ผู้เขียน หัวข้อ: ดูแลสุขภาพลูกน้อยให้ห่างไกลโรค  (อ่าน 336 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 277
  • -Receive: 2375
  • กระทู้: 3156
  • เพศ: หญิง
ดูแลสุขภาพลูกน้อยให้ห่างไกลโรค
« เมื่อ: สิงหาคม 16, 2013, 10:16:18 PM »
ดูแลสุขภาพลูกน้อยให้ห่างไกลโรค




            เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนทีไร คนเป็นพ่อเป็นแม่มักจะนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะในฤดูฝนนี้เด็ก ๆ มักจะไม่สบายง่ายที่สุด ลองไปดูว่าในช่วงหน้าฝนแบบนี้เด็ก ๆ เสี่ยงเป็นโรคใดบ้าง

            เมื่อเข้าสู่หน้าฝนทีไร บรรดาเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่าง ๆ สามารถเจริญเติบโตได้ดี ทำให้หลาย ๆ คนเกิดอาการไม่สบายไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะเด็ก ๆ มักจะมีอาการไม่สบายได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เพราะเด็ก ๆ นั้นมีภูมิคุ้มกันต่ำ ดังนั้นในช่วงฤดูฝน เด็ก ๆ จึงมักจะเสี่ยงไม่สบาย หรือเป็นโรคได้บ่อยกว่าหน้าอื่น ๆ ดังนั้นพ่อแม่ ผู้ปกครองไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องหมั่นดูแลสุขภาพของลูกน้อยอยู่เสมอ ๆ เพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ เหล่านี้

1. ไข้หวัด /ไข้หวัดใหญ่

            ถือเป็นโรคฮิตในฤดูฝน แม้ว่าอันที่จริงแล้ว ไข้หวัดนั้นสามารถเป็นได้ตลอดทั้งปีก็ตาม แต่ในช่วงฤดูฝนนั้นเชื้อไวรัสเจริญเติบโตได้ดีกว่าหน้าอื่น ๆ ยิ่งเด็ก ๆ ที่มี๓มิคุ้มกันต่ำด้วยแล้ว ยิ่งเสี่ยงมากกว่าผู้ใหญ่มากนัก ไข้หวัดใหญ่แตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาตรงที่ไข้หวัดใหญ่อาจจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชิวิตได้ พ่อแม่ควรสังเกตว่า เด็กมีไข้ ปวดหัว ปวดเมื้อยตามตัว และกล้ามเนื้อ ไอ หรือเจ็บคอ หรือไม่ หากมีอาการดังกล่าวให้ทานยาและพักผ่อนเยอะ ๆ หากทายาแล้วไม่หายภายวน 2 – 3 วันให้พาไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการอย่างละเอียด

            ปัจจุบันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์มีเยอะ ดังนั้นเมื่อเด็ก ๆ เกิดอาการไม่สบายทางที่ดีพ่อแม่ควรพาไปหาคุณหมอเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด




2. ไข้เลือดออก

            ถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่สามารถเป็นกันได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงฤดูฝนนั้นอาการชื้น ทำให้ยุงลายเยอะกว่าปกติ เพราะเพาะพันธุ์ได้ง่ายกว่าในฤดูอื่น ๆ หากเด็ก ๆ มีอาการไข้สูงเกิน 3 วันตา และหน้าเริ่มแดง มีความรู้สึกอ่อนเพลีย กินยาลดไข้เท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล ปวดหัว ปวกกระบอกตา หรือปวดเมื่อยตามตัว มีอาการตาแดง หน้าแดง ปากแดง และปวดท้องให้ผู้ปกครองพาไปหาหมอ เพราะเด็กอาจจะเป็นโรคไข้เลือดออกได้ ซึ่งผู้ปกครองสามารถป้องกันได้โดยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย พยายามป้องกันไม่ให้ลูกหลานโดนยุงลายกัด




3. ตาแดง

            โรคตาแดง ถือเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากเชื้อไวรัส เด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่เข้าเรียนแล้ว อาจจะติดเชื้อจากเพื่อนในห้องเรียนได้ เพราะโรคตาแดงนั้นสามารถติดต่อจากเด็กคนหนึ่ง ไปยังเด็กอีกคนได้ พ่อแม่สามารถป้องกันได้โดยการให้เด็ก ๆ ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งเมื่อกลับเข้าบ้าน เมื่อมีอาการระคายเคืองตาอย่าใช้มือขยี้ตา ให้ไปหาผู้ใหญ่เพื่อให้เขาช่วยเอาน้ำสะอาดล้างเอาฝุ่นละอองออก แต่ถ้าเด็กติดเชื้อไปแล้ว ให้ไปพบแพทย์เพื่อรักาาอย่างถูกวิธี




4. ไข้ออกผื่นในเด็ก

            เป็นอีกโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็ก ๆ โดยโรคนี้สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางทางน้ำลาย และลมหายใจ เช่น ของเล่น ของใช้ที่ลูกหยิบจับ หรือสัมผัสเข้าปากได้ นอกจากนี้ในเด็กที่มีอาการภูมิแพ้ ก็เสี่ยงต่อการเกิดไข้ออกผื่นได้เช่นกัน อาการที่เห็นได้ชัดเจนคือ  มีไข้ น้ำมูกไหล ไอ ตาแดง ตาแฉะ กลัวแสง มีผื่นนูนแดง ขึ้นเป็นเปื้อน ๆ เมื่อเด็ก ๆ เป็นไข้ออกผื่นแล้ว พ่อแม่ควรเช็ดตัว ให้ทานยาลดไข้ และดื่มน้ำมาก ๆ หากอาการไม่ดีขึ้นให้พาไปพบแพทย์ ปัจจุบันทางสาธารณสุขได้มีวัคซีนป้องกันไข้ออกผื่นมาแล้ว ผู้ปกครองสามารถพาบุครหลานไปรับวัคซีนได้ฟรี 2 ครั้งคือช่วงอายุ 9 – 12 เดือน และอีกครั้งเมื่อเด็กเข้าเรียนป.1

:42: :42: :42: :42: :42: