ผู้เขียน หัวข้อ: นิราศสตูล-บันทึกคนเดินทาง  (อ่าน 414 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Tacrm

  • เม็ดทราย
  • *
  • Thank You
  • -Given: 15
  • -Receive: 3
  • กระทู้: 7
นิราศสตูล-บันทึกคนเดินทาง
« เมื่อ: ตุลาคม 19, 2014, 06:14:10 PM »
ช่วงต้นปีที่แล้ว  (15 มีนาคม 2556) ผมได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรม OD ของหน่วยงาน ณ จังหวัดสตูล โดยให้ จนท ในสังกัดได้เข้าร่วมอบรม ระหว่างทางก็ได้บันทึกเล็กๆน้อยๆ ไป จึงนำเสนอให้ท่านๆได้อ่านกัน


๐ นิราศร้างห่างเหจากเคหา
จาก"ชะอวด"ตอนรุ่งรางเดินทางมา
สู่"สตูล"เวลาฟ้าสีทอง
รถล้อเลื่อนตีสี่เต็มที่นั่ง
เราพร้อมพรั่งมาถึงที่แต่ตีสอง
ขึ้นรถทัวร์หาที่ตีตราจอง
ตาก็มองหาเบาะพับเพื่อหลับกาย
เผลอผลอยหลับเพราะว่าฟ้ามืดแมก
คงไม่แปลกค่อยตื่นมาตอนฟ้าสาย
นั่งรถแอร์่แช่เล่นเย็นสบาย
จุดมุ่งหมายยังไกลใจต้องเย็น
เช้าแวะกินติ่มซำสำราญท้อง
ล้วนเป็นของนำเข้าที่เราเห็น
ถึงเป็นของเมืองจีนก็กินเป็น
ลูกชิ้นเอ็นไก่ปูอัดที่จัดมา
ข้าวต้มปลารสหอมหวนชวนให้หิว
เหยาะซีอิ้วอย่างฝรั่งนั่งวางท่า
แล้วปิดท้ายปาท่องโก๋กับน้ำชา
ดูหรูหราเช้านี้ที่เมือง"ตรัง"
ถึง"ปะเหลียน"รถวิ่งผ่านไม่นานนัก
จุดหมายหลักก็ถึงไวเหมือนใจหวัง
เมือง"สตูล"ดูสะอาด-สงบจัง
สมญาดังที่ลือชื่อเขาลือชา
คำ"สตูล"มีที่มาภาษาปาก
พูดเพี้ยนจาก"สะโตย"แท้คำแปลว่า
คือ"กระท้อน"ผลไม้ข้างชายคา
แต่นั้นมาจึงเรียกขานจนนานนม
ถึงท่าเรือ"ปากบารา"ริมวารี
อากาศดีฟ้าอำนวยดูสวยสม
ทั้งคลื่นราบเรียบแท้และแดดลม
มาล้อมห่มเหมือนผ้าพื้นผืนเดียวกัน
ลงเรือโคลงคลื่นคลอ-คล้อข้างกราบ
เสียงซ่าซาบน้ำไหลใบพัดหัน
กว้างสุดหูสุดตา"อันดามัน"
ดุจสวรรค์ที่วางกลางวารี
โบราณท่านเตือนไว้ว่าเป็นภาษิต
จะทำกิจอย่าประมาทอาจถึงที่
"คืบทะเล ศอก-วาก็ชลธี"
คิดให้ดีก่อนผิดย้ำให้ช้ำใจ
เรือระรี่เร็วร่าเริงฝ่าน้ำ
ไร้คนจ้ำร้างคนพายไม่หวั่นไหว
เพราะติดเครื่อง"เทอร์โบ"โก้เหนือใคร
วิ่งว่องไวเหมือนลมกล้าสลาตัน
พอเรือโคลงคลื่นเคียงเอียงซ้าย-ขวา
โอ้อุราป่วนเป๋เหมือนเหหัน
ต้องพึ่งยาดมถูไถไพล-น้ำมัน
เพราะตัวฉันเหมือนลมเบาคน"เมาเรือ"
"หาดทรายขาวเกาะราวี"ที่พักเที่ยง
พร้อมเสบียงจัดไว้คอยอร่อยเหลือ
แดดก็สาดทรายก็สวยช่วยจุนเจือ
มิคิดเบื่อเพราะยอมรับ-ประทับใจ
มาถึงเกาะราวีมีเรื่องแปลก
ของแต่แรกโบราณนานสมัย
