ผู้เขียน หัวข้อ: ฟาโรห์เซติที่ 1 (Seti I)  (อ่าน 550 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 289
  • -Receive: 2413
  • กระทู้: 3183
  • เพศ: หญิง
ฟาโรห์เซติที่ 1 (Seti I)
« เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2014, 02:05:00 PM »
พาย้อนกลับไปสู่ยุครุ่งเรืองที่สุดอีกยุคหนึ่งของอียิปต์โบราณประมาณ 1290-1279 ปีก่อนคริส์ตกาลความสงบสุขของชาวอียิปต์ภายใต้การปกครองของ "ฟาโรห์เซติที่1" บุตรของฟาโรห์รามเซสที่ 1 (Ramesses I) และพระราชินีซีทรี (Sitre) และเป็นบิดาของฟาโรห์รามเซสที่ 2 (Ramesses II)

สำหรับฟาโรห์เซติที่ 1พระราชประวัติของพระองค์ที่เด่นชัดก็คือด้านการทำสงครามอียิปต์โบราณก็ถูกรุกรานจากประเทศเพื่อนบ้านเหมือนกัน ด้วยดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ซึ่งทอดตัวไหลผ่านทั้งประเทศ แน่นอนใครๆ ก็อยากครอบครองดินแดนนี้ และศัตรูตลอดการของอียิปต์ก็คือพวกฮิตไทส์Hittites ในยุคราชวงศ์ที่ 18 ตอนปลายเป็นช่วงที่อียิปต์เจอมรสุมมากมายทั้งภายในประเทศก็คือ การขาดฟาโรห์ที่เข็มแข็งพอในการจะปกครองประเทศ เกิดการก่อกบฏประชาชนก็ขาดที่พึง ซ้ำร้ายยังถูกรุกรานจากศัตรูอีกแต่ก็ถือว่าเป็นปกติของอียิปต์อยู่แล้วครับสำหรับช่วงต่อของแต่ละราชวงศ์ก็มักจะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้อยู่เสมอมันเหมือนกับว่าพอบ้านเมืองเกิดความระส่ำระสายก็มักจะมีวีระบุรุษที่มากู้ชาติไว้อยู่ร่ำไปและฟาโรห์เซติที่ 1 ก็ถือได้ว่าเป็นฟาโรห์องค์หนึ่งที่ช่วยทำให้แผ่นดินไอยคุปต์เกิดความร่มเย็นขึ้นได้อีกครั้งพระองค์ทำศึกสงครามขับไล่พวกฮิตไตส์ให้พ้นจากดินแดนอียิปต์




ในช่วงรัชสมัยของฟาโรห์เซติที่ 1 พระองค์ได้สร้างสถานที่อันสำคัญทางประวัติศาสตร์ไว้ อาทิเช่นวิหารเก็บพระศพเซติที่ 1 (Moryuary Temple of Seti I) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองQurna ฝั้งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ตรงข้ามกับเมือง Luxorถัดมาคือ วิหารแห่งอบิดอส (Temple at Abydos) พระองค์ได้ริเริ่มสร้างวิหารแห่งนี้ขึ้นด้วยหินอ่อนวิหารตั้งอยู่ที่เมืองอบิดอส ทางตอนบนของอียิปต์วิหารแห่งนี้สร้างเสร็จในรัชสมัยของฟาโรห์องค์ต่อมา ทายาทของพระองค์เองนั่นคือฟาโรห์รามเซสที่ 2 อีกสถานที่สำคัญนั่นคือ HypostyleHall แห่งเมือง Karnak สุดบรรยายจริงๆ สำหรับสถานที่แห่งนี้ แท่นเสาขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นยังเหลือร่องรอยประติมากรรมเรื่องราวของการทำศึกสงครามของฟาโรห์เซติที่ 1 เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการทำศึกกับเอเชีย ตะวันตก, ลิเบีย,นูเบีย ในช่วงต้นๆ ของรัชกาลของพระองค์




แต่ระยะเวลาการครองราชสมบัติของพระองค์เพียงประมาณ 10 กว่าปีชาวอียิปต์ก็พบกับความเศร้าโศกอีกครั้ง ฟาโรห์เซติที่ 1 สวรรคต ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าพระองค์สวรรคตด้วยเหตุอันใด ทันทีที่ฟาโรห์ขึ้นครองราชคนงานจะเริ่มทำการขุดสร้างสถานที่เพื่อเตรียมไว้สำหรับฝังพระศพของฟาโรห์เอาไว้ทันทีและสถานที่ฝังพระศพฟาโรห์เซติที่ 1ถูกเลือกสร้างไว้ที่หุบเขากษัตริย์ (The Valley of the King) หุบเขากษัตริย์ตั้งอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำไนล์ตรงข้ามเมืองธีบ (Thebes) หรือเมืองลักซอ (Luxor) ในปัจจุบันทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าพระศพของฟาโรห์เซติที่ 1จะถูกเก็บไว้อย่างดี คนงานจะต้องขุดสร้างไว้อย่างดีการขุดสุสานในยุคแรกจะขุดลงไปเป็นรูปตัว L แล้วทำการแบ่งเป็นห้องๆ ไว้เพื่อเก็บสมบัติของฟาโรห์ ของใช้ที่จำเป็นสำหรับฟาโรห์ และห้องเก็บพระศพของฟาโรห์ ชาวอียิปต์จะให้ความสำคัญกับชีวิตหลังความตายมากเพราะพวกเขาเชื่อในวันฟื้นคืนชีพอีกครั้งและเพื่อให้แน่ใจว่าฟาโรห์อันเป็นที่รักยิ่ง ผู้เป็นเสมือนเทพของพวกเขาจะเดินไปสู่ดินแดนของพระเจ้าได้อย่างปลอดภัยแล้ว พวกเขาจะต้องสร้างสุสานไว้อย่างดีส่วนยุคหลังๆ ด้วยความแออัดของสุสานทำให้ต้องปรับเปลี่ยนเป็นการขุดแบบแนวตรงหลังจากคนงานได้ทำการขุดและแบ่งไว้เป็นห้องๆ แล้วก็จะเป็นภาพประติมากรรมบนฝาผนังภายในสุสานครับซึ่งภาพเหล่านี้มักจะเป็นเรื่องราวของชีวิตหลังความตายบ้างก็เป็นเรื่องราวของฟาโรห์องค์นั้นๆ บ้างก็มีเวทมนต์คาถาที่จารึกเป็นภาษาเฮียโรกลีฟิคยากที่จะมีใครอ่านได้อย่างถูกต้อง




ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังดูแลความเรียบร้อยของสุสานฝังพระศพฟาโรห์เซติที่1 ผู้มีหน้าทีทำมัมมี่ของฟาโรห์เซติที่ 1 มีเวลาประมาณ 70 วันในการเตรียมร่างอันไร้วิญญาณของฟาโรห์เซติที่1หน้าที่สำคัญของคนทำมัมมี่คือทำอย่างไรก็ได้ใช้มัมมี่ของฟาโรห์สมบูรณ์แบบที่สุดในวันที่พระองค์ฟื้นคืนชีพมาเริ่มต้นก็ทำมัมมี่ผมพอจะทราบคร่าวๆ ก็คือว่าเขาจะเอาอวัยวะภายในออกมาจนหมดและเก็บเอาไว้ที่โถคาโนปิ (Kanopy) โดยแยกอวัยวะไว้ในโถ 4ใบ สาเหตุที่ต้องควักอวัยวะออกมาเพราะเนื่องจากว่าอวัยวะภายในมีความชื้นสูง ซึ่งจะทำให้พระศพอาจเสียหายได้ขั้นตอนหลังจากนั้นก็จะมีอีกเยอะครับ ล้วนแล้วเกี่ยวกับเวทมนต์คาถา ไสยศาสตร์ส่วนขั้นตอนสุดก็จะเป็นการพันพระศพด้วยผ้าลลินินเจ้าหน้าที่จะพิถีพิถันอย่างมากในการพันพระศพ และพวกเขาจะวางเครื่องลางที่ทำจากทองคำไว้ก่อนพันผ้าลินินทับไว้ในแต่ละชั้นทั้งนี้ก็เพื่อให้แน่ใจว่าฟาโรห์จะได้เดินทางไปยังชีวิตหลังความตายได้สมบูรณ์แบบที่สุดเมื่อเสร็จขั้นตอนการทำมัมมี่แล้ว พวกเขาก็จะนำร่างพระศพใส่ไว้ในโลงหินศิลาประดับด้วยทองคำ และภาพประติมากรรมอันสวยงาม ก่อนนำโลงพระศพฟาโรห์เซติที่ 1 ในเก็บไว้ยังสุสานที่ได้เตรียมเรียบร้อยแล้วภายในสุสานนอกจากมีสมบัติที่จำเป็นสำหรับฟาโรห์เซติที่ 1แล้วพวกเขายังวางพวกอาหาร เครื่องดื่มไว้ภายในอีกด้วยครับหรือแม้แต่มัมมี่ของสัตว์เลี้ยงก็ยังทำเก็บไว้ภายในสุสานของฟาโรห์เลยละค่ะ  เมื่อเสร็จสิ้นพิธีกรรมต่างๆ สุสานที่จะถูกปิดไว้ชั่วนิรันดร์

แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็คงดี ถ้าเวทมนต์มีจริงโจรคงไม่กล้าขโมยสุสานของฟาโรห์เป็นแน่เพราะหลังจากฟาโรห์เซติที่ 1สวรรคตได้ไม่นานนักสุสานของพระองค์ก็ได้ถูกโจรปล้นสุสานขโมยทรัพย์สมบัติไปจนเกือบหมดสิ้นพวดเขาให้วิธีการเผาสุสานเพื่อหลวมละลายทองคำ โดยไม่ยำเกรงฟาโรห์เซติที่ 1 แม้แต่นิดเดียว พวกที่ถูกจับได้บางคนก็ถูกทรมานอย่างหนักก่อนที่จะประหารชีวิตเคราะห์ซ้ำยังเกิดภัยพิบัติอุทกภัยที่ทำให้สุสานได้รับความเสียหายไปไม่น้อยและหลังจากนั้นจวบจนกว่า 3 พันปีให้หลังไม่มีผู้ใดกล้าย้ำกายไปยังสุสานของฟาโรห์เซติที่ 1 อีกเลย จนกระทั้งปี 1817นักล่าสมบัติชื่อ Giovanni Battista Belzoniถ้าผมจำไม่ผิดเขาคนนี้เป็นชาวอิตาลีนะครับ เป็นคนแรกในช่วง 3 พันปีที่ค้นพบสุสานฟาโรห์เซติที่ 1ซึ่งในขณะที่เขาค้นพบนั้นภายในสุสานของฟาโรห์เซติที่ 1ไม่มีสมบัติมีค่าใดๆ เหลืออยู่ พวกโจรยุคโบราณทิ้งไว้เพียงแต่รูปสลักข้ารับใช้ที่ถูกค้นและทิ้งไว้กระจัดกระจาย แต่ก็ยังดีที่พวกเขายังเก็บร่างของฟาโรห์เซติที่ 1 เอาไว้




และสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดนั่นคือเมื่อทำการแกะผ้าที่พันร่างฟาโรห์เซติที่1 เอาไว้เผยพระพักตร์ฟาโรห์เซติที่ 1 อีกครั้งในรอบกว่า 3 พันปี ฟาโรห์เซติที่ 1 ในร่างมัมมี่ที่สมบูรณ์แบบมากๆเห็นแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่าพระองค์เสียชีวิตมาแล้ว 3 พันปีนะครับ เพราะพระพักตร์ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตา หู จมูก ปาก สมบูรณ์แบบมากและก็ยังตค้นพบชิ้นส่วนพวกเครื่องลางของขลังที่ซ่อนอยู่ใต้มัมมี่ของฟาโรห์เซติที่ 1 อย่างที่เห็นในภาพนะครับภายในสุสานของฟาโรห์เซติที่ 1 สวยงามมากๆ เลยใช่ไหมครับ ลองจินตนาการเล่นๆ ดูว่าในช่วงที่สร้างเสร็จใหม่ๆ ว่าจะสวยงามขนาดไหนโชคยังดีที่ภาพประติมากรรมอันทรงคุณค่ายังเหลือทิ้งไว้ให้ศึกษาอยู่ค่อนข้างสมบูรณ์ จะมีถูกทำลายไปบ้างโดยฝีมือของพวกโจร และพวกโรมัน ที่มาถูกรุกรานแต่โดยรวมก็ยังถือว่าสมบูรณ์แบบ