ผู้เขียน หัวข้อ: ♠ เรื่องชวนพิศวง ♠ ปริศนาการตายลึกลับของชายที่ไม่ทราบที่มา ♠  (อ่าน 120 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ PoseidoN

  • ♣ ♦ ♥ ♠ ♠ ♥ ♦ ♣
  • Uploader
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 424
  • -Receive: 1734
  • กระทู้: 1808
  • ☆★ Not a Big Deal ★☆
The Mysterious Death of the Man From Nowhere
ปริศนาการตายลึกลับของชายที่ไม่ทราบที่มา







จริงๆ แล้วการเสียชีวิตที่แปลกๆ บางกรณีนั้นก็ดูเหมือนว่าจะยังหาข้อสรุปไม่ได้ ปล่อยทิ้งไว้ให้อยู่กับความงุนงงสงสัย และก็บ่อยครั้งที่ปริศนาแปลกๆ ยิ่งพยายามค้นหาคำตอบ ก็กลับเจอความลึกลับมากยิ่งขึ้น เหมือนกับมันพยายามจะฝังตัวเองอยู่ในโลกของความน่าสงสัยแบบนั้นตลอดไป มีเคสลึกลับอยู่คดีนึงที่มีเกี่ยวกับชายผู้ลึกลับ ที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขามาจากแห่งหนใด ที่ต้องมาจบชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และยังทิ้งปมปริศนาค้างคาใจให้กับใครหลายๆ คนมาจนถึงทุกวันนี้ ผลักดันให้คดีนี้ให้กลายเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดใจมากๆ ที่ผู้คนต่างพยายามถกเถียงเพื่อหาข้อพิสูจน์


เหตุเกิดในวันศุกร์ ที่ 14 ของเดือนกันยายน ปี 2001 เวลาประมาณ 4 โมงครึ่งในช่วงเย็น ตามรายงามบอกว่า มีชายรูปร่างสูง แต่งกายดูดีสบายๆ เดินเข้ามาในโรงแรมข้างทางตามชนบทที่ อะแมนดาพาร์ค (Amanda Park), วอร์ชิงตัน (Washington) ใกล้ๆ กับทะเลสาบควินเทลท์ (Lake Quintalt) ซึ่งชายผู้นั้นเข้ามาขอเช็คอิน พร้อมทั้งจ่ายเงินสด สำหรับห้องพัก 1 คืน เขาลงชื่อไว้ว่า ไลล์ สตีฟวิค (Lyle Stevik) มาจาก เมริเดี้ยน (Meridian), ไอดาโฮ (Idaho) ซึ่งในขณะนั้นความน่าแปลกก็ไม่ได้มีอะไรมากนัก นอกจากเขาไม่ได้สวมแจ็คเก็ตกันหนาวเลย ทั้งๆ ที่อากาศค่อนข้างหนาวเย็น และก็ไม่ได้มีผิวสีแทนอย่างที่ควรจะเป็น เพราะว่าก็ใกล้ช่วงหน้าร้อน มันก็ควรจะมีหลักฐานของการไปตากแดดอะไรมาบ้าง ทางเจ้าหน้าที่โรงแรมก็ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดอะไรพวกนี้มากนัก ก็ได้พา ชายที่ชื่อ ไลล์ ไปยังห้องพักของเขาตามปกติ ชายผู้นี้เป็นคนที่พูดจาเพราะ น้ำเสียงดูเป็นมิตร และดูเป็นคนที่ธรรมดาๆ ปกติทั่วไปไม่มีอะไรโดดเด่นเลย ก็คงจะเป็นเช่นคนอื่นๆ ที่เข้ามาพักในโรงแรมตามปกติ แต่ทว่ามันไม่เป็นเช่นนั้น ผู้ชายนี้กลับทิ้งเหตุการณ์แปลกๆ ให้ได้เริ่มชวนสงสัยทีละเล็กทีละน้อย



เวลาผ่านไปไม่นานหลังจากที่เขาเข้ามาเช็คอิน เขาได้อาบน้ำแต่งตัวแล้วเดินมาหาที่แผนกพนักงานต้อนรับ และบ่นว่าเขาได้ยินเสียงรบกวนมาจากบริเวณพื้นที่สาธารณะใกล้เคียง ในเวลานั้นเขามีความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก และเขาแจ้งกับพนักงานว่าเขาต้องกาขอย้ายห้องนอน ทางด้านพนักงานก็ยินดีที่จะเปลี่ยนห้องให้โดยดี หลักจากนั้นในวันถัดมาชายผู้นี้ได้แจ้งให้กับแม่บ้านที่เข้ามาทำความสะอาดห้องว่า เขาต้องการที่จะพักต่ออีก 2-3 วัน จนถึงวันจันทร์หน้า พร้อมทั้งกำชับแม่บ้านว่า ไม่ต้องเข้ามาทำความสะอาดห้องของเขา และให้เอาผ้าขนหนูผืนใหม่ๆ มาให้ก็พอ

ในวันเดียวกัน และอีกวันถัดมา มีรายงานเล่าว่ามีคนเคยเห็นชายคนนั้นเดินอยู่ริมๆ ถนนใหญ่ ซึ่งก็ดูเป็นเรื่องปกติดีสำหรับผู้คนที่พบเห็น แต่มันน่าแปลกสักหน่อยสำหรับพนักงานโรงแรม เพราะว่าทุกคนยืนยันว่า ไม่มีพนักงานคนใดเห็นชายคนนี้ออกมาจากโรงแรมเลย ไม่ว่าจะไปที่ไหนกับใคร ก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน และเขาก็ไม่เคยออกมาขอใช้โทรศัพท์กับทางโรงแรมแม้แต่ครั้งเดียว แต่ว่าเรื่องมีอยู่ครั้งหนึ่งที่แม่บ้านได้เข้ามาเพื่อขอทำความสะอาดห้อง แต่ชายคนนั้นกลับแง้มเปิดประตูเล็กน้อย พร้อมทั้งบอกว่าแม่บ้านไม่จำเป็นต้องเข้ามาทำความสะอาดห้องเขาหรอก แต่ก็มีครั้งหนึ่งที่เขาเปิดห้องให้แม่บ้านเข้ามาเปลื่ยนถุงขยะในห้องเขา

จนกระทั่งวันจันทร์ ที่ 17 กันยายนมาถึง ชายที่เรียกตนเองว่า ไลล์ น่าจะต้องออกมาเช็คเอาท์ตามที่กำหนด และปรากฏว่าไม่มีวี่แววใดๆ แม่บ้านจึงต้องเดินไปเช็คดูว่ามีปัญหาอะไรติดขัดรึเปล่า คิดว่าอาจจะกำลังเก็บข้าวของอยู่ จึงทำให้ออกมาเช็คเอาท์ช้า แต่ทว่าเมื่อเคาะประตูเรียกแล้ว กลับไม่มีเสียงตอบรับแต่อย่างใด เธอจึงตัดสินใจใช้กุญแจสำรองไขเข้าห้องไป พบว่าชายผู้นั้นกลายเป็นศพไปเสียแล้ว สภาพศพนั่งคุกเข่าอยู่ในตู้เสื้อผ้า หันหลังไปยังแม่บ้านที่เปิดประตูเข้ามา ลักษณะเหมือนคนกำลังคุกเข่าสวดมนต์ ซึ่งทีแรกที่แม่บ้านเข้าไป เธอก็ไม่คิดว่าชายผู้นี้เสียชีวิตแล้ว เพียงแต่เธอพยายามเรียกเขาแล้ว แต่ไม่มีการโต้ตอบใดๆ เธอเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี จึงวิ่งไปแจ้งกับผู้จัดการโรงแรม เมื่อแม่บ้านและผู้จัดการกลับมายังห้อง ชายผู้นั้นก็ยังแน่นิ่งเช่นเดิม จึงทำให้แน่ใจมากขึ้นแล้ว ชายผู้นั้นสิ้นชีวิตไปแล้ว เมื่อเช็คตามร่างกายศพอย่างละเอียด ก็พบว่า นายไลล์ สตีฟวิค ใช้เข็มขัดมัดรอบๆ คอ แล้วผูกโยงกับราวแขวนเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้า



