ผู้เขียน หัวข้อ: อาหารและโรคของสุนัขที่ควรรู้  (อ่าน 644 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ecapfi

  • Ham 36 year old
  • เหยียบหิมะไร้รอย
  • ***
  • Thank You
  • -Given: 10
  • -Receive: 25
  • กระทู้: 364
  • เพศ: ชาย
  • Hello everyone!
อาหารและโรคของสุนัขที่ควรรู้
« เมื่อ: สิงหาคม 19, 2012, 01:03:51 PM »

อาหารและโรคสุนัขที่ควรรู้
 
 
มาว่ากันที่ คนเราคิดว่าโปรตีนเท่านั้นหรือที่หมาต้องการ แล้วอย่างอื่นละ... แล้วโปรตีนอย่าเข้าใจเพียงชื่อว่าคือโปรตีน  แต่ขอให้ดูว่ามันคืออะไร มีความจำเป็นแค่ไหน และมันทำมาจากอะไร  มาเข้าเรื่องกันครับ หนึ่งเลย เวลาเลือกอาหารควรเลือกที่อายุวันที่ผลิต  ต้องเป็นอาหารใหม่และสด  กลิ่นไม่เหม็นหื่นหรือเหม็นสาบ หลีกเลี่ยงดังนี้ มีสารเคมีเช่น Ethoxyquin  BHA  BHT   Propylene Glycol สี รส กลิ่น ที่ปรุงแต่งแบบเทียมๆ มีกลิ่นฉุนจัด หรือเป็นมันเยิ้ม

ผลพลอยได้จากธัญพืชหรือแปง้ผลพลอยได้จากกากของพวกนี้มีวิตามินนิดเดียวจริงๆ  ก็เพราะมันเป็นเพียงผลพลอยได้ เอาไว้เพิ่มปริมาณ มันเป็นสารที่ไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการ แล้วยังจะทำให้ระบบย่อยอาหารออกมาเป็นก้อนแข็งอีกตะหาก ...มันก็มีส่วนดีนะ เขามักบอกว่าเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง  จริงๆแล้วมันเป็นสารที่ดูดซึมได้อยากและไม่มีคุณค่าที่แท้จริงเลย

 โปรตีนจากกากถั่วเหลือง ว่ากันว่าหมามันไม่สามารถย่อยเจ้ากากถั่วนี่ได้เหมือนคนครับ   มันไม่มีกรดอะมิโนบางตัวที่ใช้ย่อยได้เหมือนคน   สารเติมเต็มประเภท เซลลูโลส -เซลลูโลสไฟเบอร์ จริงๆแล้วได้จากหนังสือพิมพ์เก่า  ขี้เลื่อย กระดาษแข็งป่น เศษใบไม้แห้ง เปลือกถั่วบด ฯลฯ

 ยีสต์ เป็นแหล่งวิตามิน B กรดอะมิโน  และสารอาหารบางชนิด ทำให้อาหารมีรส สี และกลิ่นมากขึ้น  เช่นน้ำที่ผ่านกระบวนการจากโรงงาน ถ้ากินมากไปเพราะกลิ่นชวนให้กิน จะเป็นอันตรายต่อตับและระบบย่อยอาหาร กากน้ำตาลก็เป็นอีกตัวที่นำมาผสมกับอาหารหมา เขาจะเขียนว่า ซูโครส .โมลาส

  เจ้าตัวนี้ถือเป็นสารเติมเต็มที่ถูกมากและมีน้ำหนักดี....หมาจะชอบกิน และมันยังทำให้หมาอ้วนอีกต่างหาก  เวลาให้หมากินแล้วดู บึ๊บบั๊บ ขึ้นรวดเร็ว บางคนชอบ แต่ควรสังวรไว้น้องหมาจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน แล้วอาหารที่ดีเป็นอย่างไร .... 
 
 


 มาต่อที่อาหารชั้นดีครับ จะต้องมีสารอาหารต่อไปนี้จ้า...

วิตามิน A ช่วยป้องกันโรค บำรุงสายตา
เบต้าแคโรทีน ช่วยการดูดซับวิตามิน A
วิตามิน B 1 เพิ่มพลังงานและบำรุงระบบประสาท
 วิตามิน B 2 ช่วยในการย่อยไขมันและคาร์โบไฮเดรต
 วิตามิน B 6 เสริมสร้างเซลล์ให้แข็งแรงและช่วยย่อยโปรตีน อันนี้สำคัญมากๆ
 วิตามิน B 12 ช่วยดูดซับแคลเซียมและป้องกันโรค
 วิตามิน D ช่วยดูดซับแคลเซียมและฟอสฟอรัส
 วิตามิน E เป็นสารอนุมูลอิสระช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ


 ไนอาซิน ทำให้ระบบประสาทและผิวหนังดี ช่วยในการย่อย
 กรดแพนโทเทนิก ช่วยลดสารพิษตกค้างในร่างกาย
 กรดโฟลิก ช่วยล้าง DNA เอนไซม์ และเม็ดเลือด
 โคลีน ช่วยระบบประสาทและการทำงานของตับ
 อินนอสิตอล ลดไขมันตกค้างในตับ ลดคลอเลสเตอรอล ป้องกันโรคเบาหวาน
 พาบา ป้องกันผิวหนังจากโรคมะเร็ง ทำให้ขนสีสวย
 ไบโอติน ช่วยกระบวนการเผาผลาญพลังงาน กรดไขมันและกรดอะมิโน ทำให้ขนสวย
 วิตามิน C ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ เพิ่มภูมิต้านทานโรค ภูมิแพ้ แบคทีเรีย ไวรัส และมะเร็ง
 แคลเซียมเพื่อกระดูกฟัน โครงสร้าง และช่วยการทำงานของลำไส้ใหญ่
 ฟอสฟอรัส ช่วยนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและคงสภาพความเป็นกรด/ด่าง และมีส่วนสำคัญในการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ


 เหล็ก จะถูกนำโดยกระบวนการผสมกับทองแดงและโปรตีน กลายเป็นเม็ดเลือดแดง
 แมงกานีส บำรุงสมอง ประสาท ลดความเจ็บปวด
 สังกะสี ป้องกันและต่อต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดมะเร็ง และป้องกันโรคอื่นๆ
ไอโอดีน เป็นสิ่งจำเป็นในระบบการทำงานของต่อมไทรอยด์
 ทองแดง ลดการอักเสบและบวม ช่วยซ่อมแซมกระดูก ทำให้ขนสวย
 กรดกลูตามิก ช่วยเปลี่ยนสภาพไขมันและน้ำตาล ลดแอมโมเนียในสมอง
 ซิลีเนียมและโครเมียม ช่วยป้องกันภูมิแพ้และอาการแก่ก่อนวัย

เป็นไงครับ อาหารชั้นเยี่ยมแบบนี้ หายากหน่อยนะ แต่อาหารทุกตัวที่มี ส่วนใหญ่ก็จะมีสัดส่วนของวิตามินที่จำเป็นเหล่านี้อยู่ด้วยแล้ว เพียงแต่มากน้อย ครบไม่ครบ หรือมีมากแค่ไหน เพียงพอหรือไม่ ต้องอ่านในฉลากข้างถุงครับ .ลองอ่านดูสารอาหารที่จำเป็น สารอาหารที่เขียนไว้ จำเป็นต้องใช้ในสุนัข  ถ้าเขาเขียนไว้นี่ต้องมีตามนั้นนะ ไม่งั้นผู้ผลิตอาหารสุนัขก็เข้าข่ายหลอกเราเช่นกัน  แต่บางยี่ห้อไม่ค่อยเขียนนะไม่รู้เป็นไง ..ถ้าอาหารที่ซื้อมาไม่ดีพอ เพราะงบประมาณต้องจำกัดไว้เพื่ออาหารคนด้วย  ก้อหาซื้อสารอาหารวิตามิน เพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น อย่างเช่น ยาบำรุงขน แคลเซียม วิตามินฯลฯ เป็นต้น

ควรเลือกอาหาร ที่ความสดและใหม่พร้อมทั้งตรวจดูฉลากโดยละเอียดว่าเขาเขียนสารอาหารและส่วนผสมอย่างไร  เรื่องความสดใหม่เป็นสิ่งจำเป็น เพราะวิตามินต่างๆจะยังไม่ลดหรือเสื่อมสภาพลง  ผิดจากอาหารที่แม้เกรดดีเยี่ยม หากขาดความสดใหม่ทุกอย่างก็ลดลงตามกาลเวลา วิตามินบางตัวก้อเสื่อมสภาพลงจนแทบไม่เหลือหลอ  ทั้งนี้ควรเลือกที่อายุการผลิตไม่มากเกินหกเดือนก้อยังพอไหวนะ อาหารที่ถูกหลักโภชนาการ  การออกกำลังกายที่พอเพียง และการหวีแปรงขนจะทำให้น้องหมามีสุขภาพขนและผิวหนังที่ดีครับ
 
   
 ผ่านเรื่องอาหารแล้วคราวนี้มาดูเรื่องโรค และสิ่งบอกเหตุว่าเป็นโรคจะรู้ได้อย่างไร อันแรกเลย โรคที่เกิดจากการแพ้ ส่วนใหญ่มันจะแสดงอาการเริ่มต้นให้เรารู้ได้ที่ขนและผิวหนังของน้องหมาครับ  เพราะส่วนนี้เป็นส่วนที่จะขับถ่ายสารพิษของเสียต่างๆที่สำคัญสุดของหมา เนื่องจากมันเป็นทางออกเดียวที่จะทำได้ ดังนั้นขนและผิวหนังจะดีได้ก็ต่อเมื่อ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงทั้งภายนอก/ภายใน เพราะได้โภชนาการที่ดีไงครับ

 ถ้าเจอนะครับ ถ้าพบเจอขนมีกลิ่นเหม็นและดูเป็นมันเยิ้มเหนียว ผิวหนังชื้นและมีกลิ่น มันคือลางบอกเหตุว่าจะเป็นโรคเรื้อนในอีกไม่นานนัก ผิวหนังที่มีกลิ่นเหม็นเนื่องจากการทำงานของต่อมไขมันที่ขับของเสียอย่างหนัก เกิดทำงานบกพร่องเนื่องจากโภชนาการไม่ดี   มันเป็นตัวทำให้เกิดซีสต์ และขนมีน้ำมันเยิ้ม   หมาที่เป็นแบบนี้ส่วนใหญ่จะแพ้อากาศหนาว ดังนั้นมันจึงชอบที่จะอยู่ในที่อุ่นๆ   แต่ที่อุ่นๆนี่แหละทำให้มันยิ่งคันมากขึ้น เพราะมันแพ้ความหนาว  สุดท้ายถ้าไม่ดูแลช่วยเหลือ มันก็จะเป็นขี้เรื้อนโดยปริยาย

