ผู้เขียน หัวข้อ: #ความเป็นมาของ "วันคริสต์มาส"  (อ่าน 2646 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ โนบุนากะ

  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 9972
  • -Receive: 34914
  • กระทู้: 9908
  • เพศ: ชาย
  • ผู้ยิ่งใหญ่แห่งคันโต
#ความเป็นมาของ "วันคริสต์มาส"
« เมื่อ: ธันวาคม 23, 2010, 12:36:41 PM »



        คริสต์มาส คือ การฉลองการบังเกิดของพระเยซูที่เราเฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม คำว่า "คริสต์มาส" เป็นคำทับศัพท์ภาษา อังกฤษ Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า"

        คำว่า "Christes Maesse" พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษในปี 1038 และคำนี้ก็ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas

        ในภาษาไทย "คริสต์มาส" ก็มีความหมายเช่นกัน คำว่า "มาส" แปลว่า"เดือน" เทศกาลคริสต์มาสจึง เป็นเดือนที่เราระลึกถึงพระเยซูคริสตเจ้าเป็นพิเศษ คำว่า "มาส" คือ "ดวงจันทรา" ตีความหมายในภาษาไทยคือพระเยซูทรงเป็นความสว่างของโลก เหมือนดวงจันทร์เป็นความสว่างในตอนกลางคืน



        Merry X'mas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณแปลว่า "สันติสุขและความสงบทางใจ" คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาล คริสต์มาส

        ชาวไทยฉลอง"เฉลิมพระชนม์พรรษา" วันที่ 5 ธันวาคม เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระมหากษัตริย์ ทุกปีชาวโรมันมีการระลึกถึงการสมภพของพระเจ้า จักรพรรดิ คนท้องถิ่นอื่นก็ระลึกถึง และเฉลิมฉลองวันเกิดของกษัตริย์หรือผู้ปกครองบ้านเมืองของตนด้วยความยินดี

        แม้แต่ชาวยิวในสมัยของ พระเยซู เอง ก็ฉลองการเกิดของกษัตริย์ เฮรอด เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่ชาวคริสต์สมัยโบราณถือเอาประเพณีของชนในท้องถิ่นนั้น มาประยุกต์เข้ากับศาสนา โดยจัดให้มีการฉลองเพื่อระลึก ถึงการบังเกิดของพระเยซูที่เขายกย่องเหมือนกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสากลโลก ผู้ทรงเกียรติเลอเลิศ ประเพณีนี้ได้เริ่มมาจากรุงโรมในศตวรรษ ที่ 4 และ ค่อยๆ เผยแพร่ไปทุกทวีป

        เราจะเห็นได้ว่าวันคริสต์มาสเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง เพื่อเป็นการระลึกถึงวันที่พระบุตรของพระเจ้ามาบังเกิดเป็นมนุษย์ พระองค์เป็นพระเจ้า ที่จะอยู่กับเราตลอดไป เป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ เป็นพี่หัวปีที่จะนำมนุษย์ทั้งมวลไปสู่พระบิดาเจ้า พระองค์เป็นความสำเร็จบริบูรณ์ ตามคำสัญญาของพระเจ้าที่จะดูแลป้องกันรักษาเราผู้เป็นประชากรของพระองค์ เราเป็นเหมือนลูกแกะที่หายไป แต่พระเยซูเป็นชุมพาบาลใจดี ที่ตามหาเราจนพบ และจะไม่มีอะไรที่จะแยกเรากับพระองค์ได้อีกเลย

        มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหน จะรวยหรือจน คนศรัทธาหรือคนบาป ล้วนมีความสำคัญต่อหน้าพระเจ้าเสมอ เพราะตั้งแต่การเสด็จมาบังเกิดของพระเยซูนั้น พระเป็นเจ้าพระบิดา ทรงเห็นพระฉายาลักษณ์ของพระบุตรในมนุษย์ทุกคน เราก็เช่นเดียวกัน เราต้องรักซึ่งกันและกันเหมือนอย่างที่เรารักพระเจ้า

        มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าคนเหล่านั้น จะเป็นคนยากจน คนต่างชาติ หรือคนที่วางตัวเป็นศัตรูกับเรา "เขาจะรักพระเจ้าที่เขามองไม่เห็นได้อย่างไร ถ้าเขาไม่รักพี่น้องที่มองเห็นได้" นี่แหละเป็นพระดำรัสที่พระเยซูประทานแก่เรา คนที่รักพระเจ้าต้องรักพี่น้องของตนด้วย



        ต้นคริสต์มาส ในสมัยโบราณหมายถึงต้นไม้ในสวนสวรรค์ ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากินและทำบาปไม่เชื่อฟังพระเจ้า

        นับแต่ศตวรรษที่11 ชาวคริสต์แสดงละครที่หน้าวัด แสดงถึงความหมายของคริสต์มาส และเอาตันไม้ต้นหนึ่งไว้ตรงกลางเพื่อประดับฉาก แสดงถึง บาปกำเนิดของอาดัมและเอวา ต้นไม้ที่ใช้เป็นต้นสน เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่หาง่ายที่สุดในประเทศเหล่านั้น การแสดงละครคริสต์มาสแบบนี้มีมาเป็นเวลาช้านานหลายร้อยปี จนถึงศตวรรษที่15 พระสังฆราชหลายแห่งได้ห้ามแสดง เนื่องจากการแสดงนั้นกลายเป็นการเล่น เหมือนลิเกล้อชาวบ้าน ผู้ปกครองบ้านเมือง และศาสนาซึ่งไม่ตรงกับบรรยากาศของการฉลอง

