ผู้เขียน หัวข้อ: ~ กาลครั้งหนึ่ง . . .เมื่อ. . . ~  (อ่าน 1135 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ผักหวาน

  • ~ ห้องแห่งความลับของดาวดวงหนึ่ง ~
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 200
  • -Receive: 91
  • กระทู้: 512
  • เพศ: หญิง
  • เราเป็นเพียงต้นหญ้า มิอาจให้ร่มเงาเท่าไม้ใหญ่
~ กาลครั้งหนึ่ง . . .เมื่อ. . . ~
« เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2011, 09:49:09 PM »
กาลครั้งหนึ่ง . . .เมื่อ. . .
 
 คุณต้องมีเพื่อนสนิทและไว้ใจได้มากที่สุด    .... คุณจะนึกถึงใคร เป็นคนแรก ?   

 ฉันน่ะเหรอ อือมม . . . . .   

ขอเป็นเขาตัวนี้ได้มั้ย :333:  (หมายถึงสุนัขน่ะจ้ะ) คงเป็นเพราะเขาคือตัวเดียวที่ยินดีอยู่กับฉันเมื่อเวลาฉันทุกข์และแอบร้องไห้โดยที่ไม่นึกห่วงภาพลักษ์ของตัวเองปล่อยความอึดอัดได้อย่างเต็มที่ละมั้ง เขาจะไม่ปล่อยให้ฉันต้องนั่งน้ำตาไหลคนเดียว  ทุกครั้งที่เขาเห็นเขาจะรีบมาซุกตัวนอนหนุนตักและคลอเคลียเพื่อให้ฉันผ่านช่วงเวลาร้ายๆนั้นไปได้โดยไม่รู้สึกอ้างว้างนัก เขารักฉันและฉันก็รักเขา เพราะเราคือ เพื่อน ที่ดีที่สุดต่อกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้งก็หาความรู้สึกดีๆแบบนี้ไม่ได้จากครอบครัว เพียงเพราะเหตุผลเล็กๆแค่ว่าอยากเก็บบางเรื่องไว้ในห้องแห่งความลับของตัวเองบ้างก็แค่นั้น 

   
กาลครั้งหนึ่ง . . .เมื่อ. . .

 คุณต้องมีความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างเกินคำบรรยาย จนจู่ๆบางครั้งก็นึกอยากร้องไห้ขึ้นมาซะอย่างนั้นๆ เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์อึมครึมแบบนี้  . . . . คุณจะจัดการกับความรู้สึกร้ายๆเช่นนั้นได้อย่างไร?

 
ฉันน่ะเหรอ  อือมมมมม . . . . . .

อันดับแรกต้องบอกก่อนว่าการร้องไห้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายที่สุด เคยลองนึกสังเกตุกันดูมั้ยว่าการร้องไห้นั้นสามารถใช้ได้กับหลายเหตุการณ์ด้วยกันไม่ว่าจะตื่นเต้นลุ้นจนน้ำหูน้ำตาไหลบ้างละ ไม่ว่าจะดีใจสุดๆจนน้ำตาซึมก็มีบ้างละ รึไม่ก็โกรธแค้นจนต้องคร่ำครวญออกมาเสียงดังๆก็บ้างล่ะ แล้วที่สำคัญรู้สึกเศร้ามากเหลือเกินจนจู่ๆก็นึกอยากร้องไห้ขึ้นมาซะดื้อๆอย่างนั้นเองก็บ้างละ  ที่กล่าวมาทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนแล้วแต่มีเหตุและผลในตัวของมัน บางครั้งความรู้สึกอ้างว้างนั้นถ้าเรามองอย่างมีเหตุผล มันก็เป็นทางปลดทุกข์อย่างหนึ่งเหมือนกันนะ ฉันเองบางครั้งเมื่อเวลาที่เหงาๆเศร้าๆและอ้างว้างฉันก็รู้สึกมีความสุขอยู่เหมือนกันนะ เพราะเป็นช่วงที่ฉันจะกอบโกยเอาทุกวินาทีให้อยู่ในความทรงจำให้มากที่สุด เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าเป็นช่วงที่ฉันมีสมาธิในการทำอะไรเพื่อตัวเองมากที่สุดน่ะสิ อย่างเช่น เมื่อเราอ้างว้างเชื่อว่าคงไม่มีใจต้องการพบปะใครๆยกเว้นคนแปลกหน้า จริงมั้ยค่ะ?  หากเป็นอย่างนั้น มันก็คือโอกาสทองในการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ใช่เหรอ? ใช้ช่วงวิกฤษนี้ทำให้เป็นโอกาส ในเมื่อเราอยากเศร้าดีนักเราก็หาอะไรทำให้เรามีความสุขเพียงลำพังมันซะเลย! อย่างตัวฉันก็จะชอบถ่ายรูปไปเรื่อยๆกับทุกๆสถานที่ที่ฉันไป ชอบทำบุญไหว้พระก็ไปมันซะคนเดียวนี่แหล่ะ สบายใจดีออก ได้บุญเยอะกว่าไปหลายคนซะอีก เพราะหลายคนก็หลายความ เดี๋ยวจิตเราก็ไปต่อว่าเมื่อเวลาเขาทำไม่ถูกต้องแทนที่จะได้บุญเต็มร้อยกลับได้มาเพียงครึ่งเท่านั้น อย่างนี้เป็นต้น ในเมื่อมันจะเหงาหรืออ้างว้างทั้งที ก็ต้องทำให้มันคุ้มๆไปเลย  จะเป็นไรไปไหนๆก็ไม่มีอะไรเป็นของๆเราอย่างแท้จริงอยู่แล้วนี่  คิดดูสิ ตอนเราเกิดมา ก็ใช่ว่าจะคาบช้อนทองช้อนเงินหรือมีสิ่งมีค่าติดตัวมารึก็เปล่า แล้วมาลองนึกดูอีกทีตอนที่เราจะจากโลกนี้ไป เราก็ใช่ว่าจะนำสมบัติทั้งหลายแหล่ที่ดิ้นรนหามาตาล้นตาเหลือกติดตัวเราไปด้วยรึก็ไม่ แล้วอย่างนี้ยังจะมีอะไรที่ต้องให้คุณได้เสียอีกล่ะ   คุณว่าจริงมั้ย . ! . ? !

 
และ สุดท้าย !

 
กาลครั้งหนึ่ง . . .เมื่อ. . .

 คุณต้องเดินทางบนถนนชีวิตที่มีแต่อุปสรรคคค..และยังเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองอีกว่า ทำไมมันยาวไกลจัง ! !   . . . . แล้วคุณจะยืนอยู่เพื่อให้ตัวเองมั่นคงและน่าภูมิใจมากที่สุด  อย่างไร?

 
ส่วนฉันน่ะเหรอ  อือมมมมม . . . . . .

ฉันก็เดินไปเรื่อยๆเอาใจของตัวเองวางไปบนปลายเท้าแล้วค่อยๆย่างก้าวขาทีละก้าวอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด หากเราลองฝึกสมาธิในการเดินและทรงตัวได้ดีอย่างไร เชื่อเถ่อะว่าการเดินทางบนชีวิตของคุณก็จะทรงตัวได้ดีอย่างนั้นจะไม่มีสะดุดหลุมของชีวิตและจะไม่มีทางเกิดอุบัติเหตุบนหนทางชีวิตของคุณอย่างแน่นอน

. . . . บางทีบางครั้งคนเราล้มเหลวในชีวิตบ้างก็ดีเหมือนกันเพราะมันเป็นเพียงวิธีเดียวที่แสดงให้คุณได้เห็นว่าความไม่สำเร็จของคุณในวันนี้นั้นเป็นเพียงตัวแปรอย่างหนึ่งที่ให้คุณมีการหยุดพักเพิ่มแรงเพียงชั่วคราวก็เท่านั้น ฉันมองว่าเป็นเรื่องธรรมดานะ ขอแค่เรายังมีแรงศรัทธาในตัวเองอยู่ ฉันก็เชื่อว่าการล้มเหลวครั้งนี้จะเป็นเพียงช่วงรอยต่อของการเพิ่มพลังชีวิตของคุณให้ลุกโชนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ! ก็เพียงเท่านั้นเอง

บางที การฉีกยิ้มเพื่อแสดงการต้อนรับชีวิตที่เน่าเหม็นของตัวเองบางส่วนบ้าง มันก็ไม่เลวดีเหมือนกันนะ    :005:

~ รักเธอ ตลอดกาล ~

ชัชวีร์

  • บุคคลทั่วไป
Re: ~ กาลครั้งหนึ่ง . . .เมื่อ. . . ~
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2011, 01:09:49 PM »
หลังจากเราเสียใจ คงได้บทเรียนอะไรกับชีวิตบ้าง ไม่มากก็น้อย  อย่างน้อยๆก็รู้จักรักตัวเอง  เรื่องที่เขียน ชวนให้คิดดีค่ะ คุณผักหวาน  คล้ายๆ เหมือนๆ ที่เจอเลย แต่ก็คงผ่านมันไปได้ด้วยดีค่ะ  แล้วจะรออ่านเรื่อยๆนะคะ

ออฟไลน์ ผักหวาน

  • ~ ห้องแห่งความลับของดาวดวงหนึ่ง ~
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 200
  • -Receive: 91
  • กระทู้: 512
  • เพศ: หญิง
  • เราเป็นเพียงต้นหญ้า มิอาจให้ร่มเงาเท่าไม้ใหญ่
Re: ~ กาลครั้งหนึ่ง . . .เมื่อ. . . ~
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2011, 02:37:24 PM »
ยินดีค่ะ คุณสายลมที่หวังดี คนเราทุกคนผักหวานเชื่อว่ามีความรักให้กับตัวเองกันทุกคน แม้ต้องตกอยู่ในสภาพที่เรียกว่าสิ้นหวัง หรือล้มเหลว คนเหล่านั้นก็ยังจะสามารถรักตัวเองได้อยู่ค่ะ หากเราเจอคนอื่นที่ตกอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวและได้มาขอคำแนะนำจากเรา ถ้าเป็นผักหวานๆจะยกตัวอย่างเรื่องของตัวเองให้เขาฟัง หลังจากที่เขาฟังแล้วถ้ารู้เขาก็จะรู้ได้โดยไม่ต้องพูดอะไรมากมาย หากเดูแล้วเขาก็ยังไม่รู้ สิ่งที่เราควรทำคือปล่อยไว้อย่างนั้นสักพัก และไม่ควรละสายตาจากเขาไปซะทีเดียวจ้ะ

แต่ในขณะเดียวกันวินาทีที่รักตัวเองอยู่นั้น ก็จงอย่าลืมมีความรักให้กับคนอื่นๆด้วยบ้างก็พอ ผักหวานเคยตกอยู่ในสถาณการณ์ที่ไม่สามารถจะเอ่ยหรือแสดงความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของตัวเองต่อสังคมให้รับรู้ได้ในบางครั้ง บางทีก็รู้สึกอึดอัดเหลือเกิน การที่ไม่ยอมเอ่ยปากบอกความจริงบางทีก็ชวนให้คนอื่นพาลเข้าใจเราผิดๆ ตัวเราเองก็ไม่รู้ว่เขากำลังเข้าใจเราผิดอยู่เห็นอาการเขาไม่ดี เราก็ดันไปเข้าใจเขาผิดอีกรอบ กลายเป็นต่างคนต่างเข้าใจกันผิด เมื่อเข้าใจกันผิดๆความคิดก็ผิดๆไปด้วยส่งผลให้ปากเกิดการพูดคำวาจาที่ผิดๆ วนเวียนเป็นวัฏจักรไปเรื่อยๆไม่รู้จักจบ ไม่รู้จักสิ้น . . .

หากคนหนึ่งหยุด อีกคนต้องหยุดตาม ไม่งั้นชีวิตก็จะยุ่งเหยิงค่ะ เมื่อทุกอย่างสงบแล้วการจะกลับมาพบเจอกันอีกครั้งด้วยจิตสเน่ห์หาอันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิดแล้วล่ะค่ะ จะกลัวอะไรในเมื่อเข้าใจกันดีแล้ว จริงไม๊ค่ะ?

ผักหวานเองบางทีก็เข้าใจอะไรๆไปตั้งนานแล้วนะค่ะ แต่บางครั้งยังคงทำเป็นเหมือนไม่เข้าใจบ้างอะไรบ้างก็เพื่อจะดูว่า อีกฝ่ายนั้นหากทำความผิดมา เขาจะรู้สึกผิดบ้างหรือไม่ หรือจะแก้ไขและทำตัวอย่างไรเมื่อรู้สึกผิดกับส่วนนั้น หรือจะแสดงความรับผิดชอบในความผิดของตัวเองเช่นไร (ไม่ได้ต้องการให้มารับผิดชอบเราแบบนั้นเสมอไปนะคะ อาจจะด้วยวิธีอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรา ก็ได้ค่ะ) บางทีเราก็ต้องแปลงร่างเป็นคุณครูเพื่อสอนเด็กบางคนให้รู้สึกเข็ดหลาบซะบ้าง ไม่งั้นก็ไม่รู้จักกลัว และโตซักที

ธิคนี้ สามารถนำไปใช้ได้กับคนที่เรารักได้ทุกประเภทจ้ะ ไม่ว่าจะ เพื่อน คนรัก หรือ ครอบครัว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำส่วนใดไปปรับและประยุกต์ใช้กับตรงไหนเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดจ้ะ

อ้อ อย่าคิดมากนะค่ะ หากบางครั้งเราอาจจะต้องกลายร่างกลับมาเป็นเด็กและโดนสั่งสอนเพื่อให้รู้สึกเข็ดหลาบซะบ้างเหมือนกัน นั่นก็เพราะว่า คนเราทุกคนล้วนมีข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น เสมือนกันทุกคนจ้ะ   เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
~ รักเธอ ตลอดกาล ~

ออฟไลน์ โนบุนากะ

  • ประธาน
  • *****
  • Thank You
  • -Given: 9892
  • -Receive: 34847
  • กระทู้: 9917
  • เพศ: ชาย
  • ผู้ยิ่งใหญ่แห่งคันโต
Re: ~ กาลครั้งหนึ่ง . . .เมื่อ. . . ~
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2011, 11:14:30 PM »

การที่เคยพบกับความผิดหวัง บางครั้งแม้มันอาจกัดกร่อนเราจนแทบพังทลาย แต่หากเราลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง เราก็อาจจะแข็งแกร่งขึ้น เพราะมีภูมิต้านทาน

อาจยอมมองตัวเองมากขึ้น ยอมรับผู้อื่นมากขึ้น ปรับให้เข้ากับผู้อื่นได้มากขึ้น

น้ำตาแม้จะดูเป็นสิ่งน่าละอายสำหรับลูกผู้ชาย แต่เมื่อใดที่หลั่งรินออกมา นั่นก็หมายความว่า มันหลั่งออกมาจากใจ จากความรู้สึกที่แท้จริง

มีแต่มนุษย์ที่ไร้จิตใจเท่านั้นที่ไม่เคยหลั่งน้ำตา ไม่ว่าจะด้วยยินดี หรือกำสรด

เพียงแต่น้ำตาที่หลั่งออกมานั่น จะมีผู้ใดรับรู้บ้างมั้ย จะได้รับการตอบสนองหรือไม่

สวรรค์เท่านั้นที่จะให้คำตอบได้


 :n3:   :n3:
"หากจะรัก ต้องลืมคำว่า เสียใจ"
Love means never having to say you’re sorry.

ออฟไลน์ ผักหวาน

  • ~ ห้องแห่งความลับของดาวดวงหนึ่ง ~
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 200
  • -Receive: 91
  • กระทู้: 512
  • เพศ: หญิง
  • เราเป็นเพียงต้นหญ้า มิอาจให้ร่มเงาเท่าไม้ใหญ่
Re: ~ กาลครั้งหนึ่ง . . .เมื่อ. . . ~
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 01:27:48 AM »
จริงอย่างที่บอกค่ะ ผักหวานเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ว่าเรื่องการหลั่งน้ำตาสำหรับผู้ชายนั้นก็เป็นเรืองที่ธรรมดาอีกเรื่องหนึ่งเหมือนเรื่องทั่วๆไปบนโลกใบนี้
แต่เมื่อหากวันใดที่เราได้หลั่งมันออกมา ให้คิดเสมอว่าหลั่งมาเพื่อสิ่งใด และให้คิดตามทุกครั้งที่หลั่งว่าหากสิ้นสุดการหลั่งน้ำตาครั้งนี้เราจะทำสิ่งใดเพื่อเป็นการทดแทนสิ่งที่ผิดพลาดไปนั้น อย่าทำเป็นปากอย่างใจอย่างเลย เพราะคนที่คุณรัก เชื่อว่าก็คงไม่รู้เรื่องหรอก หากเป็นเช่นนั้น เขาก็จะคิดได้ทันทีว่า คุณไม่สนใจและไม่ใส่เขาลูกเดียว
พาลทำให้อดีตที่คอยหวานและเติมเต็ม ได้กลายเป็นขื่นขมเหมือนจะเข้าใจก็ไม่เข้าใจไปหมดซะทีเดียว ความรู้สึกคล้ายเหมือน ตะขิดตะขวงใจแปลกๆ

ไม่ยากเลย หากคุณรู้ตัวว่าคุณทำผิดหรือเคยทำให้เขาต้องร้องไห้เพื่อคุณมาก่อน ก่อนการหลั่งน้ำตาจากลูกผู้ชายคนหนึ่งอย่างคุณซะอีก  คุณก็แค่ กล่าวคำง่ายๆกับเขาไป ว่า "ขอโทษ" คำขอโทษที่มาจากใจ ไม่มีใครหน้าไหน ที่จะใจแข็งต่อไปได้ เมื่อยังรักเขา ก็บอกเขาว่า " ยังรักนะยังแคร์และห่วงนะ" เมื่อสัมผัสได้ว่าเขากำลังเกิดความไม่แน่ใจว่าคุณยังเหมือนเดิมหรือไม่  แค่เท่านี้ คำง่ายๆ  แค่ใส่ความจริงใจที่มี แค่นั้น  หากคุณทำมันไม่ได้ ก็แค่คิดว่า "นี่เราจะปล่อยให้หล่อนต้องร้องไห้เสียน้ำตาเพื่อเราไปอีกนานแค่ไหนกันนี่?" 
ผักหวานเชื่อว่า เดี๋ยวอะไรๆก็ดีขึ้นเองค่ะ  ทีนี้หากเราลองมาเรียงลำดับตามความจริงแล้วต้นเหตุใหญ่ของปัญหาหลักๆเลยที่มีคือ