 ลองใช้มะนาวหนึ่งลูกต้มจนเดือดสักพัก แล้วนำมาคั้นเอาน้ำ กรองเอากากทิ้ง จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นสักหนึ่งคืน แล้วเอาน้ำมะนาวที่ว่านี้ ชโลมทาให้ทั่วตัวน้องหมา  แล้วปล่อยให้แห้งเองโดยไม่ต้องล้างออกรอสักวันเต็มๆแล้วทำใหม่   คราวนี้รอแค่แห้งดีแล้วก็ล้างออกให้สะอาด  น้ำมะนาวจะเป็นยาฆ่าเชื้อที่ไม่เป็นอันตรายและหาง่ายสุด แถมได้ผลดีอีกต่างหากครับ ลองทำซ้ำๆสักสามสี่ครั้ง สุดท้ายถ้ายังไม่หายก็ หาหมอครับ ให้หมอตรวจเลือดและผิวหนังอย่างละเอียดเพื่อทำการรักษาต่อไปครับผม 
 
  ตามที่ว่ามานี้เป็นว่าน้องหมาต้องได้รับความรักและการเอาใจใส่ที่ดี ได้ออกกำลังกายที่เหมาะสม ได้กินอาหารดี เพื่อสนับสนุนการต้านทานโรคภัยต่างๆ
ว่ากันที่โรคมีหลายอย่าง การตรวจดู และสังเกต ควรมีดังนี้

1 ดูที่โภชนาการว่าน้องหมากินอะไรบ้างในแต่ละวัน อาหารที่กินมีสารอาหารครบมั้ย มีความสะอาดถูกหลักอนามัยที่ดีมั้ย  หรือมันได้กินอะไรแปลกปลอมผิดปกติมั้ย  พฤติกรรมการกินปกติหรือมีปัญหา  เหล่านี้ต้องคอยตรวจดูทุกวันครับ

2 ดูการย่อยอาหาร น้องหมาถ่ายทุกวันหรือไม่ มีการผายลมหรือท้องอืดหรือท้องเสียเป็นอย่างไร ถ้าเป็น ดูว่าเป็นเพราะอาหารมื้อไหน กลิ่นและสีที่ถ่ายออกมาเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ทีนี้ถ้าไม่สบายหรือกำลังจะป่วย อาการที่จะเห็นก็คือ  อาเจียน  ท้องเสีย  ถ่ายออกมามีมันมากและสีผิดปกติ  อันนี้เกิดจากโรค  และหรือมีพยาธิเต็มท้องแล้วก็ได้  ควรรีบทำการรักษาก่อนที่จะลุกลามเป็นเรื่องใหญ่

3  ดูว่าน้องหมาฉี่เป็นเวลามั้ย  หรือฉี่บ่อยมากๆ ฉี่ทุกที่  หรือฉี่ที่เดิม  สีของฉี่เป็นไงบ้าง  มีเลือดปนหรือมีกลิ่นเหม็นมากจนผิดปกติหรือเปล่า   กินน้ำปกติมั้ย  นี่ดูเรื่องของฉี่ว่าจะเป็นโรคร้ายหรือไม่นะครับ

4  ดูผิวหนังครับ  ผิวหนังและขนเปลี่ยนไปจากปกติบ้างมั้ย  มีสะเก็ด  หรือเป็นตุ่มหนอง  มีฝีช้ำหนองหรือเป็นสิวเม็ดใหญ่ๆบ้างมั้ย  ขนร่วงผิดปกติหรือขนมันเปียกผิดปกติหรือเปล่า   ดูว่ามันคันและเกามากจนไม่น่าเป็นปกติ อันนี้ขนและผิวหนังนี่จะบอกเหตุได้ค่อนข้างชัดว่ากำลังเป็นโรคที่เกี่ยวกับตับหรือไตครับ

5  ดูที่หูครับ  หูเป็นไงบ้าง  อักเสบมีไขมากมีขี้หูเกรอะกรัง มีน้ำตกค้างในหูมั้ย   มีตัวไรหรือเห็บกัดหรือเปล่า    ว่ากันว่าเจ้าพวกยีสต์และแบคทีเรีย มักจู่โจมและแพร่เชื้อในช่วงนี้นะ   โดยผ่านทางหูนี่แหละ  ดังนั้นจึงควรตรวจดูบ่อยๆนะครับ  ถ้ามีอาการเหล่านี้นับเป็นอาการแรกเริ่มของสภาวะไม่สมดุลของอาหาร  และมีสารพิษตกค้างในร่างกาย  การอักเสบและเกิดโรคจะเริ่มที่หูก่อนผิวหนังและขนได้เช่นกันครับ

