ผู้เขียน หัวข้อ: :เวลาที่หายไป::  (อ่าน 443 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 289
  • -Receive: 2425
  • กระทู้: 3189
  • เพศ: หญิง
:เวลาที่หายไป::
« เมื่อ: ธันวาคม 07, 2013, 01:58:20 PM »
:เวลาที่หายไป::




               ชายหนุ่ม วัยสามสิบห้าปี คนหนึ่ง เค้าดูกำลังไปได้ดีกับอาชีพหัวหน้าแผนกฝ่ายขาย ของบริษัทเครื่องดื่มจากน้ำสมุนไพรยี่ห้อหนึ่ง เค้าเดินทางไปหลายๆจังหวัดเป็นว่าเล่น ในส่วนของครอบครัว ภรรยาของเค้า พึ่งตั้งท้องลูกคนแรก ได้สี่เดือน ทุกๆอย่างดูกำลังจะลงตัวและไปได้สวย แต่แล้ววันหนึ่งชายหนุ่มผู้นั้นก็ได้รับข่าวร้ายที่น่าตกใจที่สุดในชีวิต.....

               เค้าทนกับอาการไอเรื้อรัง มาได้ประมาณเกือบสองเดือน ไม่ได้ไปตรวจเช็ค ซื้อยาทานเองมาตลอด อันเนื่องมาจากภาระงานที่ยุ่งมากขึ้น เพราะเค้าพึ่งได้เลื่อนตำแหน่งใหม่ แต่สุดท้ายก็ทนเสียงภรรยารบเร้าไม่ไหว.....หมอตรวจพบว่าเค้าเป็นมะเร็งปอด และที่สำคัญเป็นระยะแพร่กระจายไปสู่ปอดอีกข้างและต่อมน้ำเหลือง เค้าตกใจและแทบไม่มีสติเหลืออยู่....หกเดือนดูจะเป็นระยะเวลาที่เค้าเหลืออยู่




               หญิงวัยกลางคน คนหนึ่ง ทำงานเป็นเลขาในศูนย์การค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอมีลูกสาวที่น่ารัก กำลังเรียนในคณะทันตแพทย์ ปี่สี่(เหลืออีกสองปี ก็จะจบการศึกษา) เธอเฝ้ารอเวลาที่จะได้ไปงานรับปริญญาของลูกสาวคนเดียวของเธอมาตลอด ถึงขั้นบอกว่าเธอมีชุดที่คิดจะสั่งตัดไว้เพื่อไปงานไว้เรียบร้อยแล้ว อีกสองปีคงไม่นานเกินรอ.....

               เธอปวดท้องมาได้ซักประมาณหนึ่งเดือน รักษาตามคลินิกได้ยาโรคกระเพาะ อาการไม่เคยดีขึ้น สุดท้ายเธอได้ทำอัลตร้าซาวด์และทำเอ็กเรย์คอมพิวเตอร์ของช่องท้องต่อ.....แล้วเธอก็ได้คำตอบ เธอเป็นมะเร็งทางเดินน้ำดี มะเร็งร้ายชนิดนี้ แสดงอาการเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่แล้ว เธอร้องไห้หน้าโต๊ะตรวจว่าเธอจะอยู่ได้อีกนานมั้ย




               เด็กหนุ่ม อายุยี่สิบหก พึ่งจบปริญญาตรีคณะนิเทศน์ศาสตร์มาไม่นาน ล้มป่วยจากอาการปวดศีรษะเรื้อรังตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ เค้ามาโรงพยาบาลและตรวจพบว่าเป็นมะเร็งในสมอง เมื่อประมาณสามเดือนที่ผ่านมานี้ ได้รับการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อร้ายออกสองครั้ง ฉายแสงต่ออีกห้าครั้ง จากนั้นสมองบวมจนต้องทานยาลดบวมขนาดสูงอยู่หลายสัปดาห์ ตอนนี้อาการดีขึ้น ไม่เพลียเหมือนเดิม เพราะลดขนาดยาลงได้.....แต่ตาทั้งสองของเค้ากำลังจะมองไม่เห็น

               เป็นผลที่เกิดมาจากการที่ก้อนเนื้อร้ายในสมองนั้นยังอยู่ ขนาดค่อยๆใหญ่ขึ้น และอยู่ในส่วนลึกของสมอง ไม่สามารถผ่าตัดซ้ำได้อีก เค้าบอกว่าตอนนี้กำลังแต่งเพลง เพลงหนึ่ง เค้าอยากแต่งให้เสร็จก่อนที่ตาจะบอดสนิท


               มีคำกล่าวว่า เวลา คือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเรา ทุกๆคนบนโลกมี 24 ชั่วโมงหลังลืมตาตื่น เป็นสิ่งเรามีอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะรวยหรือจนก็ตามที แต่สิ่งที่มีคุณค่านี้ มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้(เวลา ไม่เท่ากับนาฬิกานะครับ) และที่สำคัญ คืออะไรที่มาเปล่าๆ เรามักไม่เห็นคุณค่า เพราะคิดว่า เวลาของเรามีเหลือเฟือ (รอพรุ่งนี้ มะรืน ก็ได้ ไม่ต้องรีบ).....แต่ทรัพยากรทุกอย่างย่อมมีจำกัด เวลาก็มีจำกัด และหมดไปได้เสมอโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า(บางคนไม่ทันรู้ตัวเลยว่าหมดเวลา บางคนเริ่มรู้ตัว ก่อนหมดเวลาไม่นาน)

               (1) ชายคนนั้น บอกตอนเจอกันครั้งต่อมาว่า"นั่งนับเวลาดู หกเดือน บวกสี่เดือนก็ยังทัน ที่จะได้เห็นหน้าลูก" เค้ายิ้มปนหัวเราะนิดๆ

               (2) หญิงคนนั้นรำพึงรำพัน เหมือนอยากให้ได้ยินว่า "จะอยู่ทันไปงานรับปริญญาลูกมั้ยเนี่ย"

               (3) "ตอนนี้มีแต่ทำนอง เนื้อร้องยังคิดไม่เสร็จเลยครับ" เค้าบอก

               พอไม่คิดหลายเรื่องฟุ้งซ่าน ให้ความสำคัญกับเรื่องที่พวกเค้าคิดว่า สำคัญที่สุดในชีวิตตอนนี้ ฉันดูพวกเค้าสงบลงได้มากจริงๆ

               ฉันได้แต่ยิ้ม แทนการตอบคำถามของพวกเค้าในหลายๆคำถาม และบอกคนไข้ทั้งสามของฉัน เหมือนๆกันว่า "เราจะใช้เวลาที่มีต่อไปนี้ให้คุ้มค่าที่สุดพร้อมๆกัน"



:pap: :pap: :pap: :pap: :pap: