ผู้เขียน หัวข้อ: 11 พฤติกรรม ที่ทำให้ยิ่งกินเยอะ  (อ่าน 257 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 277
  • -Receive: 2381
  • กระทู้: 3156
  • เพศ: หญิง
11 พฤติกรรม ที่ทำให้ยิ่งกินเยอะ
« เมื่อ: สิงหาคม 31, 2014, 10:14:23 AM »
11 พฤติกรรม ที่ทำให้ยิ่งกินเยอะ


หลาย ๆ คนนั้น คงใฝ่ฝันที่จะมีรูปร่างที่สวยงามและผอมเพรียว แต่ว่าไม่ว่าจะใช้วิธีไหนในการลดน้ำหนักก็รู้สึกว่ามันไม่เคยประสบความสำเร็จเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เป็นเพราะว่าเรานั้นยังคงทำพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดีต่อสุขภาพและเป็นการเพิ่มน้ำหนักโดยไม่รู้ตัวค่ะ สุดท้ายปัญหากินเยอะก็แก้ไม่หายสักที ฉะนั้น GFC ขอแนะนำให้ลด ละ เลิก 11 พฤติกรรมต่อไปนี้ค่ะ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ ยิ่งทำ จะยิ่งทำให้คุณยิ่งกินเยอะและอ้วนในที่สุดค่ะ


1. ไม่ทานข้าวเช้า

การไม่ทานข้าวเช้า ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดแคลอรี่ในแต่ละวันได้ แต่พอมื้อถัดไปอย่างมื้อเที่ยง คุณจะยิ่งหิวและอยากกินมากเข้าไปใหญ่ ถ้าคุณไม่มีเวลาเตรียมเมนูอาหารที่ดีต่อสุขภาพในช่วงเช้า ขอแนะนำให้เตรียมอาหารไว้ล่วงหน้าก่อนเลย จะได้ไม่ต้องพลาดอาหารเช้า แล้วมาหิวยิ่งขึ้นในมื้อถัดไปอีก…..

2. ทานหน้าจอ

การนั่งทานอาหารหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอโทรทัศน์ จะยิ่งทำให้คุณกินมากเข้าไปอีก เพราะการดูโทรทัศน์และการทานอาหารนั้นเป็นกิจกรรมที่ไม่สัมพันธ์กัน เมื่อจิตใจของคุณกำลังหมกมุ่นกับรายการโทรทัศน์หรือการเปิดเว็บไซต์ คุณจะแทบไม่มีเวลาจดจ่อกับอาหาร ถ้าจะทานอาหารก็ให้ทานแค่อย่างเดียว อย่าทำอย่างอื่นไปด้วย

3. ไม่ควบคุมปริมาณอาหาร

ไม่ว่าคุณจะกำลังพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีไหนก็ตาม สิ่งสำคัญ คือ ทานให้เพียงพอกับความต้องการ ทานให้พออิ่ม แต่ควบคุมตนเองอย่าให้ทานมากเกินไปด้วย เช่น หากต้องการทานพิซซ่า ก็ให้สัญญากับตัวเองว่าทานแค่ 1 ชิ้นก็พอ อย่าปล่อยตัวเองให้ทานชิ้นที่สองเด็ดขาด……….

4. รู้สึกผิดเมื่อกินเยอะ

หลายคนอาจคิดว่า หากรู้สึกผิดเมื่อทานมาก ครั้งต่อไปคุณจะทานน้อยลงไปเอง บอกได้เลยว่านั่นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะยิ่งคุณรู้สึกผิด ครั้งต่อไปคุณก็จะยิ่งเครียด และยิ่งทานอาหารมากขึ้นไปอีกต่างหาก


5. ทานสิ่งที่คนอื่นอยากทาน

หากคนใกล้ตัวคุณไม่ได้ใส่ใจเรื่องการลดน้ำหนัก การควบคุมอาหาร และยังทานมากเกินไปอยู่ ก็อาจจะยากหน่อยที่คุณจะบังคับตัวเองให้ทานอาหารหรือควบคุมอาหารตามเป้าหมายได้ คำแนะนำ คือ ลองใช้ส่วนผสมต่างๆ ของเมนูอย่างเดียวกับคนที่บ้านก็ได้ แต่ให้เปลี่ยนเป็นเมนูอื่นแทน ที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า