1. การกลัวของใครคนหนึ่งกระทบให้อีกคนเกิดการกลัวตาม
2. เมื่อกลัวก็จะกลายเป็นไม่แน่ใจในคนอีกคน
3. เมื่อไม่แน่ใจในคนอีกคนก็จะเกิดการลองใจแบบความไม่แน่ใจหมายถึงไม่แน่ว่าจะยังอยากเอาเขาอยู่หรือไม่ของคนอีกคน
4. เมื่อมีการลองใจของคนอีกคนก็จะเกิดเป็นความเข้าใจผิดของคนอีกคน
5. เมื่อเกิดการเข้าใจผิดของคนอีกคนก็จะเรื่มมีอาการแปลกๆน่าสงสัยของคนอีกคน
6. เมื่อมีอาการแปลกน่าสงสัยของคนอีกคนเกิดขึ้นคนอีกคนก็จะเริ่มเข้าใจผิดในคนอีกคนอีกครั้ง
7. เมื่อคนอีกคนเข้าใจผิดอีกครั้งกลายเป็นว่าคนสองคนแทบไม่เข้าใจกันเลยในเมื่ออีกคนเกิดความไม่แน่ใจกับคนอีกคนไปแล้วการลองใจในแบบไม่แน่ใจนี่แหล่ะคือตัวการสื่อสารที่ผิดๆเพราะเปอร์เซ็นต์ความจริงมีแค่ครึ่งเดียวนั่นเอง
8. ประเด็นต่อมาคือกลับกลายตาลปัตรคนสองคนเลยอยู่กันไม่ค่อยจะได้ หรือได้ ก็ในแบบฉบับ กูๆมึงๆ มีแต่คำแรงๆดุดันให้กัน ก็คนมันต่างฝายต่างระแวงกันไปแล้วนี่ ที่สุดยังไงล่ะ? ก็ต่างคนต่างอึดอัดกันไปซะอย่างนั้น  ทั้งๆที่ความจริงแล้วเขาทั้งคู่ก็คือคู่แท้ของกันและกันมาตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้ว !!

ผิดแล้วล่ะ หากคุณจะบอกว่าฟ้าเท่านั้นที่รู้ว่าคุณเคยหลั่งน้ำตา เพราะไม่ใช่แค่ฟ้าที่รับรู้ ยังมีอีกคนหนึ่งที่เขามีใจเชื่อมโยงอยู่กับคุณแล้วก็รับรู้ความรู้สึกของคุณในตอนนั้นได้เป็นอย่างดี แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรกับการที่จะมาเจรจากันแบบดีๆผ่านทางจิตให้เหนื่อยและอ่อนใจเล่น ทำไมถึงไม่คุยกันแบบที่สามารถมองกันได้ด้วยดวงตาจริงๆของคนทั้งคู่ มือสองมือที่สัมผัสการได้จริงๆ ใจที่ต่างฝ่ายก็ต่างได้ยินเสียงของกันและกัน กันไปเลยล่ะ  ไม่เข้าใจว่าจะทำให้มันกลายเป็นเรื่องยากไปทำไมกัน !
~ รักเธอ ตลอดกาล ~

ออฟไลน์ nokkif

  • เม็ดทราย
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 1
  • กระทู้: 15
Re: ~ กาลครั้งหนึ่ง . . .เมื่อ. . . ~
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2011, 10:27:24 AM »
ซึ่งจังเลยคับผม ขอบคุณคับ ยังมีลมหายยังมีอยู่ก็ต้องสู้ต่อไปคับ ถึง ล่มก็ต้องลุก อีกที

ออฟไลน์ ผักหวาน

  • ~ ห้องแห่งความลับของดาวดวงหนึ่ง ~
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 200
  • -Receive: 91
  • กระทู้: 512
  • เพศ: หญิง
  • เราเป็นเพียงต้นหญ้า มิอาจให้ร่มเงาเท่าไม้ใหญ่
Re: ~ กาลครั้งหนึ่ง . . .เมื่อ. . . ~
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2011, 12:09:58 AM »
ใช่แล้วค่ะ  ต้องลุกและสู้อีกครั้งงงง  สู้ๆ !!!!!!!!   :4262: 
~ รักเธอ ตลอดกาล ~