6   ทีนี้มาถึงตาและจมูก   ตรงจุดนี้จะเกิดอักเสบพร้อมๆไปกับหูก็ได้  ตาที่ระคายเคืองมากๆเป็นผลทำให้ไปอุดตันท่อน้ำตา  ทำให้เกิดน้ำมูกสะสมมากและหายใจลำบากครับ  ดูว่าตาแฉะผิดปกติมั้ย  ตาแดงบวม  นี่เป็นเหตุบอกว่ากำลังมีปัญหาในเรื่องของตับ   ควรตรวจดูบ่อยๆครับ อาหารบางชนิดที่ด้อยคุณภาพนะ  น้องหมากินแล้วมีขี้ตาเยอะ ถ้ากินต่อไปก็จะเป็นแบบที่ว่า  อันนี้เกี่ยวเนื่องกับตับเป็นสำคัญครับ  ลองสังเกตดูนะครับ

7  มาถึงระบบประสาทครับ  ถ้าได้โภชนาการที่ดีก็ไม่ค่อยมีปัญหา  แต่ถ้าได้โภชนาการที่ไม่สมดุลก็เกิดปัญหาได้เช่นกัน  อาจดุมากขึ้นโดยไม่มีเหตุผล  อันนี้สำคัญเหมือนกันนะครับ  ดูว่ามีอาการสั่น  สับสน  ซึมเบื่อ  น้ำหนักเพิ่มหรือลดอย่างรวดเร็ว   มีไข้มั้ย  ลุกนั่งยืนผิดปกติหรือไม่  นอนไม่หลับและมีกลิ่นตัวแรง   กินข้าวปลาอาหารปกติมั้ย   ระวังอาหารที่ไม่ได้คุณภาพนะครับ มีผลมากจริงๆอย่าประมาทครับ

8   ดูว่าการหายใจเป็นไงบ้าง  มีกลิ่นเหม็นหายใจลำบาก   ออกกำลังหรือวิ่งเล่นเหนื่อยเร็วหรือเปล่า   วิ่งเล่นได้นานเท่าเดิมเป็นปกติดีมั้ย   ไอ  หอบ  ใจเต้นแรงผิดปกติมั้ย   ลองจับชีพจรดูนะครับ ตรงเส้นเลือดแดง บริเวณขาหนีบด้านใน   ปกติจะเต้นแบบนี้ครับ หมาเล็ก ชีพจรเต้น 90-120  ครั้งต่อนาที  หมาใหญ่ ชีพจรเต้น 65-90  ครั้งต่อนาที   ลองฝึกจับชีพจรดูครับ   สามารถบอกได้เช่นกันว่าหมาเราสมบูรณ์ดีไหม

9   อารมณ์ครับ คอยสังเกตดูว่าน้องหมา มีอาการซึมกลัว   ขี้ระแวง   ดุผิดปกติ   กัดและทำลายข้าวของผิดปกติ   ฉี่เรี่ยราดทั่วบ้านทั่วเมือง   หรือเครียดมากเรียกก็ไม่ฟังไม่ค่อยสนใจ   อันนี้ก็มาจากอาหารอีกเช่นกัน และรวมถึงการถูกทอดทิ้ง  หรือปล่อยไว้ตัวเดียวในที่เปลี่ยว   ความผิดปกตินี้แสดงให้เห็นสภาพจิตใจของน้องหมาว่าตอนนั้นเป็นอย่างไร   กำลังเครียดมาก   ไม่สบาย   ไม่สบายทั้งใจและกา  ย เจ้าของจากไป   หรือเพื่อนหมาของมันหายไป   อันนี้ก็ทำให้มันเศร้าซึมได้เช่นกัน   มันคิดถึงครับ และมันเครียดหนักกว่าคนอีกนะ เพราะมันพูดบอกใครไม่ได้แต่มันรับรู้ครับ ว่าเจ้าของจากไป  แต่มันไม่เข้าใจถึงสาเหตุว่าทำไมเจ้าของจึงต้องจากไป??

10   สภาพแวดล้อมครับ ตรงนี้ก็ทำให้น้องหมาป่วยได้เช่นกันครับ   ดูว่ามีการฉีดยากันยุง   ยาฆ่าแมลง   ยาฉีดหญ้า   ยาฆ่าเห็บ   สารเคมี   พื้นปูนใหม่   สีใหม่ ผนังเกิดเชื้อรา   สนามหญ้ามีเห็บพิษ   น้ำกิน   พืชที่เป็นพิษ ความชื้น  ของเล่นน้องหมาเก่าจนเกิดเชื้อรา ฯลฯ   อีกเยอะเลยครับเรื่องของสภาพแวดล้อม ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าสารเคมีก็เป็นตัวหนึ่งที่สร้างโรคภัยให้กับน้องหมามากมายทีเดียว   
   ขอนำเรื่องโรคต่างๆที่สุนัขมักจะเป็นบ่อย มานำเสนอกันครับ

 
  เริ่มกันที่โรคขี้เรื้อนครับ

ลักษณะของโร ค  หมาขี้เรื้อน  เป็นคำไทยที่นิยมใช้เรียกสุนัขที่เป็นโรคผิวหนัง  ขนร่วงและมีอาการ ผอมโซ ดังนั้นชาวบ้านทั่วไปจึงรู้จักโรคนี้ด้วยกันทุกคน  สุนัขที่เป็นขี้เรื้อนจะมีอาการคัน  ใช้เท้าเกาตามลำตัว  ชอบเอาตัวไปถูตามไม้  ขนตามร่างกายจะร่วง ซูบผอมเดินโซเซ   สุนัขบางตัวขนร่วงหมดจนถูกเรียกว่า หมาหนังกลับ

