ผู้เขียน หัวข้อ: #"พิษรักพิษณุโลก" เพลงที่แต่งบนรถบัสของพ่อตา "เทพ โพธิ์งาม" พร้อมประวัติ  (อ่าน 2694 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ โนบุนากะ

  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 10684
  • -Receive: 36648
  • กระทู้: 10113
  • เพศ: ชาย
  • ผู้ยิ่งใหญ่แห่งคันโต
<a href="http://medsai.net/webboard/song/Pidrakpidsanuloke-Seenum.swf" target="_blank" class="new_win">http://medsai.net/webboard/song/Pidrakpidsanuloke-Seenum.swf</a>


พิษรักพิษณุโลก

     พี่จอดแพคอย แม่สาวน้อยนัยน์ตาสีโศก ริมฝั่งน้ำเมืองพิษณุโลก โชคไม่ช่วย คนสวยไม่มา ฝนตกพรำๆ หนาวไอน้ำจากเหนือไหลบ่า แอบอิงซบผักตบชวา เสียงขลุ่ยพลิ้วมาจากลำน้ำยม

     สวรรค์คงสาป บาปคงซ้ำ เคราะห์กรรมของพี่ พี่คอยน้องจนถึงตีสี่ ไม่เห็นมีสาวนัยน์ตาคม ฝนตกจนซา เจ้าไม่มาช้ำเหลือจะข่ม น้ำตาข้าหลั่งลงวังน้ำยม หนาวฝนหนาวลม ใต้ร่มทองกวาว

     ชะแง้เก้อ ชะเง้อคอย ชม้อยมอง โอ้น้อง คิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า โอ้ละเน้อ ไม่เจอแม้แต่เพียงเงา ไม่อยากจะแบก รักเรา กลับไปให้เขา นินทา

     หลวงพ่อช่วยที เถิดพ่อศรีพุทธชินราช ช่วยดลใจเป็นใยสวาท ส่งเนื้อเย็นมาเป็นขวัญตา หนาวเหน็บเจ็บใจ ขืนรอไปรักไม่คอยท่า
อยากกู่ร้องให้ก้องโลกา ให้เขารู้ว่า แก้วตาหลอกลวง

....ดนตรี.....

     หลวงพ่อช่วยที เถิดพ่อศรีพุทธชินราช ช่วยดลใจเป็นใยสวาท ส่งเนื้อเย็นมาเป็นขวัญตา หนาวเหน็บเจ็บใจ ขืนรอไปรักไม่คอยท่า
อยากกู่ร้องให้ก้องโลกา ให้เขารู้ว่า แก้วตาหลอกลวง




          เพลงที่ท่านได้ยินอยู่ในเวลานี้ เป็นเพลงที่ถูกเขียนขึ้นบนรถบัสที่ขนนักร้อง นักดนตรีระหว่างที่กำลังเดินสาย และกำลังจะวิ่งกลับกรุงเทพฯ  ขณะที่รถจอดอยู่ริมลำน้ำในพิษณุโลก เขามองไปที่ลำน้ำ ซึ่งเวลานั้นฝนก็กำลังตกพรำๆ อยู่พอดี สายตาของพลันเหลือบไปเห็นผักตบชวาลอยไปตามสายน้ำ

          จินตนาการจึงก่อเกิด เขามองหาสิ่งที่พอจะบันทึกมันไว้ได้ เหลียวซ้ายแลขวาก็ไม่อาจหาอะไรมาขีดเขียนได้่เลย เห็นก็แต่หนังสือพิมพ์ จึงคว้ามันมาขีดเขียนไปตามขอบหนังสือที่เป็นพื้นที่ว่างเปล่า

         นั่นคือที่มาของเพลง "พิษรักพิษณุโลก" ที่ขับร้องโดย สีหนุ่ม เชิญยิ้ม (คนแรก), สันติ ดวงสว่างและหนู มิเตอร์ นำมาร้อง



         และเขาคนนั้นก็คือ อุดม ชวนชื่น หรือ อุดม ทรงแสง ซึ่งเป็นพ่อตาของเพื่อนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันของ เทพ โพธิ์งาม เป็นชาวบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ครอบครัวมีอาชีพเป็นลิเก จึงถูกดึงเข้าสู่ธุรกิจและศิลปะแขนงนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

         อุดม ชวนชื่น ยังเล่าอีกว่า แต่งมาจนถึงท่อนนี้ก็ติดขัด นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ว่าจะต่อด้วยอะไรดี

         "ฝนตกพรำๆ หนาวไอน้ำจากเหนือไหลบ่า แอบอิงซบผักตบชวา..."

