ผู้เขียน หัวข้อ: ใช้รถ NGV ให้อุ่นใจ ปลอดภัยตลอดการใช้งาน  (อ่าน 376 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ EMMY

  • ไร้เทียมทาน
  • **
  • Thank You
  • -Given: 182
  • -Receive: 30
  • กระทู้: 138
  • เพศ: หญิง
ใช้รถ NGV ให้อุ่นใจ ปลอดภัยตลอดการใช้งาน
« เมื่อ: มิถุนายน 29, 2013, 09:58:05 AM »
     หนึ่งในอุบัติเหตุท้องถนนที่พบหลายครั้งในปัจจุบันคือ อุบัติเหตุไฟไหม้รถใช้ก๊าซ ซึ่งไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น ยังสร้างความวิตกกังวลต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอีกด้วย Insight & Innovation ฉบับนี้ จึงขอเล่าถึงสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ในรถใช้ก๊าซ รวมไปถึงบทบาทหน้าที่ของผู้ใช้รถ NGV และผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดตั้งอุปกรณ์ NGV หรือผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากการกระทำของทุกท่านมีผลต่อความปลอดภัยในการใช้รถ NGV นั่นเอง

 สาเหตุหนึ่งของอุบัติเหตุไฟไหม้ในรถใช้ก๊าซ NGV มาจากการที่มีเชื้อเพลิงรั่วไหลระหว่างการใช้งานไม่ว่าน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล หรือก๊าซ ประกอบกับมีประกายไฟจากภายในหรือภายนอกรถเกิดขึ้นก็มีโอกาสเกิดไฟลุกไหม้ได้ เช่น กรณีเฉี่ยวชนอย่างงรุนแรง อาจทำให้เชื้อเพลิงรั่วไหลพร้อมมีประกายไฟเกิดขึ้น จนเป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้

             จากสาเหตุในเบื้องต้น ยังมีองค์ประกอบอื่นที่ทำให้เกิดไฟไหม้ คือ เชื้อเพลิง ความร้อนหรือประกายไฟและอากาศ หากผู้ใช้รถสามารถควบคุมองค์ประกอบตัวใดใน 3 องค์ประกอบได้ ก็สามารถลดความเสี่ยงหรือป้องกันการเกิดไฟไหม้ เช่น รถ NGV มีปัญหาสายไฟหมดอายุการใช้งาน อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร และในขณะนั้นมีเชื้อเพลิงรั่วไหลอยู่ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟไหม้ได้หากผู้ใช้รถสามารถควบคุมสาเหตุที่ทำให้ก๊าซรั่วได้ ก็จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างแน่นอน

          อุบัติเหตุไฟไหม้ สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงหรือความรุนแรงได้ โดยการบำรุงรักษาระบบก๊าซ ให้มีสภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลักสามารถทำได้ ดังนี้

ผู้ใช้รถ NGV
             ผู้ใช้รถ NGV จำนวนมากขาดการดูแลรักษาอุปกรณ์ NGV คือ เมื่อทำการติดตั้ง NGV เรียบร้อยแล้ว ไม่นำรถมาตรวจระบบก๊าซ ณ ศูนย์ติดตั้ง NGV อย่างสม่ำเสมอ หรือละเลยการนำรถมาตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV และถัง CNG กับผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ฯ ตามที่กฎหมายกำหนด หากมีก๊าซรั่วในระบบหรืออุปกรณ์ชำรุดเสียหาย/หมดอายุการใช้งาน ผู้ใช้รถ NGV ไม่ทราบปัญหา จึงไม่ได้ทำการแก้ไข ฉะนั้นสิ่งที่ผู้ใช้รถควรปฏิบัติ คือ

             1.  นำรถเข้าตรวจระบบก๊าซ NGV อย่างน้อยทุกๆ 20,000 กิโลเมตร โดยศูนย์ติดตั้ง NGV ที่ได้มาตรฐาน
             2.  นำรถไปตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV และถัง CNG กับผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ฯ ปีละ 1 ครั้ง ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
             3.  ทำการตรวจเช็คระบบก๊าซและอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยตนเองเป็นประจำทุกสัปดาห์ หรืออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

เมื่อรู้วิธีปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ NGV แล้ว มารู้ถึงขั้นตอนหากรถ NGV เกิดก๊าซรั่ว
             1.  เมื่อได้กลิ่นก๊าซ ให้ดับเครื่องยนต์ทันที เพื่อตัดการจ่ายเชื้อเพลิงทั้งก๊าซ NGV และน้ำมัน
             2.  เปิดกระจกหรือประตูรถ เพื่อระบายอากาศภายในรถ
             3.  ปิดวาล์วที่หัวถัง CNG เพื่อหยุดการไหลของก๊าซ และห้ามกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดประกายไฟ
             4.  กรณีเป็นเครื่องยนต์เชื้อเพลิง 2 ชนิดหรือเครื่องยนต์เชื้อเพลิงร่วม หากตรวจสอบแล้วว่าไม่มีก๊าซรั่วเพิ่มเติมให้นำรถเข้าไปยังศูนย์ติดตั้งฯ เพื่อตรวจสอบต่อไป โดยใช้ระบบน้ำมันก่อน เพื่อความปลอดภัย
             5.  หากเกิดไฟไหม้ที่ตัวรถให้รีบดับเครื่องยนต์ เพื่อตัดการทำงานของโซลินอยล์วาล์ว และรีบออกห่างจากรถ หรือพยายามดับไฟที่แหล่งกำเนิด โดยใช้เครื่องดับเพลิงที่เหมาะสม เช่น ผงเคมีชนิด ABC หากพิจารณาเห็นว่าไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาช่วยเหลือทันที
 ผู้ติดตั้งอุปกรณ์ NGV
             ผู้ติดตั้งอุปกรณ์ NGV ควรดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์และระบบ NGV ให้ตรงตามมาตรฐานกำหนด อีกทั้งเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพในการติดตั้ง หากทำการติดตั้งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือเลือกใช้อุปกณ์ผิดประเภท เช่น นำท่อน้ำ/ท่อน้ำมันติดตั้งแทนท่อก๊าซแรงดันต่ำ เพื่อลดต้นทุนในการติดตั้ง ส่งผลให้อุปกรณ์บางชนิด อาจมีอายุการใช้งานสั้นกว่าปกติ และเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้ได้

ผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก
             ผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ฯ ทำการตรวจสอบรถ NGV โดยตรวจสอบอุปกรณ์ NGV ว่ามีสภาพสมบูรณ์หรือไม่ พร้อมตรวจการรั่วไหลของก๊าซ หากผู้ตรวจและทดสอบฯ ละเลยการตรวจสอบอย่างจริงจัง ตรวจเพียงเอกสารประกอบเท่านั้น ทำให้ไม่พบปัญหาและไม่มีการแจ้งให้เจ้าของรถทราบเพื่อนำรถไปแก้ไข ทำให้รถมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ในอนาคต
  ผู้ใช้รถ NGV ทุกท่านควรใส่ใจนำรถไปตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV และถัง CNG ตามระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เข้มงวดในหน้าที่ความรับผิดชอบเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถ NGV รวมถึงสร้างความอุ่นใจให้กับเพื่อนร่วมทาง อีกทั้งเป็นอีกหนึ่งกำลังที่จะช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุรถ NGV ที่เกิดขึ้น