ผู้เขียน หัวข้อ: ดอกแอสเตอร์...ดอกไม้แห่งน้ำตา  (อ่าน 2274 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 289
  • -Receive: 2425
  • กระทู้: 3189
  • เพศ: หญิง
ดอกแอสเตอร์...ดอกไม้แห่งน้ำตา
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2013, 09:51:35 PM »
ดอกแอสเตอร์...ดอกไม้แห่งน้ำตา




      หากคุณเป็นอีกคนที่ชื่นชอบการปลูกดอกไม้ ดูเหมือนว่า "ดอกแอสเตอร์" ( Aster) จะเป็นดอกไม้อีกหนึ่งชนิดที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเนื่องจากว่าดอกแอสเตอร์นั้นมีลักษณะคล้ายดอกเบญจมาศมากเพียงแต่มีขนาดดอกเล็กกว่าเท่านั้น

      ดอกแอสเตอร์ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น ความหมายของดอกแอสเตอร์ คือ ความน่าหลงใหล ความอดทน เป็นตัวแทนความหมาย ความสละสลวย และความประณีต และยังเป็นดอกไม้ประจำเดือนเกิดของคนที่เกิดเดือนกันยายนอีกด้วย




      ดอกแอสเตอร์ ได้ชื่อว่า "พืชแห่งดาวพระศุกร์" เนื่องจากว่าดอกไม้ชนิดนี้มีลักษณะของดอกที่เป็นแฉก เหมือนรัศมีของดวงดาว คนในสมัยโบราณมีความเชื่อว่าดอกแอสเตอร์มีพลังวิเศษที่สามารถคุ้มครองจากซาตานได้

      นอกจากนี้ยังตำนานเกี่ยวกับดอกแอสเตอร์ว่าเป็นดอกไม้ที่เกิดจากน้ำตาของเทพเจ้า Astereaที่ไหลลงมาตกบนโลก เพราะเห็นว่า ดวงดาวบนโลกมนุษย์หายไป นอจกานี้คุณยังสามารถเห็นดอกแอสเตอร์งอกงามอยู่บนหลุมฝังศพทหารฝรั่งเศส เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาที่จะกลับไปสู่สมรภูมิรบของเหล่าทหาร




      แอสเตอร์จัดเป็นไม้ดอกที่มีลักษณะคล้ายดอกเบญจมาศมาก เพียงแต่มีขนาดดอกเล็กกว่า แอสเตอร์มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น สำหรับบ้านเรามีชื่อเรียกดอกแอสเตอร์หลายชื่อ เช่น ดอกบานไม่รู้โรยฝรั่ง ดอกกระดาษ ดอกบานไม่ร่วงพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นไม้ตัดดอกมี 2 พันธุ์ ได้แก่

      1.  พันธุ์พาวเดอร์พัฟท์ มีทรงพุ่มค่อนข้างเตี้ยคือสูงประมาณ 2 ฟุต ดอกโตขนาด 3-3.5 นิ้ว กลีบดอกสั้นบิดเล็กน้อย กลีบซ้อนกันแน่น พันธุ์นี้นิยมปลูกเพื่อตัดดอกหรือถอนทั้งต้น ปลูกได้ดีที่สุดในช่วงฤดูหนาว

      2.  พันธุ์สีแดงไส้เหลือง ทรงพุ่มเตี้ยสูงประมาณ 2 ฟุต ดอกขนาดเล็กกว่าพาวเดอร์พัฟท์คือมีขนาด 1-1.5 นิ้ว กลีบดอกชั้นนอกมีสีแดงกลีบดอกชั้นในตรงกลางมีสีเหลือง ปลูกได้ตลอดปี นิยมปลูกเพื่อถอนต้นจำหน่าย ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 เดือน

การขยายพันธุ์
 
      แอสเตอร์นิยมขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ซึ่งสามารถเพาะได้โดยตรงในแปลงปลูกหรือจะเพาะในกระบะก่อนจึงย้ายต้นกล้าลงไปปลูกก็ได้ หากต้องการให้เมล็ดงอกเร็วขึ้นให้นำไปแช่น้ำอุ่นก่อนเพาะสัก 2-3 ชั่วโมง หรือจะนำเมล็ดไปแช่ในน้ำสกัดชีวภาพก่อนนำไปปลูกก็ได้ วิธีหลังนี้นอกจากจะทำให้เมล็ดงอกเร็วแล้วยังช่วยให้ต้นกล้ามีความแข็งแรงขึ้นด้วย