ผู้เขียน หัวข้อ: ♠ เรื่องชวนพิศวง ♠ บ่อน้ำแห่งความเยาว์วัยจากไส้เดือน ♠  (อ่าน 248 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ PoseidoN

  • ♣ ♦ ♥ ♠ ♠ ♥ ♦ ♣
  • Uploader
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 424
  • -Receive: 1732
  • กระทู้: 1808
  • ☆★ Not a Big Deal ★☆
The Fountain of Youth May Be Filled With Worms
บ่อน้ำแห่งความเยาว์วัยจากไส้เดือน







พอนซ์ เดอ ลีออง (Ponce de León) เคยคิดไว้ว่าบ่อน้ำแห่งความเยาว์วัยที่เป็นสิ่งวิเศษหายากนั้น จะทำให้เราไม่แก่ชราลงโดยการดื่มและอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ แต่บทความต่อไปนี้จะแตกต่างออกไป เพราะความลับสู่ความมีอายุยืนยาวอาจจะถูกค้นพบได้จากการศึกษาไส้เดือน

มีการศึกษาค้นคว้าไม่นานมานี้ สามารถแสดงให้เห็นว่าหนอน และไส้เดือน ได้กุมกุญแจสำคัญที่โยงไปสู่บ่อน้ำแห่งความเยาว์วัยและอายุยืน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จาเวียร์ แอปเฟลด์ (Javier Apfeld) จากสถาบันวิทยาศาสตร์ประยุกต์ในมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสทิร์น (Northwestern University) ได้ทดลองปรับเปลี่ยนยีนส์ของไส้เดือนและสภาพแวดล้อมรอบข้าง ในการพยายามจะยืดอายุขัยของพวกมัน และเพื่อศึกษาดูว่าจะมีข้อจำกัดของการมีอายุยืนยาวหรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้จากการทดลองจะช่วยไขประเด็นการเพิ่มอายุขัยของมนุษย์ได้

เขาได้กล่าวไว้ว่า “อะไรเป็นสิ่งที่ควบคุมระยะเวลาการทำงานของอวัยวะต่างๆ ผมได้ศึกษาหาคำตอบกับคำถามนี้จากเหล่าไส้เดือน ที่นำมาเป็นสื่อการทดลองที่ดีเยี่ยม เพราะว่าพวกมันสามารถมีอายุอยู่ได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ดังนั้นผมสามารถทำการทดลองโดยไม่ต้องใช้เวลานานมาก แถมยังใช้ต้นทุนไม่สูงมากอีกด้วย และแน่นอนว่าไส้เดือนก็ยังคงเป็นไส้เดือน พวกมันไม่ใช่หนู ไม่ใช่มนุษย์ แต่ยีนส์จำนวนหนึ่งที่มีผลต่ออายุขัยของไส้เดือน ก็จะเป็นยีนส์ประเภทเดียวกันที่ส่งผลต่ออายุขัยของอวัยวะของมนุษย์ได้ ฉะนั้นไส้เดือนจึงถูกใช้เป็นแนวทางการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเสื่อมอายุขัยได้”

แอปเฟลด์นั้นมีความสนใจในไส้เดือนเป็นกรณีพิเศษ และใช้เวลาตลอดการทำงานในการวิจัยหากระบวนการหยุดสภาวะการแก่ชรา ในขณะที่เขาเคยได้ยินนักโมเลกุลชีวะวิทยาคนหนึ่งเคยอธิบายไส้เดือนที่มียีนส์พิเศษที่สามารถมีอายุขัยเป็น 2 เท่าของไส้เดือนที่ไม่มียีนส์พิเศษชนิดนี้



ปัจจุบัน การค้นคว้าของแอปเฟลด์ได้ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการออกซิเดชั่น (oxidation) และกระบวนการรีดัคชั่น (reduction) ที่เกี่ยวข้องกับกับแลกเปลี่ยนอิเล็คตรอนระหว่างโมเลกุลของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการชราภาพ การวิจัยนี้ยังศึกษารวมไปถึงโรคต่างๆ มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้นด้วย เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอัลไซเมอร์ และโรคพาคินสัน

เขากล่าวไว้ว่า “ออกซิเดชั่นเป็นกระบวนการสละอิเล็คตรอนออก และรีดัคชั่นเป็นกระบวนการรับอิเล็คตรอนเข้ามาในโมเลกุล” ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของอวัยวะเหล่านี้จะสามารถนำมาเป็นตัวเริ่มต้นการวิจัยได้



ในขณะที่อาจารย์ผู้สอนจากโรงเรียนการแพทย์ท่านหนึ่ง ได้มาร่วมศึกษาค้นคว้า นำเทคโนโลยีฟลูออเรสเซนต์มาวัดผลปฏิกิริยาการเกิดออกซิเดชั่นในเซลล์ของอวัยวะ และค้นพบสารประกอบกลูต้าไธโอน ซึ่งสามารถพบได้ในเนื้อเยื่อของสัตว์และพืชต่างๆ รวมทั้งไส้เดือนและมนุษย์ โดยแทนที่จะทำหน้าที่เป็นตัวต้านกับกะบวนการออกซิเดชั่น มันอาจจะสามารถขยายการทำงาน และควบคุมระบบได้ด้วย การค้นพบนี้สามารถเปลี่ยนอนาคตของการค้นคว้าการเกิดออกซิเดชั่นในโรคที่เกิดในวัยชราได้ มีแนวโน้มที่จะหาหนทางการเยียวยาได้เหมือนกัน โดยการใช้สารต้านออกซิเดชั่น (antioxident supplements)

แอบเฟลด์ยังกล่าวเพิ่มติมอีกว่า “พวกเรากำลังพยายามทำความเข้าใจสาเหตุการชราภาพโดยเชื่อมกระบวนการที่จะควบคุมการเกิดออกซิเดชั่นของโปรตีนในระดับเซลล์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอายุขัยของอวัยวะต่างๆ”

เขากำลังศึกษาสิ่งที่ควบคุมระบบการทำงานของกลูต้าไธโอน และวิธีการเปลี่ยนการทำงานของระบบออกซิเดชั่น เพื่อให้ได้ยาอายุวัฒนะมาใช้ภายในภาคหน้า

นี่คงจะเป็นข่าวดีของมวลมนุษย์ทั้งหลาย และน่าจะเป็นข่าวร้ายต่อห่วงโซ่อาหารของมนุษย์เช่นกัน



...แล้วคุณหล่ะ คิดว่าในอนาคตเราจะมีปัญหาเรื่องประชากรล้นโลกรึเปล่า มันดีจริงๆ ใช่มั้ยที่จะมีอายุซัก 1000 ปี!?



Translator: PoseidoN
Source: http://mysteriousuniverse.org


<a href="http://medsai.net/webboard/song/music_player.swf?soundFile=http://medsai.net/webboard/song/creepy hour_melo.mp3&amp;loop=yes&amp;initialvolume=10&amp;autostart=yes" target="_blank" class="new_win">http://medsai.net/webboard/song/music_player.swf?soundFile=http://medsai.net/webboard/song/creepy hour_melo.mp3&amp;loop=yes&amp;initialvolume=10&amp;autostart=yes</a>