ผู้เขียน หัวข้อ: จัดการปัญหา ‘ถุงใต้ตา’  (อ่าน 621 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 289
  • -Receive: 2413
  • กระทู้: 3183
  • เพศ: หญิง
จัดการปัญหา ‘ถุงใต้ตา’
« เมื่อ: ตุลาคม 01, 2013, 09:05:09 AM »
จัดการปัญหา ‘ถุงใต้ตา’




         ผิวหนังบริเวณ ใต้ตานั้นบอบบางและหลวมอยู่แล้ว แน่นอนว่าทุกคนมักจะประสบกับปัญหาถุงใต้ตา อันเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ซึ่งเราไม่สามารถยับยั้งให้มันเกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถจัดการกับมันได้หากดูแลอย่างถูกวิธี

ถุงใต้ตา มี 2 ลักษณะ คือ ถุงใต้ตาแท้ และถุงใต้ตาเทียม

         ถุงใต้ตาแท้ เกิดจากระบบต่อมไร้ท่อภายในร่างกายทำงานผิดปกติ ปกติแล้วคนเราจะมีก้อนไขมันสามก้อนอยู่ใต้ตา ก้อนไขมันเหล่านี้จะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นไปตามอายุ แต่สำหรับบางคนที่มีปัญหาถุงใต้ตาแท้ อาจจะสังเกตเห็นถุงใต้ตาได้ตั้งแต่อายุยี่สิบต้นๆ

         ส่วนถุงใต้ตาเทียม เป็นอาการบวมนํ้าที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ตาล่าง อาจมีสาเหตุมาจากระบบการไหลเวียนในร่างกายไม่ดี ทําให้มีของเหลวไปคั่งอยู่ที่ใต้ตามักมาจากพฤติกรรมอันไม่ปกติ เช่น อดนอน ทํางานหนัก(ดึก)ร้องไห้บ่อยครั้ง ชอบขยี้ตา ใช้สายตามากเกินไป หากพักผ่อนนอนหลับเพียงพอ หมั่นประคบเย็นที่ดวงตาเป็นประจํา อาการดังกล่าวก็จะค่อย ๆหายไปได้เอง





รู้สาเหตุของปัญหา ‘ถุงใต้ตา’

           การหลีกเลี่ยงความเสื่อมสภาพของผิวบริเวณรอบดวงตาก่อนวัยอันควรนั้น เราจำเป็นที่จะต้องรู้ถึง สาเหตุของปัญหานั้นก่อนอย่างแท้จริง เพื่อเตรียมตัวรับมือและทำการป้องกันต่อไป ดังนั้นเรามาเริ่มที่สาเหตุของการที่มีรอยดำ รอยคล้ำที่ใต้ตากันก่อน

           ในทางการแพทย์ต้องแยกให้ชัดว่าปัญหาถุงใต้ตาดังกล่าว เกิดจากไขมัน หรือกล้ามเนื้อ ซึ่งถุงไขมันจริงๆ ก็คือ ถุงไขมันที่อยู่ในเบ้าตาคนเรา มีด้วยกัน 5 ถุง อยู่เหนือเปลือกตาบน 2 ถุง และใต้เปลือกตาล่าง 3 ถุง ถุงใต้ตาล่างที่เคลื่อนออกมาและมีปัญหาบ่อยๆ จะมีอยู่ 2 ถุง คือ ถุงกลาง (Middle Fat)และบางส่วนของถุงไขมันด้านใน(Inner Fat)

           สาเหตุนั้นมีได้หลายอย่าง เช่น เกิดจากพันธุกรรม โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคหอบหืด หรือโรคภูมิแพ้ กลุ่มนี้มักจะพบรอยดำที่ใต้ตา อาการตาแห้งตลอดจนการแพ้สารต่างๆ เช่น แพ้มาสคาร่า ซึ่งอาจจะมีการสะสมของมาสคาร่า ทำให้รู้สึกคัน พอคันแล้วก็จะถู จะขยี้ที่ตา จึงทำให้ไปกระตุ้นเกิดเป็นริ้วรอยและทิ้งรอยดำไว้ได้  การอดนอนนั้น จะทำให้การไหลเวียนของโลหิตไม่ดี สารอาหารในเลือดลดลง เส้นเลือดตีบ รอยคล้ำที่ใต้ตาก็จะชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้าหากปล่อยให้เป็นเวลานานๆ เส้นเลือดก็จะเปราะและแตกได้ง่าย ทำให้เกิดสารตกค้างใต้ตา และทำให้ตาคล้ำได้

           นอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ต้องคํานึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งการผ่าตัดทํา เพื่อแก้ปัญหาถุงไขมันใต้ตาร่องลึก และเก็บผิวหนังส่วนเกินออก ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง แลดูไม่เหนื่อยล้า เหมาะสําหรับผู้ที่มีถุงไขมันใต้ตามากผิดปกติ รวมทั้งผิวใต้ตาหย่อนคล้อย ทั้งนี้ ผลของการผ่าตัดไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยตีนกาที่เกิดขึ้นแล้วได้ (Crow Feet)  สมัยก่อนการแก้ปัญหาด้วยการดึงไขมันใต้ตาออก ช่วยทําให้สภาพผิวดูดีขึ้นได้นั้น เนื่องมาจาก ‘ร่อง’ ที่มีอยู่เดิม ถูกถุงไขมันมากองสะสม ทําให้ ‘ร่อง’ จึงยิงดูลึกขึ้น เมื่อนําถุงไขมันออก จึงดูเหมือน ‘ร่อง’ ตื้นขึ้นนั้นเอง (คนไข้บางราย การเอาถุงไขมันออกอาจให้ผลดีขึ้นได้จริง)

           ปัจจุบันแนวโน้มการผ่าตัดถุงไขมันใต้ตาเปลี่ยนไป (Paradigm Shift) สมัยก่อนจะผ่าตัดเอาถุงไขมันออกเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อติดตามผลการรักษา พบว่าคนไข้เกิดปัญหา ‘ร่องตาลึก’ขึ้นจนมองเห็นได้ชัด เพราะการนําถุงไขมันใต้ตาออกไม่ว่าจากด้านนอก หรือออกจากด้านใน แล้วใช้พลังงานเลเซอร์รักษาควบคู่เพื่อให้ผิวกระชับขึ้นนั้น ได้ผลเพียงแค่ชั่วคราว‘ร่องตา’ ดังกล่าวก็ยังแก้ไม่หายเป็นที่มาของวิธีการรักษาแนวใหม่ ที่ใช้การผ่าตัดเก็บถุงไขมันใต้ตาไว้ มาถมลงใน ‘ร่อง’แทนการเอาออก ซึ่งในระยะแรกๆ ของการรักษานี้ไม่เป็นที่ยอมรับกันนักในหมู่ศัลยแพทย์ กระทังเห็นผลที่สร้างความพึงพอใจให้กับคนไข้เป็นอย่างมาก


:pj: :pj: :pj: :pj: :pj: