ผู้เขียน หัวข้อ: มรณะแห่ง...ฟาโรห์ตุตันคาเมน  (อ่าน 1186 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 289
  • -Receive: 2413
  • กระทู้: 3183
  • เพศ: หญิง
มรณะแห่ง...ฟาโรห์ตุตันคาเมน
« เมื่อ: ตุลาคม 13, 2012, 09:36:47 PM »
มรณะแห่ง...ฟาโรห์ตุตันคาเมน


         เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมาได้มีข่าวสะเทือนวงการโบราณคดีอียิปต์ออกมาให้แฟนๆสาวกไอยคุปต์ได้ตื่นเต้นกันด้วยเรื่องราวสาเหตุการสิ้นพระชนม์ที่ดูเหมือนจะแท้จริงของยุวฟาโรห์ผู้ โด่งดังตลอดกาลอย่างตุตันคาเมน (Tutankhamun) ฟาโรห์หนุ่มที่ทรงปกครองอียิปต์โบราณในราชวงศ์ที่ 18 แห่งราชอาณาจักรใหม่ตั้งแต่อายุเพียง 9 ถึง 10 ชันษา แต่ก็ต้องสิ้นพระชนม์ลงอย่างเป็นปริศนาเมื่ออายุได้เพียง 18 ชันษาเท่านั้น

         ตลอดเวลาเกือบ 88 ปีหลังจากที่โลกได้รู้จักยุวฟาโรห์ผู้หลับใหลอยู่ในสุสานที่ไม่มีใครแตะต้อง มากว่า 3000 ปี  หลากหลายเรื่องราวเกี่ยวกัฟาโรห์หนุ่มผู้นี้ ก็ดูเหมือนจะสร้างความประทับใจระคนสยองขวัญให้กับผู้พบเห็น ไม่ว่าจะด้วยเรื่องราวของสมบัติในสุสานกว่า 5000 รายการที่เหลืองอร่ามไปด้วยทองคำ สร้างความประหลาดใจให้กับโฮเวิร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) ได้ไม่น้อย รวมทั้งหน้ากากทองคำ หรือโลงพระศพทองคำ ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้ตุตันคาเมนดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในฟาโรห์ที่ทรงร่ำรวยที่ สุดในโลกยุคโบราณ


         ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดสุสานในยุคของคาร์เตอร์เริ่มเสียชีวิต อย่างเป็นปริศนา ก็ยิ่งทำให้นักข่าวในยุคนั้นประโคมเรื่องราวของคำสาป ด้วยประโยคสุดฮิตที่ว่า “มรณะจักโบยบินมาสังหารสู่ ผู้รังควานความสันติสุขแห่งองค์ฟาโรห์” ก็ยิ่งทำให้ชื่อของฟาโรห์ตุตันคาเมนที่โด่งดังอยู่แล้ว ยิ่งดังเป็นพลุแตกมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่ว่าในปัจจุบัน นักวิชาการส่วนใหญ่ก็ยอมรับกันแล้วว่าคำสาปที่ว่ามานั้นไม่มีจริง ถ้าจะมีก็อยู่ในรูปของ “คำสาปชีวภาพ” หรือบรรดาเชื้อโรคและเชื้อราต่างๆที่ดำรงชีวิตอย่างสุขสบายในสุสานที่ปิดตาย มานานกว่า 3000 ปีเท่านั้นค่ะ

         อีกหนึ่งปริศนาของฟาโรห์หนุ่มที่ทั่วโลกต่างต้องการค้นหาคำตอบก็คือ พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างไรกันแน่ ทำไมถึงมีพระชนม์ชีพที่สั้นผิดปกติ หรือว่าจะถูกปลงพระชนม์?


         .....เชื่อว่าหลายๆท่านที่ได้ยินคำว่าปลงพระชนม์ ก็คงพร้อมใจกันส่ายหัวแล้วก็บอกว่า “ล้าสมัยแล้วพี่!!” นี่ต้องนี่เลย พระองค์สวรรคตเพราะยุง ด้วยว่าติดเชื้อมาลาเรียชนิดร้ายแรงประเภทที่ว่าใครโดนเข้าไปก็ต้องม้วยมรณา ยิ่งกับตุตันคาเมนที่อ่อนแออยู่แล้วหรือจะทนไหว

         จากผลการตรวจสอบมัมมี่และดีเอ็นเอล่าสุดพบว่าพระองค์มีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอเป็นโรคบ่อย   อีกทั้งยังมีปัญหาปากแหว่งเพดานโหว่ และเท้าแปอีกด้วย จนทำให้ดูเหมือนว่าพระองค์จะเป็นฟาโรห์ขี้โรคยังไงยังงั้นครับ นักอียิปต์วิทยายังมีหลักฐานสนับสนุนอีกด้วยว่าพระองค์คงจะเดินไม่สะดวกเท่าใดนัก   จึงต้องมีไม้เท้าช่วยพยุงในการเดิน   ดังที่พบภาพสลักหลาหลายภาพที่แสดงพระองค์ใช้ไม้เท้าค้ำเวลาเดิน อีกทั้งยังมีรูปสลักไม้ที่เฝ้าทางเข้าห้องฝังพระศพในสุสานของพระองค์ที่แสดงภาพถือไม้เท้าอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอจากการตรวจสอบของนักโบราณคดี ยังพบว่า ในสุสานของพระองค์นั้นมีไม้เท้าอยู่ด้วยถึงกว่า 100 ชิ้น


         .....สาเหตุที่พระองค์เป็นโรคมากมายขนาดนี้ อาจจะมาจากหลักฐานที่นักอียิปต์วิทยาค้นพบว่าแท้จริงแล้ว ตุตันคาเมนถือกำเนิดมาจากบิดาที่เรารู้จักกันในนามฟาโรห์นอกรีตอัคเคนาเตน (Akhenaten) และมารดาที่เป็นพี่น้องกัน จึงทำให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม ส่งผลให้พระองค์ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างไม่สมบูรณ์เท่าใดนัก

         จะว่าไปแล้ว ตลอด 88 ปีที่ผ่านมา นักอียิปต์วิทยาระบุสาเหตุการสิ้นพระชนม์ของยุวฟาโรห์พระองค์นี้เอาไว้หลายสาเหตุด้วยกัน เริ่มตั้งแต่เมื่อครั้งที่คาร์เตอร์ค้นพบพระศพใหม่ๆ ด้วยนักอียิปต์วิทยาค้นพบเศษกระดูกฝังอยู่ในกะโหลกของพระองค์ ก็ทำให้คิดกันว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังหนุ่มก็ด้วยสาเหตุที่ว่าขุน นางอัย (Ay) ซึ่งตามหลักฐานทางโบราณคดีชี้ชัดว่าครองราชย์ต่อจากตุตันคาเมนมีส่วนในการลอบปลงพระชนม์และขึ้นครองความเป็นใหญ่เองโดยการอภิเษกสมรสกับพระนางอังค์เซนนามุน (Ankhesenamun) อดีตมเหสีของฟาโรห์ตุตันคาเมน เพื่อเรียกสิทธิโดยชอบธรรมในการครองราชย์ การสรุปในขั้นต้นนี้ก็ทำให้แฟนๆ สาวกไอยคุปต์อย่างเราๆท่านๆ เชื่อกันอยู่พักใหญ่ว่าพระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์อย่างโหดเหี้ยมจากขุนนางอัย ผู้กระหายอยากเป็นฟาโรห์


