาดฉันเสียคนหนึ่ง ทุกอย่างในบ้านเมือง ในองค์กรในบริษัท ก็จะดำเนินต่อไปไม่ได้

คนพวกนี้ เกิดมาเพื่อแบกโลกไว้บนบ่า มากกว่าเกิดมาเพื่อเหยียบโลกเล่น ในโลกนี้ไม่มีใครจะทุกข์หนักหนาสาหัสเท่าคนป่วยโรคนี้...อีกแล้ว

ขณะที่เขาคิดว่า โลกนี้ขาดเขาไม่ได้ มองไปอีกด้าน โลกกลับไม่เคยรู้สึกว่า ขาดเขาแล้ว จะหมุนต่อไปไม่ได้

เขาไม่เคยคิดสักนิด ก่อนจะมีเขา ชาวโลกก็อยู่กันมาได้ สรรพสิ่งในโลกล้วนดำเนินของมันไปตามปกตินิทาน

เรื่องนี้ ท่าน ว.วชิรเมธี เล่าเพื่อสอนว่า มีคนมากมายในโลกนี้ ที่ป่วยเป็นโรคสำคัญตนผิด มีความคิดฝังลึกว่า “ตัวฉันสำคัญที่สุด” ขาดฉันเสียคนหนึ่ง ทุกอย่างในบ้านเมือง ในองค์กรในบริษัท ก็จะดำเนินต่อไปไม่ได้

คนพวกนี้ เกิดมาเพื่อแบกโลกไว้บนบ่า มากกว่าเกิดมาเพื่อเหยียบโลกเล่น ในโลกนี้ไม่มีใครจะทุกข์หนักหนาสาหัสเท่าคนป่วยโรคนี้...อีกแล้ว

ขณะที่เขาคิดว่า โลกนี้ขาดเขาไม่ได้ มองไปอีกด้าน โลกกลับไม่เคยรู้สึกว่า ขาดเขาแล้ว จะหมุนต่อไปไม่ได้

เขาไม่เคยคิดสักนิด ก่อนจะมีเขา ชาวโลกก็อยู่กันมาได้ สรรพสิ่งในโลกล้วนดำเนินของมันไปตามปกติ


ท่าน ว. ทิ้งท้ายด้วยประโยคจับใจ “คนสำคัญคนหนึ่งของโลก อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดับขันธปรินิพพานไป พระจันทร์ก็ยังไม่หยุดส่องแสง พระอาทิตย์ก็ยังไม่เคยไว้ทุกข์”

ที่มา : บางตอนจากหนังสือ ธรรมะ ชาล้นถ้วย ของท่าน ว.วชิรเมธี




ต้องการขอเพลง...คลิก http://medsai.net/webboard/index.php?board=59.0
พบเห็นกระทู้ที่ลิงค์หมดอายุ หรือโหลดไม่ได้...คลิก http://medsai.net/webboard/index.php?board=117.0
กรุณาช่วยแจ้งลิงค์ของกระทู้ที่เสียด้วย