ผู้เขียน หัวข้อ: ดนตรี เป็นความสุขของในหลวง... จากใจ สมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์  (อ่าน 1313 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ prisana

  • อนุรักษ์เพลงแห่งแผ่นดิน
  • ผู้ดูแล
  • ***
  • Thank You
  • -Given: 2274
  • -Receive: 863
  • กระทู้: 571
  • เพศ: หญิง

<a href="http://moradokplangthai.com/prisana/data/flash/lz2xqe-7cb064.swf" target="_blank" class="new_win">http://moradokplangthai.com/prisana/data/flash/lz2xqe-7cb064.swf</a>

พสกนิกรชาวไทยต่างรู้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงพระปรีชาสามารถในทุกๆ ด้าน รวมถึงเรื่องของดนตรี
ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์
และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระราชทานพระบรมราชนุญาตให้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์
ซึ่งเป็นวงดนตรีส่วนพระองค์มาเล่นให้ชาวไทยฟังเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ วังพญาไท
เพราะไม่เคยปรากฏมาก่อนว่า วง อ.ส.วันศุกร์ ทั้งวงออกมาแสดงในที่สาธารณะเช่นนี้ นับเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำยิ่งนัก



ศาสตราจารย์แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ วัย ๗๙ ปี มือเปียโนประจำวง อ.ส.วันศุกร์ ที่ถวายงานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวงลายคราม
กล่าวว่า ประทับใจที่มีโอกาสร่วมวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ เป็นความรู้สึกที่อยู่นอกเหนือคำพูดทุกคำ และเป็นความปลื้มปีติอย่างล้นเหลือ

            การเล่นดนตรีวง อ.ส.วันศุกร์ ไม่ใช่หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ แต่เป็นความสมัครใจและเต็มใจทุกครั้งที่ได้ถวายงาน
นักดนตรีรุ่นใหญ่ กล่าว พร้อมกับบอกด้วยความตื้นตันใจต่อว่า แม้การเล่นเปียโนของเขาจะมีข้อผิดพลาดบ้าง
แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงชี้แนะและสั่งสอนเสมอ จึงเป็นความประทับใจที่มิรู้ลืมเลยทีเดียว


ส่วนมือกีตาร์ อนิรุทธิ์ ทินกร ณ อยุธยา ถวายงานด้านดนตรีมานานถึง ๓๕ ปี เล่าถึงความประทับใจให้ฟังว่า
คุณพ่อซึ่งเคยเป็นนักดนตรีวงลายคราม ได้พาตนเองมาถวายตัวต่อจากพี่ชาย (ธรรมรักษ์ ทินกร ณ อยุธยา)
ซึ่งก้าวแรกที่ถวายงานนั้น ความรู้สึกกลัวได้ถาโถมเข้ามาอย่างเต็มที่ แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงชี้แนะ
และทรงสอนเมื่อนักดนตรีเล่นผิดคีย์เสมือนเป็นพระอาจารย์ ทำให้เขายิ่งรู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนัก

           " ตอนนั้นผมอายุ ๒๐ ปีต้นๆ ยังมีออกอากาศอยู่ วงดนตรีจะออกกระจายเสียงเวลา ๑๘.๐๐-๑๙.๐๐ น.
และผมมีโอกาสตามเสด็จพระองค์ท่านครั้งสองครั้ง พระองค์จะทรงแซกโซโฟนร่วมกับวง อ.ส.
ถ้าหากเล่นดนตรีอยู่แล้วมีใครเล่นเพี้ยนหรือผิด พระองค์ท่านจะทรงเป็นพระอาจารย์สอนด้วย"

           มือกีตาร์ประจำวง อ.ส.วันศุกร์ กล่าว

           ด้วยความที่เขาเล่นกีตาร์เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงมีพระราชดำรัสกับเขา
จะทรงเรียกว่า กีตาร์ แทนชื่อจริง ซึ่งเป็นที่ทราบกันทั้งวง

" พระสุรเสียงของพระองค์ท่านที่ผมจำได้จนถึงทุกวันนี้ คือวันที่ตรัสชมนักดนตรีว่า วันนี้เล่นดีนะ
ทำให้ผมปลื้มปีติทุกครั้งที่นึกถึงทุกวันนี้พระองค์ท่านจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วง อ.ส. มาซ้อมทุกวันเสาร์
แม้พระองค์จะทรงพระประชวร แต่ยังทรงแซกโซโฟนร่วมด้วยเสมอ อย่างเมื่อวันที่วง อ.ส.วันศุกร์ จะออกมาแสดงที่วังพญาไท
ทรงติวเข้ม ซ้อมทุกเพลงที่จะนำมาแสดง ถ้าใครเล่นผิดจะรับสั่งให้หยุด และให้เริ่มเล่นใหม่เฉพาะในส่วนที่ผิดจนกว่าจะคล่องด้วย"




อนิรุทธิ์ เล่าอย่างเห็นภาพ นอกจากนี้ อนิรุทธิ์ ยังกล่าวถึงพระราชจริยวัตรของในหลวง ที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงความรับผิดชอบ
ในการนัดหมายด้วย

           "เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่ต่างจังหวัด เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนราษฎร
และเสด็จฯ กลับมาตอนค่ำๆ เสด็จฯ เข้ามาในห้องดนตรีเวลา ๒๑.๐๐ น. ตามที่กำหนดเอาไว้ พร้อมกับฉลองพระองค์ที่ทรงงาน
แม้พระองค์จะทรงเหน็ดเหนื่อยจากการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ แต่ไม่ทรงแสดงสีพระพักตร์แห่งความเหนื่อยให้เราได้เห็นเลยสักนิด
กลับทรงดนตรีอย่างพระเกษมสำราญ ทำให้ผมมองว่า ดนตรีเป็นความสุขของพระองค์ท่าน เพราะทุกครั้งที่พระองค์ทรงดนตรี
พระพักตร์จะสดชื่นตลอดเวลา" อนิรุทธิ์ กล่าว







ด้าน นนท์ บูรณสมภพ นักเป่าบาริโทนแซกโซโฟน วัย ๗๐ ปี เล่าว่า

           " ก่อนที่จะเข้ามาอยู่วงนี้ เดิมทีเป็นนักดนตรีวงวชิราวุธวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีโอกาสเข้าไปแสดงดนตรี
ที่ห้องส่งสถานีวิทยุ อ.ส. และได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และที่จดจำไม่รู้ลืม คือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้นักดนตรี นักร้องจากสถาบันการศึกษาได้ร่วมฝึกซ้อมดนตรีกับวงลายคราม ทำให้นนท์ ได้เข้าไปเป็นนักดนตรีฝึกหัด
ในวงลายครามตั้งแต่นั้นมา และได้ถวายตัวร่วมถวายงานด้านดนตรีมาจนถึงปัจจุบัน

           ทุกคนที่มาร่วมเล่นกับพระองค์ท่านเป็นนักดนตรีสมัครเล่นทุกคน อาจจะมีเล่นผิดเล่นเพี้ยน
แต่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตา ไม่เคยดุนักดนตรีเลยสักนิด มีแต่ทรงชี้แนะถูกผิดให้ทุกครั้ง
ทรงเป็นพระอาจารย์ที่ประเสริฐที่สุดเท่าที่ผมเคยเรียนมา และพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีของพระองค์ท่าน
หาที่เปรียบมิได้เลยทีเดียว แม้จะทรงมีพระราชกรณียกิจมากมายเพียงใด แต่จะทรงแบ่งเวลาให้แก่ดนตรีเสมอ
ผมถวายงานแด่พระองค์ท่านมานานถึง ๕๔ ปี...

           ถึงผมจะอายุมากแล้วแต่ก็ยืนยันว่าผมจะเล่นดนตรีอยู่กับวง อ.ส.วันศุกร์ จนกว่าผมจะตายจากโลกนี้ไป"

           นนท์ กล่าวเสียงหนักแน่น

           ไม่ต่างจากนักเป่าเทนเนอร์แซกโซโฟน อย่าง กวี อังศวานนท์ ที่ถวายงานมานานกว่า ๔๐ ปี
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เล่าว่า ครั้งแรกที่มาเล่นในวง อ.ส.วันศุกร์
ตื่นเต้นถึงกับเป่าไม่ออกเลยทีเดียว แต่ด้วยพระองค์ทรงมีพระเมตตา และทรงให้ความเป็นกันเอง
โดยทรงสอดแทรกพระอารมณ์ขันระหว่างฝึกซ้อม ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงมาก

           กวียังเล่าอีกว่า

           "พระองค์ทรงต้องการให้ทุกคนรู้จักรักดนตรี แม้กระทั่งตอนที่เสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลศิริราช
นักดนตรีในวง อ.ส.ยังคิดว่า คงอีกนานกว่าจะได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ แต่ผ่านไปเพียงแค่อาทิตย์เดียว
ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วง อ.ส.เข้าเฝ้าฯ ทันที

            ช่วงที่พระองค์ทรงพระประชวร วง อ.ส.หยุดซ้อมไปพักหนึ่ง แต่การทรงแซกโซโฟนของพระองค์ท่านยังคงเหมือนเดิมเสมอ
ไม่มีผิดเพี้ยนเลยสักนิด มีแต่พวกเราเท่านั้นที่ยังคงผิดและเพี้ยนเป็นประจำ (หัวเราะ)

            หลายคนอาจจะมองว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสนิทสนมกับนักดนตรีวง อ.ส.
แต่สำหรับผมจะบอกตัวเองเสมอว่า ไม่ว่าผมจะเป็นยังไง ผมยังคงเป็นข้ารับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่านตลอดเวลา
ไม่เคยคิดที่จะสำคัญตัวเองเป็นคนสนิทของพระองค์ท่านเลยแม้แต่น้อย"

           กวี กล่าวทิ้งท้าย

            เป็นคำบอกเล่าถึงพระราชจริยวัตรและน้ำพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่เห็นถึงพระเมตตาและพระอัจฉริยภาพของพระองค์เป็นอย่างดี

            เนื่องในโอกาสมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพร
ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ที่มา : เว็บไซท์หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก (http://www.khomchadluek.net)