         นึกไปนึกมาตัวเองเป็นนักดนตรี และก็เป่าขลุยเป็นนี่นา ก็เลยได้เนื้อวรรคต่อมาว่า.. "เสียงขลุ่ยพลิ้วมาจากลำน้ำยม..."

         เพลงๆ นี้เดิมที่ตั้งใจจะให้ จิ้ม ชวนชื่น ซึ่งเป็นลูกชายร้อง ทว่าในตอนนั้น จิ้มซึ่งเริ่มเป็นหนุ่มก็เริ่มเสียงแตกซะแล้ว หวยจึงไปออกที่ สีหนุ่ม เชิญยิ้ม

         อุดม ชวนชื่น ชอบเรื่องดนตรี จึงสามารถเล่นเครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดงลิเกได้ทุกชิ้น แต่ใจจริงเขาอยากเป็นนักดนตรีสากลมากกว่า เพราะเห็นว่าเท่ดี เขาจึงไม่ค่อยชอบเมื่อต้องถูกนำมาหัดร้องรำลิเก และก็มักจะหลบหนีการฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำ

         แต่ดวงของเขาผูกพันกับเรื่องลิเกอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้ในที่สุดก็ต้องจับพลัดจับผลูเข้ามารับบทเป็นพระเอกลิเกจนได้ เมื่อพระเอกลิเกในคณะขาดเขาจึงถูกนำตัวขึ้นรับบทพระเอกแทนอย่างกะทันหัน แต่ด้วยไหวพริบ การรู้จังหวะดนตรี และปฏิภาณที่มีอยู่เหลือล้น ก็ทำให้เขาสามารถแสดงจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หลังจากนั้นจึงได้เร่งหัดลิเกอย่างเป็นกิจจะลักษณะ โดยลิเกคณะแรกที่อุดม ชวนชื่น รับบทเป็นพระเอก ก็คือคณะศิลป์ส่งเสริม

         อุดม ชวนชื่น ในคราบของพระเอกลิเก ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ต่อมา เขาก็แยกมาตั้งคณะลิเกอุดมศิลป์ และเมื่อมีรายการวิทยุ เขาก็แสดงลิเกออกวิทยุในนาม คณะอุดม - แววดาว ซึ่งเป็นน้องสาว และก็ประสบความสำเร็จอย่างมากที่จันทบุรี หลังจากที่แสดงไปได้แค่ 7 วัน

         นอกจากนั้น อุดม ชวนชื่น ก็ยังเป็นผู้ที่นำเอาดนตรีสากลมาเล่นร่วมกับลิเกด้วย เนื่องจากเป็นคนชอบดนตรีสากลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาจึงหัดเป่าแซ็กโซโฟนด้วยตัวเอง เมื่อพอเล่นได้ เขาก็หาวิธีการดึงผู้ชมให้เข้ามาดูลิเก ด้วยการเล่นดนตรีสากลในช่วงหัวค่ำเพื่อเรียกคน คณะลิเกของเขาจึงมีทั้งแอ็คคอร์เดี้ยน กีต้าร์ เบสและกลองชุด ไปๆมาๆ เครื่องดนตรีเหล่านี้ก็ถูกนำไปเล่นรวมกับเครื่องดนตรีลิเก

         อุดม ชวนชื่น รับบทเป็นพระเอกอย่างยืนยงจนอายุมาก และหลังจากที่ได้ยินคนดูบ่นให้ฟังเรื่องอายุมาก เขาก็ตัดสินใจรามือจากการเป็นพระเอกลิเก และเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทันที จากนั้นก็ได้ไปสมัครเป็นนักดนตรีตามวงดนตรีลูกทุ่งต่างๆ แต่ปรากฏว่าไม่มีที่ไหนรับ เพราะไม่รู้โน๊ต เขาจึงต้องใช้เวลาในการเรียนโน๊ตด้วยตัวเองจากการซื้อตำรามาอ่านอยู่ 2 ปี ก่อนที่จะมาสมัครอยู่วงดนตรีเพลิน พรหมแดน

         เขาเป็นนักดนตรีอยู่นาน 7 - 8 ปี ต่อมาเมื่อตลกคาเฟ่เริ่มเป็นที่นิยม เทพ โพธิ์งาม และ เพชร ดาราฉาย ต่างก็ได้ออกจากวงเพื่อไปเล่นคาเฟ่ เพลิน พรหมแดน จึงขอให้อุดม ชวนชื่น ลองไปแสดงตลกที่หน้าเวทีดู ปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะทำเอาหัวหน้าวงที่แอบดูอยู่ ถึงกับขำกลิ้งอยู่หลังเวที นับตั้งแต่วันนั้น อุดม ชวนชื่น จึงรามือจากการเป็นนักดนตรี และหันมาเล่นตลกอย่างเดียว โดยได้ค่าตัวถึงคืนละ 500 บาท เขาเล่นตลกอยู่ราว 1 ปี


         ต่อมาเมื่อมีโอกาส อุดม ชวนชื่น ก็หาโอกาสนำ จิ้ม ชวนชื่น ลูกชาย ซึ่งก็เล่นลิเกอยู่ มาร่วม วงเพลิน พรหมแดน ด้วย โดยเริ่มจากการเป็นตลก ได้ค่าตัว 150 บาท และต่อมา เพลิน พรหมแดน ก็เพิ่มค่าตัวให้เป็น 300 บาท เหตุเพราะร้องเพลงเพราะ

         ต่อมา จิ้ม ชวนชื่น ได้เป็นลูกคู่ของ เพลิน พรหมแดน แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน วงเพลิน พรหมแดน ก็ยุบวง อุดม ชวนชื่น ที่ตกงาน ก็จึงหยิบเครื่องดนตรีไปสมัครเป็นนักดนตรี วงสายัณห์ สัญญา แต่ก็ถูกปฏิเสธ เหตุเพราะว่าอายุมาก

         เขาเคยไปสมัครอยู่กับ วงสังข์ทอง สีใส ที่ให้ค่าตัวคืนละ 200 บาท แต่ไม่เคยได้ขึ้นเล่นดนตรี อุดม ชวนชื่น จึงรู้สึกเกรงใจ จึงหลบออกมา ต่อมาเขามาสมัครอยู่กับ วงหงษ์ทอง ดาวอุดร แต่อยู่ได้ไม่นาน ก็รวบรวมสมัครพรรคพวก และลูกชายคือ จิ้ม ชวนชื่น ตั้งคณะตลกชื่อ ชวนชม

         แต่อยู่ได้ไม่นานก็แตกคอกัน เลยแยกตัวออกมา และไปขอให้หลวงพ่อวัดเชิงหวาย ตั้งชื่อคณะตลกให้ ซึ่งหลวงพ่อก็เอาชื่อศาลาวัด ที่ชื่อ ศาลาชวนชื่น มาตั้งเป็นชื่อคณะตลก ที่ต่อมาก็ได้กลายมาเป็นตำนานตลกครอบครัวที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทย โดยสมาชิกในวงล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานของ อุดม ชวนชื่น ที่มีเอกลักษณ์ของเอกบุรุษด้วยการมีภรรยาหลายคน

         สำหรับเรื่องการแต่งเพลงนั้น อุดม ชวนชื่น ได้รับคำแนะนำมาจาก พร ภิรมย์ ในช่วงที่ไปเล่นลิเกด้วยกันนาน 2 ปี และสนิทสนมกันเป็นอย่างดี โดย พร ภิรมย์ แนะนำให้ อุดม ชวนชื่น อ่านกลอนพระอภัยมณี ของสุนทรภู่ จนเข้าใจในสัมผัสนอกสัมผัสใน ที่เป็นหัวใจของการแต่งเพลง เป็นอย่างดี

         นักร้องคนแรกที่ได้ร้องเพลงของ อุดม ชวนชื่น ก็คือ คัมภีร์ แสงทอง นอกจากนั้น เขาก็ยังแต่งเพลงให้ ยอดรัก สลักใจ, เอกชัย ศรีวิชัย และคนอื่น ๆ อีกหลายคน แต่ไม่มีเพลงไหน ประสบความสำเร็จมากเท่ากับ "พิษรักพิษณุโลก" เลย

         เพลงนี้เป็นเพลงเดียวที่ทำให้เขาได้รับเงินจากการแต่งเพลง โดยเขาได้เงินมา 2 หมื่นบาท เมื่อมีการนำเพลงไปใช้ประกอบภาพยนตร์  เรื่อง "คนปีมะ" ของ โน๊ต เชิญยิ้ม
"หากจะรัก ต้องลืมคำว่า เสียใจ"
Love means never having to say you’re sorry.