        ชาวบ้านรู้สึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสดูละครสนุกๆ แบบนั้นอีก จึงไปสนุกกันที่บ้านของตน โดยเอาต้นไม้มาไว้ที่บ้าน เพราะต้นไม้เป็นจุดเด่นในลานวัด ที่เขาเคยร่วมสนุกกัน จากนั้นก็เริ่มมีการแขวนลูกแอปเปิ้ลและแขวนแผ่นขนมปังเพื่อระลึกถึงศีลมหาสนิท ซึ่งก็มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นขนมและของขวัญอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้

        แม้ว่าประเพณีการตั้งต้นคริสต์มาสมีความเป็นมาดังกล่าว ชาวคริสต์ในสมัยนี้ก็ยังนิยมทำกันอยู่ เพราะเห็นว่ามีความหมายถึงพระเยซู ผู้เปรียบเสมือนต้นไม้แห่งชีวิต ที่เขียวสดเสมอในทุกฤดูกาล ซึ่งหมายถึ งนิรันดรภาพของพระเยซู และนอกจากนั้น ยังหมายถึง ความสว่างของพระองค์เสมือนแสงเทียนที่ส่องในความมืด ทั้งยังหมายถึง ความชื่นชมยินดีและความสามัคคีที่พระเยซูประทานให้ เพราะต้นไม้นั้นเป็นจุดรวมของครอบครัวในเทศกาลนั้น



        ซานตาครอส เป็นจุดเด่นหรือสัญลักษณ์ที่เด็กและผู้คนนิยมกันมากที่สุดในเทศกาลคริสต์มาส แต่ที่จริงซานตาครอสแทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทศกาลนี้เลย ชื่อ ซานตาครอส มาจากนักบุญ นิโคลาส เป็นนักบุญชาวฮอลแลนด์ นับถือเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเด็กๆ นักบุญองค์นี้เป็นสังฆราชของ ไมรา มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่4

        เมื่อชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่งอพยพไปอยู่ในสหรัฐฯ ก็ยังรักษาประเพณีนี้ไว้ คือ ฉลองนักบุญ นิโคลาส ในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งหมายถึงนักบุญนี้จะ มาเยี่ยมเด็กๆ และเอาของขวัญมาให้เด็กอื่นๆ ที่ไม่ใช่ลูกหลานของชาวฮอลแลนด์ที่อพยพมา ก็รู้สึกอยากมีส่วนร่วม ในประเพณีแบบนี้บ้างเพื่อรับของขวัญ ประเพณีนี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่หลายไปในอเมริกา โดยมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คือ ชื่อ นักบุญนิโคลาส ก็เปลี่ยนเป็น ซานตาคลอส

        และแทนที่จะเป็นสังฆราช ซึ่งเป็นนักบุญองค์นั้นก็กลายเป็น ชายแก่ที่อ้วนใส่ชุดสีแดงอาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ มีเลื่อนเป็นยานพาหนะ มีกวางเรนเดียร์ลาก และจะมาเยี่ยมเด็กทุกคนในโลกนี้ในโอกาสคริสต์มาส โดยลงมาทางปล่องไฟของบ้าน เพื่อเอาของขวัญมาให้เด็กเหล่านั้นตามความประพฤติของเขา

        ลักษณะภายนอกของซานตาคลอสที่ถูกสมมติขึ้นนี้ เหมือนกับจะลอกเลียนแบบมาจาก Thor ซึ่งเป็น เทพเจ้าในเทพนิยายโบราณของเยอรมัน และลอกเลียนแบบนักบุญนิโคลาส ที่นำของขวัญมาแจกเด็กๆ

        อันที่จริง ซานตาคลอส เป็นรูปแบบที่น่ารัก เหมาะสำหรับเป็นนิยายให้เด็กๆ เชื่อ แต่อาจจะทำให้คนทั่วไปหันมาสนใจ ให้ความสำคัญในตัวนิยายนี้ แทนการบังเกิดของพระเยซู ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเทศกาลคริสต์มาสนี้


"หากจะรัก ต้องลืมคำว่า เสียใจ"
Love means never having to say you’re sorry.

ออฟไลน์ เฒ่าแก่

  • เหยียบหิมะไร้รอย
  • ***
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 3
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
Re: #ความเป็นมาของ "วันคริสต์มาส"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2011, 02:29:18 PM »
Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

มีคำเตือนด้วย

สมัยหนึ่งผมเคยจงใจที่จะใช้นามแฝงว่า ชาคริสต์

ตีความกันเองนะครับ


<a href="http://imgboot.com/images/DJRANGUBON/medsaidjrangv2.swf" target="_blank" class="new_win">http://imgboot.com/images/DJRANGUBON/medsaidjrangv2.swf</a>

ออฟไลน์ ชายไทยบ้านทุ่ง

  • ไร้เทียมทาน
  • **
  • Thank You
  • -Given: 1
  • -Receive: 45
  • กระทู้: 69
  • เพศ: ชาย
Re: #ความเป็นมาของ "วันคริสต์มาส"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2012, 06:00:54 PM »
ยอดเยี่ยมครับ ใกล้วันคริสตมาสเข้ามาแล้วก็นึดถึงเพลงคริสตมาสเก่าๆครับ

ออฟไลน์ สาวลำลูกกา

  • เม็ดทราย
  • *
  • Thank You
  • -Given: 24
  • -Receive: 5
  • กระทู้: 23
  • เพศ: หญิง
Re: #ความเป็นมาของ "วันคริสต์มาส"
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2013, 12:30:38 PM »
  dee ขอบคุณค่ะ ดีเลย พี่นาโน  กำลังอยากรู้อยู่เหมือนกันเลย
    เพราะคนที่บ้านก็เกิด ตรงกับ วันคริสตสมาส