สาเหตุและการรักษา สามารถแบ่งออกได้เป็นพวก ๆ ดังนี้

หมัดและเห็บ ปกติจะพบตัวหมัดแดงขึ้นกลางหลัง โคนหาง คอ ลำตัว หมัดจะวิ่งอยู่ตามโคนขน ในแม่สุนัขที่คลอดลูกใหม่มักพบหมัดแดงกลางหลัง  แม่สุนัขจะเอาปาก แทะกลางหลังและโคนหาง  จนทำให้ขนหลุดร่วง การรักษาเห็บในแม่สุนัขลูกอ่อนและลูกสุนัขควรใช้ฝุ่นฆ่าหมัดโรยตามลำตัว  ในสุนัขโตควรใช้น้ำยาผสมน้ำอาบ

 

พยาธิหัวใจ เป็นสาเหตุของโรคนี้ได้ คือ ตัวอ่อนของพยาธิจะอยู่ในกระแสโลหิต   ตัวอ่อนเหล่านี้จะวิ่งไปตามเส้นเลือดฝอยที่ผิวหนังทำให้สุนัขเกิดอาการคันตามผิวหนัง   ต้องใช้เท้าเกาหรือปากแทะ   หรือเอาลำตัวถูกับสิ่งต่างๆ ทำให้ขนร่วง  ถ้าเป็นมากจะเกิดขี้เรื้อนทั้งตัวได้  การตรวจพยาธิหัวใจต้องนำสุนัขไปหา สัตวแพทย์ให้เจาะเลือดตรวจหาตัวอ่อนพยาธิด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อทำการรักษา

การแพ้สารต่าง ๆ สุนัขก็เช่นเดียวกับคน คือ มีการแพ้ได้ เช่นแพ้ยา  ซึ่งเจ้าของมักซื้อยาบำรุงหรือยารักษาอาการป่วยมาให้กิน  ทำให้สุนัขแพ้มีอาการคันได้  หรือบางคนใช้สบู่ที่เป็นกรดแรงไปทำให้สุนัขแพ้มีอาการขนร่วง  โดยเจ้าของ เมื่อเห็นคันก็อาบน้ำฟอกสบู่ให้อีกบ่อย ๆ หรือบางครั้งก็ล้างเอาสบู่ออกไม่หมด  อาการแพ้ก็มากขึ้น

พยาธิผิวหนัง โรคขี้เรื้อนที่เกิดจากพยาธิผิวหนัง  (ขี้เรื้อนแท้)  จะทำให้ผิวหนังคันขนร่วง เป็นทั้งตัวหรือเฉพาะที่ก็ได้ จึงควรให้สัตวแพทย์ตรวจโดยการขูดเอาผิวหนังมาส่องหาพยาธิด้วยกล้องจุลทรรศน์
 ขาดฮอร์โมน  การขาดฮอร์โมนเพศทำให้สุนัขขนร่วงได้  มักพบในสุนัขแก่หรือสุนัขที่ถูกทำหมัน   การที่ขนร่วงมีลักษณะเท่ากันหรือเหมือนกันทั้งด้านซ้ายและขวา   สุนัขจะคันตามผิวหนัง   ถ้าพบเช่นนี้ควรให้ฮอร์โมนนั้น ให้สุนัขกินจะก็หายได้
 หมั่นสังเกตดูนะครับ

 
  นิ่ว
 ลักษณะและอาการของโรคนิ่วที่พบและเป็นปัญหาในสุนัขก็คือ  นิ่วของระบบปัสสาวะโดยพบว่าร้อยละ 90 จะเกิดในกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ ส่วนที่เหลือเกิดในไตและท่อไต ช่วงที่สามารถเกิดนิ่วกับสุนัขได้คือ 3-9 ปี
โดยนิ่วจะมีแหล่งกำเนิดอยู่ 2 แห่งคือ แหล่งใหญ่ร้อยละ 95 ของนิ่ว  ที่เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุในร่างกายได้แก่  แมกนีเซียม  แอมโมเนียม  ฟอสเฟต  อ๊อกซาเล็ท  ยูเรท ฯลฯ แหล่งที่ 2 เกิดจากการตกผลึกของโปรตีนและเมือกในระบบปัสสาวะ  ซึ่งมีจำนวนน้อย
 เมื่อแร่ธาตุเหล่านี้เกิดการตกผลึกก็จะเกิดการอุดตัน อาการที่ปรากฏ คือ ฉี่ลำบากออกกะปริดกะปรอยจนไม่ออก หรือถึงขนาดที่เวลาฉี่ต้องเบ่งจนตัวโก่ง  ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด  บางครั้งจะมีอาการนำด้วยเลือดปนฉี่ออกมา จากสีชมพูจาง ๆ จนถึงเลือดสด  บางตัวมีแต่อาการท้องโตขึ้นเรื่อย ๆ  ฉะนั้นถ้าเห็นว่าสุนัขแสดงอาการแปลกๆ ให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อตรวจให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง

การรักษา ทำได้ตั้งแต่วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดและผ่าตัด  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและชนิดของนิ่วที่เป็น  เช่น ถ้าเป็นนิ่วที่สามารถสลายได้โดยง่ายก็อาจจะให้ทานยาสลายนิ่ว  หรือหากเป็นนิ่วในท่อปัสสาวะสามารถรักษาด้วยการสอดสายยางเข้าไปดูดล้างออกมาโดยไม่ยากเย็น  (ทั้งนี้การรักษาจะต้องกระทำโดยสัตวแพทย์) จนถึงขนาดที่ว่า มีก้อนนิ่วขนาดใหญ่ในกระเพาะปัสสาวะถ้าเป็นเช่นนั้นก็จำเป็นต้องทำการผ่าตัด

 

 โรคลำไส้อักเสบ

ลักษณะอาการ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงของสุนัขที่เกิดจากเชื้อไวรัส  โดยมีการะบาดอย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2521  ลักษณะจำเพราะของโรคคือ สุนัขจะแสดงอาการอาเจียนและท้องร่วงอย่างรุนแรง   สุนัขจะแสดงอาการอย่างฉับพลัน   มีอาการซึม  เบื่ออาหาร  อุจจาระเหลว  ท้องร่วง

 อาการท้องร่วงอาจเกิดภายหลังการอาเจียน หรือเกิดขึ้นพร้อมกัน การถ่ายอุจจาระจะถ่ายพุ่งรุนแรง  ลักษณะอุจจาระเป็นน้ำหรือน้ำปนเลือด อุจจาระมีกลิ่นเหม็นรุนแรง  สุนัขจะแสดงอาการขาดน้ำอย่างรวดเร็วและอาจถึงตายถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ในลูกสุนัขโดยเฉพาะลูกสุนัขอายุน้อย  จะทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ  ทำให้ตายโดยทันทีโดยไม่แสดงอาการของโรคเลย

การติดต่อ โรคนี้สามารถติดต่อได้ทางการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับอุจจาระของสัตว์ป่วย  เพราะในอุจจารจะมีเชื้อไวรัส ปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก  เพราะเชื้อนี้จะมีความคงทนที่จะอยู่ได้นาน

การป้องกันรักษา  เจ้าของสุนัขควรฉีดวัคซีนป้องกัน โรคลำไส้อักเสบ ตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่สุนัข  ซึ่งจะมีผลถ่ายทอดภูมิคุ้มกันโรคมาทางน้ำนมเหลือง  และถ้าหากสุนัขตัวใดมีอาการของโรคดังกล่าวควรจะรีบพาไปหาสัตวแพทย์ เพื่อนทำการรักษาที่เหมาะสมโดยเร็วที่สุด  ในขณะเดียวกันก็ต้องทำการฆ่าเชื้อบริเวณที่สุนัขอาศัยอยู่ โดยการใช้ความร้อน  หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เหมาะสม

 

 โรคพิษสุนัขบ้า

ลักษณะอาการ เกิดจากเชื้อไวรัส  ทำให้สุนัขบ้าแล้วไปติดยังสัตว์อื่น ๆ  รวมถึงคน  ในสุนัขจะพบบ่อยที่สุด เชื้อไวรัส นี้จะเข้าทำลายระบบประสาทและมันสมองส่วนกลาง  ทำให้เกิดการอักเสบเป็นอัมพาตเมื่อเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  และต้องตายอย่างทรมานที่สุด
 สุนัขเมื่อเป็นโรคจะแสดงอการป่วยภายใน 20-60 วัน หรืออาจจะเป็นก่อนหรือหลังนี้ก็ได้ ในคนนี้จะประมาณ 15 วัน ถึง 6 เดือน หรือมากกว่านั้น อาการที่พบแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดดุร้ายและชนิดซึม

อาการชนิดซึม โรคพิษสุนัขบ้าชนิดซึมนี้ชาวบ้านจะไม่ค่อยรู้จัก เพราะว่าสุนัขไม่แสดงอาการดุร้ายกัดคน สุนัขมักนอนในที่มืดและเงียบ  อ้าปากลิ้นห้อยเล็กน้อย  น้ำลายยืดฟูมปาก  ไม่ดุร้ายถ้าไม่ถูกรบกวน  มีอาการง่วงไม่ยอมเห่า  บางครั้งสุนัขป่วยจะกินอาหารและน้ำได้  แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเลียน้ำไม่เข้าปากเสียส่วนใหญ่  คล้ายกับว่ามีอะไรมาติดคอ ต่อไปก็จะตายหลังจากแสดงอาการได้ 2-3 วัน

อาการชนิดดุร้าย ระยะเริ่มแรกจะสังเกตได้จากอารมณ์และอุปนิสัยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  เจ้าของที่อยู่ใกล้ชิดจะสังเกตได้ และหมดแรง  ถ้าได้สังเกตอย่างใกล้ชิดรูม่านตาจะขยายโตกว่าปกติ  สุนัขจะเริ่มมีอาการเริ่มแรกอยู่ 2-3 วัน ก็เข้าสู่ระยะที่ 2 คือ ระยะตื่นเต้น  เป็นระยะที่แสดงอาการ  กระวนกระวาย  มีอาการทางระบบประสาท  ตอบสนองอย่างฉับไว  และรุนแรงต่อเสียงหรือสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ  ต่อมาอาการตื่นเต้นกระวนกระวายจะเพิ่มมากขึ้น  อาจแสดงอาการงับแมลงหรือวัตถุที่ขวางหน้า  จะกัดวัตถุ กัดกินสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ  เช่น ก้อนหิน ก้อนดิน เศษไม้

 อาจกัดกินอย่างรุนแรงจนเลือดกบปากหรือฟันหัก  แล้วเริ่มออกวิ่งโดยไร้จุดหมายอันเป็นลักษณะของความบ้าคลั่งอย่างเด่นชัด  เสียงเห่าหอนจะผิดไ ป  เนื่องจากเกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อ  กล่องเสียง  ลิ้นห้อย  น้ำลายไหล  ต่อมาเนื้อตัวจะเกร็ง ขาอ่อนเปลี้ยลง ลำตัวจะแข็งสุนัขจะแสดงอาการในระยะตื่นเต้นนี้อยู่  3-7  วัน บางครั้งแสดงอาการในระยะสั้นกว่านี้  อาจสังเกตได้ไม่ทัน คือ  ชักแล้วตายโดยไม่ผ่านอาการระยะที่ 3

  ซึ่งอาการขั้นอัมพาต  สำหรับระยะที่มีอาการอัมพาตสุนัขจะล้มลงแล้วลุกไม่ได้   หางห้อยตก   ลิ้นห้อยยาวออกมานอกปาก   น้ำลายหกมาก   สุนัขอาจแสดงอาการขยอกในลำคอ  ต่อมาอัมพาตจะแพร่ลามไปทั่วตัวแล้วจะตายภายใน 2-4 วัน

การป้องกัน เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าไม่อาจรักษาได้ เป็นแล้วตาย ร้อยเปอร์เซ็นต์   จึงจำเป็นต้องป้องกันโรคไว้ล่วงหน้า ในบ้านเรามีวัคซีนที่ฉีดป้องกันได้สะดวก  โดยนำสุนัขที่มีอายุตั้งแต่ 3 เดือน ไปฉีดวัคซีนเพื่อนสร้างภูมิคุ้มกันทุก ๆ ปี  ปีละครั้งส่วนสุนัขที่สงสัยว่า ถูกสุนัขบ้ากัด  ให้ฉีดวัคซีนซ้ำอีกครั้งหลังจากถูกกัด

 

 
 
 
   
   
 
  โรคปอดบวม

ลักษณะอาการ โรคนี้มักพบมากในลูกหมาเล็ก ๆ และหมาแก่  เพราะทั้งสองวัยต่างมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอพอ ๆ กัน ส่วนหมาหนุ่ม หมารุ่นๆ ไม่ค่อยพบเนื่องจากความแข็งแรงยังมีอยู่เต็มที่    เชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของโรคนี้มีอยู่ได้หลายชนิ ด อาทิ  klebsiella  pneumoniae,  E.coli หรือ  pseudomonas spp. และ ฯลฯ  หมาจะแสดงอาการนอนซึม  มีไข้  เบื่ออาหาร ชอบหลบไปนอนที่เย็น เช่น ในห้องน้ำ  มีขี้มูกไหลออกมสีขาวจนถึงสีเขียวข้น หายใจแรงจนถึงกับอ้าปากหายใจไม่ออก  ซ้ำร้ายต้องหายใจทางปากตลอดเวลาเพราะจมูกอุดตัน เต็มไปด้วยน้ำมูก


ข้อควรปฏิบัติ ก็คือให้ความอบอุ่นแก่หมาของคุณอาจเป็นการใส่เสื้อ  ห่มผ้า ปูรองด้วยพื้นผ้า  ใช้หลอดไฟให้แสงสร้างความร้อนอย่าให้นอนในที่เย็นเกินไป  อับชื้น หรือโดนฝนสาด และให้รีบปรึกษาสัตวแพทย์โดยด่วน

 

โรคไข้หัดสุนัข

ลักษณะอาการ โรคนี้เป็นโรคที่เกิดจาก เชื้อไวรัส  อาการรุนแรงมากในลูกสุนัขอ่อนที่เพิ่งเกิด โดยอาจแสดงอาการเพียงการหายใจลำบากและอาการปวดบวม  แล้วตายอย่างรวดเร็ว  ในลูกสุนัขนัขที่มีอายุมากขึ้นอาจมีการอาการไข้สูงและลดต่ำสลับกันไป นอกจากนี้ยังอาการท้องเสีย  มีน้ำมูกข้น  มีขี้ตาแฉะ  เริ่มแรกอาจมีอาการไอ ต่อมาเกิดปวดบวม  เบื่ออาหาร  ซึม  และพบตุ่มหนองบริเวณหน้าท้อง  ระยะต่อมาอาจแสดงอาการทางระบบประสาทให้เห็น  คือเดินโซเซ สั่น แคระแกร็น

การติดต่อ การติดต่อของโรคเป็นได้ง่ายทั้งการหายใจ และโดยการสัมผัสกับสิ่งขับถ่าย  เช่น การกินสิ่งที่ติดเชื้อ น้ำมูก ขี้ตา น้ำลาย โรคนี้ยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ จึงควรป้องกันโดยการเลี้ยงดูที่ถูกสุขลักษณะ  ให้อาหารที่มีคุณค่า ระวังการติดต่อจากตัวที่ป่วย ควรทำการ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีนในแม่สุนัข  ซึ่งจะมีผลถ่ายทอดภูมิคุ้มกันโรคผ่านทางน้ำนมเหลืองได้

 

 พยาธิ

ชนิด ชนิดของพยาธิที่สำคัญมีอยู่ 2 ชนิด คือ พยาธิไส้เดือน และพยาธิปากขอ

1.  พยาธิไส้เดือน หรือเรียกพยาธิตัวกลม พบมากในสุนัข อาศัยอยู่ในสำไส้มีขนาดยาว 2-3  นิ้ว จะดูดอาหารที่กระเพาะย่อยแล้ว ไข่ของพยาธิจะปนออกมากับอุจจาระ และถูกสุนัขกัดกินเข้าไป  ในลูกสุนัขจะมีอาการท้องป่องคล้ายกับกินอาหารอิ่มทั้งวั น ถ่ายอุจจาระเหลว  ถ้ามีมากจะพบว่าไปอุดตันท่อน้ำดี  เกิดอาการดีซ่านหรือพบว่าลูกสุนัขอาเจียนเอาตัวพยาธิออกมา  การตรวจต้องเอาอุจจาระใหม่ให้สัตวแพทย์ตรวจ  ส่วนการรักษาต้องถ่ายเอาพยาธิออก  ยาที่ใช้ได้ผลดีราคาถูกคือ เปปเปอร์ราซีน ขนาด 100 ม.ก./ก.ก. ให้กินในตอนเช้าก่อนอาหาร

2.  พยาธิปากขอ มีขนาดเล็กมากขนาดเท่าเส้นผม ยาว 1-2  ซ.ม. อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าถ้าใช้ความสังเกต  ดำรงชีพด้วยการดูดเลือดจากผนังลำไส้กินเป็นอาหาร ไข่ของพยาธิปากขอจะปนมากับอุจจาระ แล้วออกมาเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนนี้จะเข้าสู่ร่างกายสุนัขด้วยการไชเข้าเท้า  หรือผิวหนัง  หรือที่อื่น ๆ หรือโดยการกินเข้าไปก็ได้  สุนัขที่มีพยาธิปากขอจะพบอาการครั้งแรกคือ  โลหิตจาง  ดูได้ที่สีของเหงือกหรือเปิดตาดูมีสีซีด   ถ่ายอุจจาระออกมาเป็นกองเล็ก ๆ สีดำ ลูกสุนัขจะมีอาการหงอยซึม  เลี้ยงโตช้า  การถ่ายพยาธิปากขอนี้ควรถ่าย 3-4 เดือนต่อครั้ง หรือต้องนำเอาอุจจาระใหม่ ๆ ไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาไข่ของพยาธิเมื่อสงสัยว่าเกิดกับสุนัข

 

 

เห็บหมา

ลักษณะของโรค   เห็บคอยดูดเลือดทำให้หมาซูบซีด  โลหิตจาง  นำโรคพยาธิเม็ดเลือดมาสู่หมา เห็บในหูอาจทำให้เกิดการอักเสบในช่องหูได้   เห็บมีระยะต่าง ๆ ในการเจริญเติบโตตามวงจรชีวิตของมันอยู่ 4 ระยะ  คือ  เริ่มจากเป็นไข่อยู่ในดินพื้นหญ้า   มันจะฟักตัวออกเป็นระยะตัวอ่อนตัวเล็ก ๆ สีแดง   เมื่อหมาผ่านมาจึงกระโดยเกาะและไต่ขึ้นไปหากินบนตัวหมา   และพัฒนาตัวเองเข้าสู่ระยะวันรุ่นและมีขนาดตัวโตขึ้น   ดูดกินเลือดออกไปอีกสักระยะหนึ่ง จึงเจริญเติบโตเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์  พร้อมที่จะผสมพันธุ์และแพร่ลูกหลานได้

หากสังเกตให้ดีจะเห็นเห็บ 2 ประเภทตามตัวสุนัข คือ พวกหนึ่งตัวเล็ก ๆ แบน  สีน้ำตาล อีกพวกหนึ่งตัวโตบวมเป่งสีเทาดูคล้าย ลูกหยี  ทั้งคู่เป็นเห็บชนิดเดียวกันเพียงแต่ พวกแรกคือตัวผู้พวกหลังคือตัวเมียที่กินเลือดและมีไข่เต็มท้อง พร้อมที่จะกระโดดจากสุนัขไปวางไข่บนดิน   ดังนั้นการที่ผู้เลี้ยงสุนัขชอบบี้เห็บ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเมียลงพื้นดิน   ก็ยังเท่ากับเป็นการแพร่เชื้อของมันออกไปนั่นเอง   เมื่อจับเห็บได้ก็ควรหย่อนลงไปในแก้วหรือขวดในน้ำมันเห็บก็จะตาย

การป้องกัน สามารถทำได้โดยการรักษาความสะอาดสุนัข อาบน้ำด้วยน้ำยากำจัดเห็บโดยเฉพาะ ใช้ยาฆ่าเห็บโรยตัว  เน้นหนักตามซอกเล็บและอุ้งเท้าหรือใส่ปลอกคอป้องกันเห็บ  ซึ่งทุกวิธีการจะต้องทำด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้ที่แนบมาอย่างเคร่งครัด
 
 
 ที่มาจาก : http://www.bangkaewhotspring.com/aw.html