"ไม้เท้าตาฤาษี"มีฤทธิไกร
เสกมนต์ได้ตามคาถาที่ว่าเอา
ลาเกาะงาม"ราวี"ที่ตรึงจิต
กระชั้นชิดเรื่องเวลาพาใจเศร้า
จึงขอพรเทพเทวารักษาเรา
ภัยร้ายเข้าอย่าหาญกล้ามา"ราวี"
"หาดหินงาม"งามหินหาดดูดาษดื่น
ดำเลื่อมลื่นดูระยับสลับสี
ดูดำเด่นเป็นสง่าแปลกตาดี
เพราะหาดมีแต่หินซ้อนก้อนเรียงกัน
สิบสองชั้นหลั่นลดวางอย่างใจคิด
แล้วตั้งจิตอธิษฐานบนบานสวรรค์
เมื่อบังเกิดผลพิพัฒน์อัศจรรย์
ในสามวันต้องแน่วแน่มาแก้บน
แม้นผู้ใดเก็บหินพรากไปจากที่
ล้วนแต่มีความวิบัติแสนขัดสน
ต้องนำหินมาคืนกลับผืนชล
คำสาปดลจึงถอนถ่ายมลายลง
หินเล็กใหญ่หินห้อยหินลอยหาด
นั่นหินขาดหินแหกหินแตกผง
หินดำข้างหินแดงแฝงหินตรง
หินแหว่งวงหว่างแหวกกระแทกทราย
หินเขียวคล้ำตะไคร่มาไคล้เกาะ
ดูจำเพาะขนหินเห็นเป็นเส้นสาย
หินเลื่อมลื่นหากเหยียบพลั้งระวังกาย
อาจถึง"ตายคาหิน"สิ้นชีวา
ออกจาก"หาดหินงาม"ยามบ่ายสอง
นาวาล่องลอยไปดังใจว่า
ถึง"หลีเป๊ะ"หาดสวรรค์ในทันตา
จึงเทียบท่าข้ึนฝั่งมานั่งชม
เห็นฝรั่งบนหาดร้อนนอนอาบแดด
เสื้อสีแสดบ้างก็ใส่ข้างในส้ม
บางคนก็โชว์หรานุ่งผ้าลม
ไม่มีห่มสักผืนเดียว อุ๊ย! เสียวจัง
คำ "หลีเป๊ะ"มีที่มาภาษาถิ่น
เมื่อได้ยินชาวเลเร่หาฝั่ง
มองเห็นเกาะราบพื้นยืนบดบัง
เป็นชื่อตั้งแปลว่า"บาง"ราบอย่างเดียว
เพราะเวลามีไม่มากจาก"หลีเป๊ะ"
เรือจึงเตะลำถีบรีบขับเขี่ยว
ถึง"เกาะไข่"อย่างเร็วร่าหน้าซีดเซียว
เพราะเราเที่ยวทั้งวันเช้ายันเย็น
คือสถานศักดิ์สิทธิ์สถิตย์รัก
ให้ประจักษ์ดังว่าฟ้ารู้เห็น
จับมือลอดช่องหินไปอย่างใจเย็น
ซึ่งก็เป็นตำนานผ่านเรื่องราว
ว่า "...ประตูหินโค้ง...ตะรุเตา สตูล
จุดเพิ่มพูน ตำนาน รักหนุ่มสาว
แดนประเดิมเสริมรักให้ยืนยาว
สองเราก้าวสู่ประตู...รักนิรันดร์"
แม้ผู้ใดไร้คู่อยู่เปลี่ยวเปล่า
ให้ลอดเข้าจะเจอคู่ตุนาหงัน
พานพบ"เนื้อคู่งาม"ในสามวัน
ที่สวรรค์ส่งมาอยู่เป็นคู่ตัว
พอแดดร่มลมเย็นจึงเห็นฝั่ง
กลับมายัง"ปากบารา"ฟ้าสลัว
ลา "สตูล"โอกาสหน้าค่อยมาทัวร์
ใจเต้นรัวถึงคราต้องลากัน
ขอบคุณ "คุณจูนทัวร์"หัวเรือใหญ่
มิตรละไมเคียงข้างบนทางฝัน
ตลอดทางเฮฮาสารพัน
ยามจากกันสัญญาใจไม่ลืมเลือน
อีกขอบคุณ"ลูกทัวร์"ครอบครัวนี้
ทั้งน้องพี่สุขร่วมใจหาใดเหมือน
จึงเขียนรักเป็นอักษรวอนย้ำเตือน
อย่าแชเชือนรักกันเถิดเกิดสุขเอย ๚ะ๛

****************************************************************************