ออฟไลน์ ชิน เขลางค์

  • Uploader
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 17
  • เพศ: ชาย
เป็นข้อมูลที่ดีมากเลยครับ ทำให้ทราบรายละเอียดได้เป็นอย่างดี ขอบคุณครับท่านโน.... :4262:

ออฟไลน์ โชคนรา

  • Uploader
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 70
  • กระทู้: 66
  • เพศ: ชาย
  • รักเพลงลูกทุ่งไทย เพราะนั่นคือความเป็นคนไทย
ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลดี ๆ อย่างนี้ ทำให้ผมรู้ที่มาที่ไปของเพลง พิษรักพิษณุโลก ครูเพลงเก่งครับอยู่ในสถานที่ใดๆ ขอเพียงมีข้อมูลนิดหน่อยก็สามารถแต่งเพลงได้แล้ว ยอดเยี่ยมจริง ๆ

ออฟไลน์ เฒ่าแก่

  • เหยียบหิมะไร้รอย
  • ***
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 3
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
ดีจังเลยครับ

ปกติผมไม่ค่อยอ่านตัวอักษร ข้อความยาวๆเท่าไหร่ครับ

ให้ข็อมูลเพิ่มเติมในเรื่องเกี่ยวกับเมืองพิษณุโลกนะครับ

คนพิษณุโลก จะไม่เรียกตัวเองว่าเป็นคนพิษณุโลกนะครับ

แต่จะเรียกตัวเองว่าเป็นคน......พิดโลก.....ไม่ใช่พิษโลกนะครับ

มีลำน้ำสายหลัก 2 สายคือลำน้ำน่านแฃะลำน้ำยมครับ

ลำน้ำน่านจะไหลผ่านกลางเมืองพิดโลก ผ่านหน้าวัดหลวงพ่อพุทธชินราช

ซึ่งบางคนอุตริเรียกว่าหลวงพ่อใหญ่ คนพิดโลกขนานแท้เรียกหลวงพ่อพุทธชินราชครับ

ในความรู้สึกทั่วไป ถ้าถามว่าแม่น้ำอะไรไหลผ่านเมืองพิดโลกก็จะบอกทันทีว่าแม่น้ำน่าน

ไม่ใช่แม่น้ำยม ซึ่งจะไหลผ่านทางตอนใต้ของเมืองพิดโลก คือไหลผ่านอำเภอบางระกำ

ตามเนื้อเพลง ก็จะเข้าใจว่าน่าจะเป็นคนบางระกำเลยหละครับ

แม่น้ำยมนี่เวลาหน้าน้ำนะครับ ท่วม กับท่วม แล้วก็ท่วมครับ

ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย  แต่ถ้าหน้าแล้งก็เดินข้ามลำน้ำได้สบาย เพราะจะแห้งขอดเลยครับ



<a href="http://imgboot.com/images/DJRANGUBON/medsaidjrangv2.swf" target="_blank" class="new_win">http://imgboot.com/images/DJRANGUBON/medsaidjrangv2.swf</a>

ออฟไลน์ ชายทุ่ง

  • ไร้เทียมทาน
  • **
  • Thank You
  • -Given: 138
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 138
 :n111: ป๋าดม เก่งนะครับ แต่งเพลงได้หวานซึ่ง ประกอบกับสีหนุ่ม เชิญยิ้มได้ขับกล่อม จึงขอขอบคุณสำหรับข้อมูลจากพี่ โนบุนากะ

ออฟไลน์ Carboy

  • เม็ดทราย
  • *
  • Thank You
  • -Given: 179
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 51
ข้อมูลดีๆ เพลงไพเราะเหลือเกิน เพื่อไว้อาลัยแก่ อุดม ชวนชื่น  ขอบคุณมากครับ