ผู้เขียน หัวข้อ: แกงป่าปลาช่อน แบบโบราณ  (อ่าน 156 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 288
  • -Receive: 2407
  • กระทู้: 3178
  • เพศ: หญิง
แกงป่าปลาช่อน แบบโบราณ
« เมื่อ: เมษายน 19, 2017, 03:22:45 PM »
แกงป่าปลาช่อน แบบโบราณ


         “แกงป่าปลาช่อนนา” เป็นแกงที่ไม่ใส่กะทิ คำว่าแกงป่า ทำให้เรานึกถึงวิธีการปรุงที่ไม่ยุ่งยาก มีผักสมุนไพรนานาชนิด  เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ สำหรับปลาช่อนที่ใช้ในการปรุงแกงป่าควรเป็นปลาช่อนจากแหล่งธรรมชาติมากกว่าปลาช่อนเลี้ยง  เพราะจะให้รสชาติที่ดีกว่า
คุณค่าอาหารทางโภชนาการ


        เวลาเราพูดถึงแกงป่า   เรามักจะนึกถึงอาหารอะไรที่ทำง่ายๆ  เพราะว่ามีการเล่าต่อกันมาว่า คนในอดีต เวลาเข้าป่าแล้วนึกอยากจะรับประทานอะไร ก็ทำอะไรที่ง่ายๆ ก็คือตั้งหม้อแล้วก็หาพริก หาสมุนไพรที่มีอยู่หาได้ในป่า โยนลงไปในหม้อ แกงป่าจึงประกอบด้วยผักต่างๆ หลากหลายชนิด อาหารชนิดนี้เมื่อรับประทานก็จะได้ประโยชน์จากผักและสมุนไพรล้วนๆ ก็คือได้ใยอาหารที่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย ช่วยในการขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยในการลดไขมัน หรือถ้าหากบางครั้งเราใช้ผักบางอย่างเช่น มะเขือเปราะ มะเขือพวงเข้าไปด้วย ก็สามารถช่วยลดน้ำตาลหรือทำให้น้ำตาลดูดซึมได้ช้าลง

         เหล่านี้ก็คือประโยชน์หลักๆ ของการบริโภคพืชผักสมุนไพรมากๆ ที่สำคัญถ้าหากไม่สามารถรับประทานรสเผ็ด ก็อย่าปรุงให้เผ็ด เพราะถ้าหากร่างกายของเราไวต่อความเผ็ด มันก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียก็คือ ทำให้เยื่อบุทางเดินอาหารระคายเคืองมาก ก็จะเกิดอาการท้องเสีย  อาหารที่รับประทานเข้าไปแทนที่จะได้ประโยชน์ก็กลับมาเป็นโทษแทน ถึงแม้พริกจะมีประโยชน์มากก็ตาม แต่ในเรื่องของความเผ็ดร้อนของพริกก็เป็นเรื่องที่เราต้องระมัดระวังในระดับหนึ่ง เพราะว่าความเผ็ดร้อนนั้น จะช่วยในเรื่องของการขับเหงื่อ ช่วยในการเร่งการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย 

          ดังนั้น คนที่รับประทานอาหารรสเผ็ดบ่อยๆ มากๆ ส่วนใหญ่ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานได้ดี นอกจากนี้สารแคปไซซินที่อยู่ในพริกที่ให้รสเผ็ด ก็ยังมีรายงานว่า สามารถช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคบางชนิด เช่น ลดการดูดซึมน้ำตาลได้ หรือช่วยในเรื่องของการป้องกันการอักเสบ เพราะฉะนั้น แกงป่าก็เป็นตัวแทนของอาหารที่มีพริกเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ถ้าทานเผ็ดได้น้อยก็อย่าใส่พริกมากเกินไป ก็หวังว่าอาหารจานนี้ จะเป็นอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ถ้าหากเรารู้จักรับประทานในลักษณะที่เหมาะสมกับตัวเราและคนในครอบครัว


ส่วนผสม
เนื้อปลาช่อนหั่นแว่น        500 กรัม
น้ำพริกแกงเผ็ด     3 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเปราะหั่นชิ้น     3 ลูก
กระชายซอย     3 ช้อนโต๊ะ
มะเขือพวง       2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยอ่อน       2 ช่อ
ใบมะกรูดฉีก     3 ใบ
พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแฉลบ       ½  เม็ด
ใบกะเพรา          ¼ ถ้วยตวง
ถั่วฝักยาวหั่นท่อน     50 กรัม
น้ำเปล่า       3 ถ้วยตวง
น้ำปลา       1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย       ½ ช้อนชา
น้ำมันพืช       2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
1.ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงผัดพอหอม ใส่น้ำเปล่าคนให้เข้ากัน พอเดือด
2.ใส่เนื้อปลาช่อน ห้ามคนรอจนปลาสุก ใส่มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว มะเขือพวง พอสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย คนพอเข้ากัน
3.ใส่ใบมะกรูด พริกไทยอ่อน พริกชี้ฟ้า กระชาย และใบกะเพรา รอให้เดือดอีกครั้ง ยกลง ตักใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