ผู้เขียน หัวข้อ: ปริศนาธรรมที่แฝงไว้กับ...พระพุทธรูป  (อ่าน 977 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ tawee19991

  • เดินสายกลาง
  • Uploader
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 1418
  • -Receive: 1736
  • กระทู้: 208
  • เพศ: ชาย
ปริศนาธรรมที่แฝงไว้กับ...พระพุทธรูป
« เมื่อ: กันยายน 02, 2014, 04:30:19 AM »
ปริศนาธรรมที่แฝงไว้กับ...พระพุทธรูป

       
    พระพุทธรูปเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ชาวพุทธให้ความเคารพศรัทธามาก บางแห่งก็มีความขลัง และความ
ศักดิ์สิทธิ์ ประวัติของพระพุทธรูปแต่ละองค์นั้นมีตำนานเล่าขานกันมา มากบ้างน้อยบ้างสุดแล้วแต่ความศรัทธา ใน
ความเชื่อถือของชาวบ้าน
    แต่สิ่งที่เหมือนกันของพระพุทธรูป หรือตัวแทนของพระพุทธเจ้านี้ ที่สังเกตเห็นข้อธรรมะได้ มีอยู่ด้วยกัน 3
ประการด้วยกัน คือ
1. พระเศียรแหลม มีคำถามว่า ทำไมพระพุทธรูปจึงมีพระเศียรแหลมในเมื่อพระพุทธเจ้าของเราก็เป็นมนุษย์ ที่เป็น
เช่นนี้เพราะเขาสร้างพระพุทธรูปเพื่อให้คิดเป็นปริศนาธรรม พระเศียรที่แหลมนั้นหมายถึง สติปัญญาที่เฉียบแหลมใน
การดำเนินชีวิต สอนให้ชาวพุทธแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยสติปัญญาไม่ใช่ใช้อารมณ์ หากใช้ปัญญาคิดพิจารณาไตร่ตรอง
ให้รอบคอบเสียก่อนแล้วจึงทำความผิดพลาด เกิดขึ้นน้อย หรือไม่เกิดขึ้นเลย
2. พระกรรณยาน หรือหูยานเป็นปริศนาธรรม ให้ชาวพุทธเป็นคนหูหนัก คือมีจิตใจหนักแน่นมั่นคงนั่นเอง ไม่เชื่อ
อะไรง่ายๆแต่คิดพิจารณาไตร่ตรองด้วยสติปัญญาอันแยบคาย แล้วจึงเชื่อในฐานที่เป็น ชาวพุทธก็ต้องเชื่อในกฎแห่ง
กรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บุคคลหว่านพืชเช่นใดย่อมได้รับผลเช่นนั้น เชื่อว่าไม่มีอะไรทำให้ใครเป็นอะไรๆทั้งนั้น
แต่ตัวเราเองนั่นแหละทำให้เราเป็นสุขเป็นทุกข์ คนเราจะดีจะชั่วจะเสื่อมจะเจริญไม่ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจภายนอก หรือ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ขึ้นอยู่กับการทำ การพูด การคิด ของตนเอง นี้เป็นการเชื่อตามหลักของพระพุทธศาสนา
3. พระเนตรมองต่ำ พระพุทธรูปที่สร้างโดยทั่วไปจะมีพระเนตรมองลงที่พระวรกายของพระองค์ อย่างในพระ
อุโบสถของวัดทั่วไป จะนั่งมองดูพระวรกาย ไม่ได้มองดูหน้าต่างหรือมองดูประตูพระอุโบสถว่าจะมีใครเข้ามาไหว้
บ้าง นี้เป็นปริศนาธรรม สอนให้มองตนเองพิจารณาตนเอง ตักเตือนแก้ไขตนเอง ไม่ใช่คอยจับผิดผู้อื่น ซึ่งตาม
ปกติของคนแล้วมักจะมองเห็นความผิดพลาดของบุคคลอื่น แต่ลืมมองของตนเองทำให้สูญเสียเวลาและโอกาสใน
การปรับปรุงพัฒนาตนเอง ใครเล่าจะตักเตือนตัวเราได้ดีกว่าตัวเราเอง
   จึงมี
พุทธศาสนสุภาษิต ให้เตือนตนเองว่า
    อตฺตนา โจทยตฺตาน
    จงเตือนตน ด้วยตนเอง

    ทั้ง 3 ประการนั้นเป็นการสอนโดยใช้ปริศนาธรรมจากพระพุทธรูปเป็นสื่อการสอนใจตนเอง ดังนั้นชาวพุทธเมื่อ
มีปัญหาอะไรแก้ไขไม่ได้คิดไม่ตกก็เข้าวัดเสียบ้าง นั่งประนมมือตรงหน้าพระพุทธรูป หรือถ้าที่บ้านมีพระพุทธรูป
ก็นั่งประนมมือต่อหน้าพระพุทธรูป ที่บ้านนั่นแหละค่อยๆ เพ่งพินิจที่พระพักตร์ของพระพุทธรูป
1. เห็นพระเศียรแหลม
    สอนใจตนว่าอย่าแก้ปัญหาด้วยอารมณ์นะ ใจเย็นๆ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ไม่มีอะไรแก้ไขไม่ได้ ค่อยๆ
คิดค่อยๆ แก้ ด้วยสติปัญญาที่เฉียบแหลม เหมือนพระพุทธเจ้าของเรา ที่พระองค์ใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา
2. เห็นพระกรรณยาน
    ก็บอกตนเองว่า ... สุขุมเยือกเย็นมีเหตุผลเข้าไว้ อย่าปล่อยใจตามอารมณ์หรือหุนหันพลันแล่น เดี๋ยวจะผิด
พลาดได้ ต้องมีจิตใจหนักแน่นมั่นคง เชื่อในสิ่งที่มีเหตุผล
3. เห็นสายพระเนตรที่มองต่ำ
    ก็บอกตนเองว่า มองตนเองบ้างนะ อย่าไปมองคนอื่นมากนักเลย เดี๋ยวจะไม่สบายใจ และอาจมีปัญหาได้ การ
มองตนเองบ่อยๆ จะได้พิจารณาตนเอง ปรับปรุงตนเองและแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น จากนั้นก็ค่อยกราบ พระพุทธรูป
ด้วยสติปัญญาและจิตใจที่ชื่นบาน
    ดังนี้แล้วจึงเรียกว่า ยิ่งกราบยิ่งฉลาด สมกับเป็นผู้รู้ ผู้ตื่นผู้เบิกบาน อย่างแท้จริง…


       

ขอบคุณธรรมะดีๆจาก: board.palungjit.org


พุทธศาสนสุภาษิต

อตฺตนา โจทยตฺตาน
จงเตือนตน ด้วยตนเอง