6. ไม่ทานของว่างเลย

หลายคนเชื่อว่าการทานของว่างนั้นไม่ดี และยังเชื่อด้วยว่าของว่างทุกชนิดนั้นไม่มีประโยชน์ แต่ความจริงแล้วของว่างหลายชนิดนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายและยังทำให้คุณบรรลุเป้าหายในการมีสุขภาพที่ดีได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ของว่าง จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีพลังงานมากขึ้นก่อนและหลังการออกกำลังกาย นอกจากนี้การทานของว่างที่มีประโยชน์ ระหว่างมื้ออาหารหนัก ยังช่วยลดพฤติกรรมการกินเยอะเกินไปอีกด้วย

7. สับสนระหว่างความหิวกับความกระหาย

หลายคนสับสนระหว่างความรู้สึกหิว กับ กระหาย ถ้าคุณเพิ่งทานอาหารเสร็จ แต่รู้สึกว่ายังทานไม่พอ Mara Z. Vitolins ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านสาธารณสุขศาสตร์ได้ให้ความเห็นว่า “ยากที่จะแยกระหว่างความรู้สึกหิวกับความรู้สึกกระหาย ถ้าหากคุณแยกไม่ออก ให้ลองดื่มน้ำเปล่า จากนั้นรอประมาณ 20-30 นาที เพื่อดูว่าคุณยังรู้สึกหิวอยู่หรือไม่…”

8. ทานอาหารมากไปหลังออกกำลังกาย

หลังจากคุณออกกำลังอย่างหนัก ห้ามใช้การออกกำลังเป็นข้ออ้างในการยอมให้ตัวเองทานเยอะเด็ดขาด ของว่างที่คุณทานหลังออกกำลังกายไม่ควรมีพลังงานเกิน 150 แคลอรี่

9. จานและถ้วยของคุณใหญ่เกินไป

ทราบหรือไม่ว่าขนาดของจานหรือถ้วยที่คุณใช้ทานอาหารนั้น สามารถทำให้คุณทานเยอะเกินไปได้ด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Cornell เปิดเผยว่า ขนาดจานที่ดูใหญ่ จะทำให้ปริมาณอาหารที่คุณทานดูเล็กลงกว่าปกติ เมื่ออาหารดูเล็กหรือน้อยลง ก็อาจกระตุ้นให้คุณอยากทานมากขึ้นได้ง่าย ดังนั้นแทนที่จะใช้จานขนาดใหญ่ ลองเปลี่ยนใช้จานขนาดเล็กแทนจะดีกว่า

10. ทานอาหารเพื่อระงับความเครียด

หลายคนทานเยอะขึ้นเพราะต้องการระงับความเครียด เข้าทำนองยิ่งเครียดก็ยิ่งกิน แถมยิ่งกินก็ยิ่งเครียดเข้าไปอีก การทำแบบนี้คุณจะยิ่งทานเยอะขึ้น แถมยิ่งอ้วนขึ้น ดังนั้น ให้จำไว้เสมอว่า ให้กินเฉพาะเวลาหิว อย่ากินแค่เพราะต้องการคลายเครียด

11. หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีเนื้อสัตว์

หลายคำแนะนำให้บอกให้เราเลี่ยงทานเนื้อสัตว์ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ว่าเนื้อสัตว์ไม่มีประโยชน์ หรือการที่เรากินมังสวิรัติก็ไม่ได้แปลว่าอาหารเหล่านั้นจะปลอดภัยเช่นกัน เพราะการกินแต่อาหารที่มีส่วนประกอบของผัก จะทำให้เราไม่ได้รับกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งบางชนิดมีอยู่ในสัตว์เท่านั้น

cr: นิตยสาร womenhealth