ผู้เขียน หัวข้อ: ♠ เรื่องชวนพิศวง ♠ แวมไพร์แห่งเมืองเบลเดนบอโร ♠  (อ่าน 357 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ PoseidoN

  • ♣ ♦ ♥ ♠ ♠ ♥ ♦ ♣
  • Uploader
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 424
  • -Receive: 1761
  • กระทู้: 1807
  • ☆★ Not a Big Deal ★☆
The Vampire of Bladenboro
แวมไพร์แห่งเมืองเบลเดนบอโร




<a href="http://www.youtube.com/watch?v=xa_QZQXGKi4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=xa_QZQXGKi4</a>




ในวันที่ 6 ม.ค. 1954 ใน North Carolina หนังสือพิมพ์โรบโซเนียนได้ตีพิมพ์หัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า “แวมไพร์จู่โจมผู้หญิง” ทางกรมตำรวจออกมาแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังลูกหลาน เพราะว่าสัตว์ร้ายตนนั้นยังคงตระเวนอยู่ในพื้นที่

แม้ว่าจะมีพยานผู้พบเห็นได้ออกมาอธิบายว่า เป็นสัตว์รูปร่างดูเหมือนเสือดำ แต่บ้างก็บอกว่ามันดูเหมือนหมีที่มีขนเงามันขลับมากกว่า และที่ยิ่งน่าฉงนขึ้นอีก ร่องรอยของเจ้าสัตว์ร้ายดูคล้ายของสัตว์ประเภทสุนัขมากกว่าสัตว์ในตระกูลแมว

และเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวสุดๆ ที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เจ้าสิ่งมีชีวิตนั้นจะดูดเลือดจากเหยื่อของมัน ทำให้มันกลายเป็นตำนานแวมไพร์ของผู้คนในเมือง เหยื่อส่วนใหญ่ที่มันชื่นชอบเป็นเหล่าสุนัข แต่อย่างไรก็ตามมีกรณีหนึ่งที่มีข่าวออกมาว่า สัตว์ตัวนั้นออกมาจู่คนผู้คนบ้างบางครั้ง เหยื่อเคราะห์ร้ายคนนั้นคือ นางคินลอว์ (Kinlaw) แต่ก็ยังโชคดีที่เธอไม่ได้รับอันตรายใดๆ เธอบอกว่าเจ้าสัตว์พยายามจะเข้ามาจู่โจมและทำร้าย และสุนัขของเธอได้ขัดขวางไว้ได้



เธอยังกล่าวอีกว่า หลังจากที่ได้เห็นเจ้าสัตว์ร้ายนั้น สามีของเธอพยายามขับไล่ไป แต่มันวิ่งวนไปรอบๆ และมุ่งตรงไปยังรถของเธอ นางคินลอร์จึงจะได้ตะโกนกรีดร้อง ทำให้สัตว์ร้ายตัวนั้นหยุดชะงักทั้ง 4 ขา หันหลังวิ่งหนีหายไปในความมืด

เหยื่อรายหนึ่งที่สุนัขของเขาถูกฆ่าอย่างโชคร้าย ชื่อว่า จอห์นนี่ ฟอซ (Johnny Vause) บอกว่า สุนัขของเขาได้ต่อสู้กับอะไรบางอย่าง เขาเห็นเลือดจำนวนมากตรงบริเวณลานหน้าบ้าน และบริเวณบ่อน้ำ เจ้าสิ่งนั้นมันฆ่าสุนัขของเขาไปตัวหนึ่งตอนเวลาประมาณสี่ทุ่มครึ่ง และปล่อยให้นอนกองอยู่กับพื้น พี่ของจอห์นนี่เข้าไปเอาผ้ามาคลุมสุนัขเอาไว้ แต่เจ้าสิ่งนั้นกลับย้อนกลับมาแล้วลากเอาสุนัขของเขาไป จากนั้นก็ไม่มีใครเห็นสุนัขนั้นอีกเลย และในช่วงเวลาประมาณตีหนึ่ง สิ่งนั้นก็ย้อนกลับมาฆ่าสุนัขของเขาที่เหลือ เขาพบซากศพสุนัขในอีก 3 วันถัดมา ตรงบริเวณด้านบนของหัวสุนัขถูกฉีกกระชากออก ร่างกายถูกบดละเอียด และชุ่มไปด้วยเลือดเหมือนกันว่าสุนัขถูกบดขยี้ในปากของเจ้าสิ่งนั้น ส่วนสุนัขตัวอื่นๆ พบว่าขากรรไกรล่างถูกฉีกออกมา

