ผู้เขียน หัวข้อ: นกคีรีบูน (Canaries)  (อ่าน 1167 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ พี่สาวตัวร้าย กะ น้องชายตัวป่วน

  • ไร้เทียมทาน
  • **
  • Thank You
  • -Given: 6
  • -Receive: 194
  • กระทู้: 119
  • เพศ: หญิง
นกคีรีบูน (Canaries)
« เมื่อ: เมษายน 17, 2013, 02:35:19 PM »
นกคีรีบูน (Canaries)




นกคีรีบูนเป็นนกเลี้ยงในกรงชนิดหนึ่ง ที่บรรดาผู้นิยมเลี้ยงนกเลี้ยงกันทั่วไปจำนวนมาก มีกำเนิดดั้งเดิมที่เกาะแคนารี
ฉะนั้นนกคีรีบูนนี้จึงมีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Canaries ซึ่งก็แปลว่าสีเหลืองอันสดสวย และก็เป็นคำหมายทั่ว ๆ
ไปดุจเดียวกัน แต่อันแท้ที่จริงแล้วสีสันของนกคีรีบูนป่าตามธรรมชาติไม่ได้ใกล้เคียงกับสีเหลืองเสียเลย
สีของนกที่นักเดินเรือชาวสเปนนำมาจากเกาะแคนารีเมื่อแรกเริ่มเดิมทีนั้นเป็นสีเขียวแกมเทามิได้มีสีอย่างเช่นปัจจุบันนี้เลย

นกคีรีบูนเมื่อยังอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ตามปกติไม่ชอบอากาศร้อนนัก เมื่ออากาศเริ่มร้อนนกคีรีบูน
จะอพยพไปสู่บริเวณเขตเขา ซึ่งอากาศนุ่มนวลเย็นสบายกว่า แต่เมื่ออากาศหนาวจัดก็กลับลงมาสู่ที่ราบอีก




นกคีรีบูนเป็นนกปากแข็งกินเมล็ดพืช และก็กินอาหารได้หลายอย่าง เช่น เมล็ดเร๊ป เมล็ดแคนารี เมล็ดป่าน เป็นต้น
นอกนั้นยังชอบกินอาหารผักสด เช่น ผักกาดหอม ซิควีด เป็นต้น สิ่งสำคัญควบคู่กันไปกับอาหารคือ กระดองปลาหมึก
อีกทั้งเม็ดกรวดทรายขนาดเล็ก เพื่อช่วยบดย่อยอาหารในกึ๋นและสิ่งสำคัญที่สุดคือ น้ำสะอาด
การกินน้ำของนกคีรีบูนไม่ได้ดื่มแล้วชูขึ้นไปเหมือนนกบางชนิด เมื่อนกคีรีบูนอาบน้ำ, มันจะจุ่มหัวลงไปในน้ำ
แล้วเอาปีกตีน้ำเหมือนหนึ่งว่าจะให้ตัวของมันเปียกน้ำอย่างเต็มที่ เมื่อเป็นการเรียบร้อยมันจึงขึ้นจากน้ำ สะบัด
และไซร้จนกระทั่งขนแห้ง แล้วโผขึ้นสู่คอนตกแต่งขนต่อไป ขาและนิ้วของนกคีรีบูนมีเกล็ดกำบังอยู่
แต่นิ้วของมันก็ยาวและมีกรงเล็บโค้งงอไม่มีพละกำลังแข็งกล้าอะไรนัก เมื่อมายืนอยู่บนพื้นเรียบ ๆ
ก็ดูเหมือนจะไม่มีความมั่นคงอย่างใดเลย ฉะนั้นนกคีรีบูนจึงชอบที่จะเกาะคอนอยู่ตลอดเวลา




เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์นกคีรีบูนก็จะเข้าคู่กันสืบขยายพันธุ์ แต่ถ้านกคีรีบูนผู้ไม่พอใจในคู่นักตัวเมียก็จะแสดงการข่มขู่ เช่น
จะใช้ปากและปีกจิกตีตัวเมียอยู่ตลอดเวลา ความสำเร็จในการผสมพันธุ์จะลุล่วงไป เมื่อนกทั้งสองมีความพอใจซึ่งกันและกัน
ก็จะแสดงอาคารรักใคร่ ซึ่งมีพิธีตองอยู่มาก กล่าวคือ มีการป้อนอาหารให้กันและกัน รวมทั้งการแสดงกิริยาร่าเริงแจ่มใส
รวมทั้งการขยับปีกอยู่ตลอดเวลา ถ้าหากนกทั้งสองแสดงความพอใจเช่นนี้ การผสมพันธุ์ก็จะลงเอยด้วยความเรียบร้อย




สำหรับการสร้างรังวางไข่ของนกคีรีบูนที่มันจัดสร้างขึ้นตามธรรมชาติไม่สู้จะเรียบร้อยนัก คือแล้วแต่มันจะหาอะไรได้
ฉะนั้นรังจึงรกไปด้วยใบไม้ และใบหญ้า ส่วนการวางไข่ของนกคีรีบูนนั้นก็จะวางไข่ครั้งละ 3-5 ฟอง ไข่จะมีสีฟ้าอ่อน ๆ
มีจุดสีน้ำตาลแกมแดงอ่อน ๆ ทั่วไป ระยะเวลาฟักไข่ประมาณ 13-14 วัน ลูกนกคีรีบูนเมื่อออกใหม่ก็เหมือนลูกนกทั่วไป
ลูกนกจะกินอาหารของแม่ที่ย่อยแล้ว โดยคายอาหารในกระเพาะมาให้กินอีกครั้งหนึ่ง
ลูกนกจะเจริญเติบโตสามารถช่วยตัวเองได้และบินออกจากรัง เมื่อมีอายุ 1 – 1 ? เดือนไป
ส่วนในนกคีรีบูนตัวผู้ก็จะช่วยนกตัวเมียกกไข่และหาอาหารมาเลี้ยงลูกนกเช่นกัน

ตามปกตินกคีรีบูนมักจะหาโอกาสร้องเพลงเสมอ เมื่อมันจะร้องเพลงจะมีกริยาเบิกบานเต็มที่ ตั้งตัวตรง
ผวะหัวไปเบื้องหลังดุจดั่งนักร้องดังที่ยื่นอยู่บนเวทีต่อหน้ามหาชน
ซึ่งนกคีรีบูนนี้จะมีความสามารถในการร้องเพลงมากน้อยต่างกันไป


ออฟไลน์ พี่สาวตัวร้าย กะ น้องชายตัวป่วน

  • ไร้เทียมทาน
  • **
  • Thank You
  • -Given: 6
  • -Receive: 194
  • กระทู้: 119
  • เพศ: หญิง
Re: นกคีรีบูน (Canaries)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 17, 2013, 02:37:39 PM »



สำหรับประวัติความเป็นมาของการนำเอานกคีรีบูนมาเลี้ยงนั้นมีกล่าวไว้ว่า เมื่อประมาณ 500 ปีมาแล้ว
ได้มีการติดต่อค้าขายโดยตรง เรือจากประเทศสเปนมายังอัฟริกา ปรากฏว่าเรือดังกล่าวมีสาเหตุต้องมาล่มแถว
บริเวณหมู่หินของเกาะแคนารี อันตั้งอยู่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอัฟริกาบรรดานักเดินเรือชาวสเปน
จึงได้ขึ้นพักอาศัยอยู่บนเกาะนี้จนกว่าจะมีหนทางกลับ

ซึ่งบรรดานักเดินเรือทั้งหลายนี้ก็คงจะมีนิสัยชอบรักสัตว์เลี้ยง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำพวกนก และคงหันมาสนใจในนกชนิดนี้ที่มีเสียงร้องไพเราะ และตนไม่เคยพบเห็นมาแต่ก่อน


เมื่อได้พลัดถิ่นมาอยู่เช่นนี้จึงใช้เวลาเสาะแสวงหาเลือกนกที่ร้องเสียงดีนี้ ซึ่งในนกตัวผู้จะมีสีเขียวสด
และตัวเมียจะสีจางปนเทาเล็กน้อย เมื่อได้พบว่านกเหล่านี้มีเสียงร้องที่ไพเราะผิดจากนกในสเปนครั้น
เมื่อสามารถหาหนทางกลับได้แล้วจึงจับใส่กรงที่ทำด้วยกิ่งไม้เล็กและหญ้ายาว ๆ นำกลับไปประเทศของตน
และตั้งชื่อมันตามชื่อที่อยู่ดั้งเดิม ต่อมานกชนิดนี้ก็ได้ความนิยมเผยแพร่พันธุ์ไปทั่วยุโรป
จะมีพบได้ทุกหนทุกแห่งเพราะเลี้ยงง่ายทั้งสองสวยงาม รูปและเสียงเพลงอันไพเราะ
จนได้รับสมยาว่า ราชาแห่งเพลง (King of Songsters)




แต่แรกเริ่มเดิมทีนั้น การเอานกคีรีบูนมาเลี้ยงกันก็เพื่อฟังการร้องเพลงอันไพเราะเพียงประการเดียว
มิได้สนใจกับสีสันความสวยงามอย่างใด

สำหรับการผสมพันธุ์นกคีรีบูนให้มีสีสันต่าง ๆ นี้ เพิ่งรู้กันเมื่อเริ่มต้นศตวรรษนี้เอง เรื่องนี้อาจนับเป็นอุบัติเหตุก็ได้
ที่มีนักเลี้ยงนกคีรีบูนในฮอลแลนด์คนหนึ่งชื่อ เฮลเดอร์ สามารถผสมนกคีรีบูนตัวหนึ่งมีสีแปลกประหลาดไปจากนกตัวอื่น
เฮลเดอร์ ได้เรียกนกตัวนี้ว่า นกคีรีบูนสีโมรา (Agace Canary)

ทั้งนี้เพราะว่านกคีรีบูนนี้มีสีเหลืองกับหินโมรานั่นเอง
แต่มิช้าก็ค้นพบความจริงว่าการที่นกคีรีบูน กลายเป็นสีเช่นนี้ได้ก็เพราะมีการลดสีพื้นฐานลงไป
จากหลักการนี้เองจึงได้นำเอาไปผสมพันธุ์เกิดสีสันใหม่ ๆ ขึ้นมามากมาย