         .....ไม่นานเท่าใดนัก เมื่อประมาณ 4 ถึง 5 ปีที่ผ่านมา นักอียิปต์วิทยาก็ได้ส่งยุวฟาโรห์เข้าสอบสวนหาข้อเท็จจริงของคดีฆาตกรรมอัน น่าเศร้านี้ พระองค์ถูกตรวจสอบในเครื่องซีทีแสกน 3 มิติ (CTScan) และผลที่ได้ออกมาก็ทำให้ขุนนางอัยรอดพ้นจากข้อกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรไปอย่าง สิ้นเชิง ด้วยนักอียิปต์วิทยาค้นพบว่า กระดูกหน้าแข้งด้านซ้ายของตุตันคาเมนหัก ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากทรงตกลงมาจากรถม้าหรือตกเรือ ถึงแม้ว่าแผลนี้จะไม่ร้ายแรงถึงขั้นทำให้สิ้นพระชนม์ได้ แต่ก็เชื่อกันว่าแผลน่าจะติดเชื้อ และเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้พระองค์สิ้นพระชนม์ในที่สุด

         นี่คือบทสรุปที่ ดร.ซาฮี ฮาวาสส์ (Zahi Hawass) ผู้เชี่ยวชาญด้านอียิปต์วิทยาได้ปิดประเด็นฆาตกรรมโดยให้เหตุผลว่าเป็นเพียง อุบัติเหตุ แผลติดเชื้อ และสิ้นพระชนม์เท่านั้น สุดท้ายในปี ค.ศ. 2007 ดร.ฮาวาสส์ ได้กล่าวสรุปเอาไว้ว่า “คดีนี้ปิดแล้ว เราไม่ควรจะรบกวนพระศพอีกต่อไป ไม่มีหลักฐานว่ายุวกษัตริย์พระองค์นี้ถูกลอบปลงพระชนม์”


         .....3 ปีให้หลังการปิดคดี ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆนี้ ดร.ฮาวาสส์ออกมาประกาศข่าวใหญ่จากการตรวจสอบมัมมี่ของตุตันคาเมนอีกครั้ง ดังกับว่าปณิธานที่จะไม่รบกวนพระศพของพระองค์ที่เคยตั้งไว้นั้นไม่มีความหมายอีกต่อไป ดร.ฮาวาสส์ออกมาประกาศข่าวครึกโครมขนานใหญ่ว่า ฟาโรห์ตุตันคาเมนติดเชื้อมาลาเรียที่มีชื่อเรียกให้ยากว่า แพลสโมเดียม ฟัลซิพารัม (Plasmodium Falciparum) ซึ่งถือว่าเป็นเชื้อมาลาเรียชนิดร้ายแรง อีกทั้งยังพบโรคเท้าแปอีกด้วย ดร.ฮาวาสส์จึงออกความเห็นว่าด้วยว่าตุตันคาเมนติดเชื้อมาลาเรียชนิดร้ายแรงเข้าไปทำให้พระองค์อ่อนแอเดินไม่สะดวกต้องใช้ไม้เท้าในการช่วยเดิน แต่โชคร้ายที่พระองค์เกิดลื่นล้ม ซึ่ง ดร.ฮาวาสส์ ยังกล่าวติดตลกไว้ว่าพระองค์อาจจะลื่นล้มในห้องน้ำและสุดท้ายหลังจากที่ลื่นล้มแล้ว ร่างกายที่อ่อนแอของพระองค์ ก็ปลิดชีพ ๑๘ ชันษาของพระองค์ลงไปอย่างถาวร

         .....หลายๆท่านน่าจะเคยได้ยินมาบ้างนะครับว่า ประวัติศาสตร์นั้นเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าเราพบหลักฐานใหม่ๆที่มีน้ำหนักมากพอจะมาหักล้างแนวคิดเก่าได้ และวันนี้ก็ดูเหมือนว่าทีมนักวิจัยจากประเทศเยอรมนีจะมีหลักฐานใหม่มานำเสนอเกี่ยวกับสาเหตุการสิ้นพระชนม์ของตุตันคาเมน ซึ่งก็ทำให้คำสาปเรื่องยุงกัดแก้มของลอร์ดคาร์นาร์วอน (Lord Carnarvon) และโรคมาลาเรียของตุตันคาเมนที่สอดคล้องกันอย่างน่าประหลาดเป็นแค่เพียงความบังเอิญของสองเหตุการณ์เท่านั้น

:n111: :n111: :n111: