ผู้เขียน หัวข้อ: ความลับของโลก(สามเหลียมเบอร์มิวดา)  (อ่าน 1674 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 289
  • -Receive: 2424
  • กระทู้: 3189
  • เพศ: หญิง
ความลับของโลก(สามเหลียมเบอร์มิวดา)
« เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2011, 05:29:35 PM »

          นี่คือเหตุการณ์ประหลาดเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจริงๆ บนพิภพของเรานี้ ณ บริเวณที่เรียกกันว่า "สามเหลี่ยมปีศาจ เบอร์มิวด้า" (Bermuda Triangle)...ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน เพราะมันเป็นบริเวณดินแดนอาถรรพณ์ อันเป็นที่ร่ำลือกันว่าเต็มไปด้วยความลี้ลับ มันเป็นดินแดนที่กลืนกินชีวิตมนุษย์ และเรือเดินทะเลที่กลืนกินชีวิตมนุษย์ และเรือเดินทะเล เครื่องบินที่โชคร้ายบังเอิญผ่านเข้าไป...ก็อาจหายสาบสูญไปอย่างไม่มีร่องรอยให้เห็นอีกเลย

          เรื่องราวที่จะนำมาเล่าต่อไปนี้ ก้อยังคงเป็นเรื่องที่น่าพิศวงอยู่จนถึงกระทั่งปัจจุบัน เกี่ยวกับเจ้าสามเหลี่ยวเบอมิวด้า บางคนอาจจะรู้จักกันแล้ว สำหรับเจ้าน่านน้ำปริศนาแห่งนี้ สามเหลี่ยมเบอมิวด้าเป็นการบรรจบกัน หรือว่าเป็นการลากเส้นสมมุติ เพื่อกำหนดอาณาบริเวณในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยการลากเส้นจากฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา สู่เกาะเบอร์มิวด้า สู่เกาะเปอร์โตริโก้ แล้วก้อ วกกลับมาที่ฟลอริด้าอีกทีนึง จึงเป็นรูปสามเหลี่ยมได้อย่างพอดิบพอดีแถมทำมุม 60 องศาในแต่ละด้าน เป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าซะด้วยสิไอ้เจ้าสามเหลี่ยมแปลกๆ นี่แหละ ที่ถือว่าเป็นปริศนาแห่งศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว มาจนกระทั่งปัจจุบัน


          สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า บางคนอาจจะเรียกว่า ดินแดนมรณะ เนื่องจากมีผู้คนที่ขับเรือบ้าง ขับเครื่องบินบ้างหลงเข้าไปในอาณาเขตอันกว้างใหญ่นี้ แล้วหายสาปสูญไปอย่าง ไร้สาเหตุ บางคนก็บอกว่าสาเหตุมาจากเจ้ามนุษย์ต่างดาว ไม่ก็มนุษย์ที่อาศัยอยู่ใต้มหาสมุทรบริเวณนั้น บ้างก็บอกว่า มาจากบรรดาวิญญาญ เหล่าปีศาจหรือว่าสัตว์ลึกลับ ก็ว่ากันไป ปัจจุบันก็ยังเป็นประเด็นที่ยังถกเถียงกันอยู่อย่างไม่รู้จบ สว่าจะมีเงื่อนงำบ้างมั้ย.. สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเงื่อนงำเกินกว่าปัญญาของมนุษย์จะแก้ได้ 

          ทางนักวิชาการก็มีการเสนอทฤษฎีต่างๆ นานา บ้างก้อว่าเกิดจากความผิดปกติของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า บ้างก็ว่าเกิดจากอำนาจของสิ่งบินลึกลับ หรือที่เราเรียกกันว่า UFO จนคล่องปาก เป็นเวลานานมาก ที่เจ้าดินแดนปริศนาแห่งนี้ ลือกันไปจนทั่วโลก ในฐานะของดินแดนมรณะที่ดูดกลืนชีวิต และทรัพย์สินของผู้ที่สัญจรผ่านไปในบริเวณนั้น

          ตามสภาพภูมิศาสตร์ทางที่ตั้งบริเวณนี้เป็นบริเวณที่แปรปรวนมาก เพราะมีทั้งกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นไหลมาผสมปนเปกัน จนบางทีก็เกิดสภาพอากาศแบบแปรปรวนกะทันหัน นี่แหละคือตัวอันตรายที่จะไม่สามารถพยากรณ์อากาศล่วงหน้าได้เลย นอกจากนี้ สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ายังจัดเป็นเขตอันตราย ที่มักปรากฎคลื่นขนาดยักษ์ที่เคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว และรุนแรง อะไรที่ขวางหน้า กวาดไปเรียบน่ะ ไม่มีเหลือซาก

          คลื่นบางลูกก็ทำให้เกิดสะดือทะเล คือผืนน้ำจะเปิดเป็นช่อง หมุนเป็นเกลียวดูดกลืนทุกอย่างเข้าสู่วังวน เรือที่หมุนเข้าไปก็จะพลิกคว่ำและอับปางได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่สาเหตุที่กล่าวมาก็ยังไม่ดึงดูดใจนักลึกลับศาสตร์แม้แต่น้อย

          อีกทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจ ที่มินคิดว่ามีคนสนใจสนับสนุนน้อยก็คือ มีสิ่งมีชีวิตบางประเภทที่อยู่นอกสารบบของวงการชีววิทยาปัจจุบัน เพราะว่ามีข่าวลือมากมายจริงๆ เกี่ยวกับการค้นพบเจ้าปลาหมึกยักษ์ยาวหลายร้อยฟุต จนไปถึงงูยักษ์ หรือว่าเจ้าพวกมังกรทะเล ซึ่งแต่ละปีมีการรายงานสัตว์ตัวยักษ์จำนวนมากทีเดียวในบริเวณนี้ แต่ก็อีกนั่นแหละที่เป็นไปไม่ค่อยได้คือเจ้าสัตว์เหล่านี้ จะมีปัญญาไปสยบเครื่องบินที่บินฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องฟ้าได้อย่างไร


          และแล้วเจ้า UFO ก็เข้ามาเกี่ยวข้องอีกจนได้ แต่เค้าก็มีเหตุผลน่าสนับสนุนนะ เขาบอกว่ามีรายงานการพบเห็น UFO บ่อยๆ หรือที่เรียกว่า สิ่งบินลึกลับ จากเรด้าสถานีชายฝั่งที่สามารถจับสัญญาณได้

          มีเหตุการณ์ประหลาดๆ มากมาย พบว่าตั้งแต่ปี ค.ศ.1963-1973 เรือ 60 ลำ และผู้โดยสาร 900 คน สูญหายไปโดยไม่มีการส่งสัญญาณ SOS เลย หรือแม้กระทั่งเครื่องบินที่มีรายงานว่า มีคลื่นแทรกรบกวนระบบมากจนไม่สามารถจับสัญญาณอะไร การติดต่อเสียงขาดๆ จางๆ มีปรากฎการณ์ "หมอกเรืองแสงสีขาว" พื้นน้ำเป็นสีขาว เข็มทิศหมุนติ้ว แล้วก็จางหายไป จึงมีการขนานนามเจ้าสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า นี้ว่า "ทะเลปีศาจ" (Devil sea)