หลังจากนั้นเรื่องการฆ่าอันโหดร้ายยังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็พบว่าอีกด้านหนึ่งเป็นเหล่าหมูตัวโตเต็มวัยหลายตัวถูกฉีกกะโหลกและขาออกอย่างโหดเหี้ยม สัตว์เลี้ยงในฟาร์มหลายๆ ตัวถูกพบเป็นศพมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าแต่ศีรษะของศพแต่ละศพหายไป เรื่องราวเหล่านี้ยิ่งทำให้ผู้คนหวาดกลัวมากขึ้นและรู้สึกว่าเมืองที่อาศัยอยู่ไม่มีความปลอดภัย เด็กๆ ถูกห้ามไม่ให้ไปโรงเรียน แทบจะไม่มีผู้คนออกมาเดินตามถนนหลังพระอาทิตย์ตก เพราะเกรงกลัวเจ้าสัตว์ร้ายจะเข้ามาจู่โจม

มีพยานคนหนึ่งที่ไม่ขอออกนาม ได้ออกมาให้ปากคำว่า เขามีสุนัข 2 ตัว ตัวหนึ่งชื่อ นิกกี้ ขนาดเล็ก สีดำ ส่วนอีกตัวขนาดใหญ่กว่า มีสีน้ำตาล ชื่อ พีวี่ เขาและภรรยากำลังนั่งในห้องนั่งเล่น และได้ยินเสียงสุนัขของเขาร้องเสียงโหยหวน เขาจึงเปิดไปหน้าบ้าน และภรรยาไปเปิดไฟหลังบ้าน เขามองไปรอบๆ และสังเกตเห็นสิ่งๆ หนึ่ง ซึ่งทำให้เขาแปลกใจเป็นอย่างมาก สิ่งนั้นสูงประมาณ 20 นิ้ว มีหางยาวราวๆ 14 นิ้ว ทั้งตัวมีสีดำเข้ม มีใบหน้าเหมือนแมวมากๆ เพียงแต่เขารู้ว่าไม่เคยพบเจอแมวที่ไหนที่มีขนาดใหญ่เท่านี้มาก่อน สิ่งนั้นค่อยเดินๆ ย่องๆ เคลื่อนที่เข้ามาหาเจ้านิกกี้และเจ้าพีวี่อย่างแนบเนียน เขาจึงตัดสินใจกระโดดเข้าหาพร้อมปืนลูกซองที่พร้อมยิง แต่เจ้าสิ่งนั้นกลับวิ่งหนีหายเข้าไปในความมืด ซึ่งเขาไม่สามารถหาเจออีกเลย



เมื่อชาวเมืองเบลเดนบอโรถึงจุดผวาสุดขีด ในวันที่ 5 ม.ค. 1954 ชาวเมืองกว่า 500 คน พร้อมด้วยอาวุธครบมือ ต่างระดมออกตามล่าไปตามผืนป่า และหนองน้ำ หรือบางพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าเป็นพื้นที่มืดสลัวๆ ต่อมาในวันที่ 6 จำนวนผู้คนที่ตรวจตราเพิ่มขึ้นเป็น 800 คน และมีจำนวนมากกว่า 1000 คน ภายใน 24 ชั่วโมงต่อมา

ในระหว่างนั้นก็มีรายงานพบเห็นแมวป่าถูกยิงเสียชีวิตบ้าง มีรายงานพบเห็นเสือดาวถูกรถชนบ้าง แต่เหมือนว่าปริศนาจะยังคงไม่คลี่คลาย เพราะการโจมตียังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางคนจึงให้ความเห็นว่าเจ้าสัตว์ร้ายนั้นอาจจะไม่ได้มีเพียงตัวเดียว อาจจะมีจำนวนมากเป็นฝูงก็เป็นได้

แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไรก็ตาม ปัญหานี้ก็ยังไม่สามารถถูกแก้ไข ให้สถานการณ์ของชาวเมืองเบลเดนบอโรกลับมาสงบสุขได้ แต่เมื่อถึงช่วงกลางเดือนมกราคม เหตุการณ์ต่างๆ ดูเหมือนจะดีขึ้น การฆ่าอันโหดเหี้ยมยุติลง ทุกคนต่างโล่งอก และสบายใจมากขึ้น จึงทำให้เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็นตำนานที่สำคัญของคนที่อาศัยในเมืองแห่งนี้



...แล้วคุณหล่ะ คิดว่าเจ้าสัตว์ร้ายสิ่งนั้นยังคงมีชีวิตอยู่บนโลกแห่งนี้หรือไม่!?



Translator: PoseidoN