เมื่อมองดูรอบๆ ห้องอย่างคร่าวๆ จะเห็นว่ามู่ลี่หน้าต่างถูกรูดปิดอย่างมิดชิด ตรงเก้าอี้ในห้องมีเสื้อเชิร์ตลายสก็อตปลดกระดุมพาดวางอยู่ แต่ที่น่าแปลกคือ มีหมอนคั่นประตูตู้เสื้อผ้าที่เขาแขวนคออยู่ และระหว่างเข็มขัดกับลำคอก็มีผู้ขนหนูรองเอาไว้ ในถังขยะภายในห้องพัก พบว่ามีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายสัปดาห์ 2 ฉบับ นั่นหมายความว่า ก่อนหน้านี้ อย่างน้อยก็วันที่แม่บ้านเข้ามาพบศพ ชายผู้นี้น่าจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ที่น่าแปลกใจคือ เขามีหนังสือพิมพ์ได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีใครเห็นชายคนนี้ออกไปนอกโรงแรมเลย ในห้องยังพบกระดาษโน้ตขยำๆ มีตัวหนังสือเขียนว่า “ฆ่าตัวตาย (SUICIDE)” เขียนด้วยลายมือเหมือนเด็กเพิ่งเริ่มหัดเขียน เมื่อมองไปยังโต๊ะข้างเตียง พบเศษกระดาษโน้ตเขียนคำพูดสั้นๆ ว่า “ค่าพักห้องนี้” วางกับเงินธนบัตร 20 ดอลล่าร์ใบใหม่ๆ หลายใบ เป็นจำนวนเงิน $160 ในห้องไม่พบกระเป๋าใดๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลก เพราะพนักงานโรงแรมจำได้ว่าเคยเห็นชายคนนี้ถือกระเป๋าเข้ามาด้วยตอนที่เข้ามาเช็คอิน

เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ กลับพบความแปลกประหลาดมากขึ้น หากมองพิจารณาโดยละเอียดมากขึ้น ในห้องไม่มีร่องรอยของกระเป๋าเดินทาเลย ไม่มีร่องรอยการเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่มีกระเป๋าสตางค์ ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีกล่องใส่อาหาร หรือใบเสร็จใดๆ ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขามี ก็มีเพียงเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่เพียงแค่นั้นเอง และของเล็กๆ น้อยๆ นั่นคือ แปรงสีฟัน หลอกยาสีฟัน และแก้วน้ำพลาสติก 1 ใบ และที่น่าแปลกยิ่งกว่า นั่นคือ เมื่อลองเอาชื่อ ไลล์ สตีฟวิค (Lyle Stevik) ไปเช็คในระบบคนหาย กลับไม่ปรากฏข้อมูลการแจ้งคนหายแต่อย่างใด ทำให้สงสัยว่าชื่อนี้อาจจะไม่ใช่ชื่อจริงๆ ของเขา แต่เมื่อฝ่ายสืบสวนสอบสวนลองตรวจสอบอย่างละเอียด ก็ได้คาดการณ์ว่า ชื่อนี้อาจจะเขียนผิดเพี้ยนไปเล็กน้อย คิดว่า ชื่อที่ถูกต้องน่าจะเป็น Lyle Stevick (มีอักษร c) ไม่ใช่ Lyle Stevik (ไม่มีอักษร c) เมื่อเอาชื่อ Lyle Stevick ไปตรวจสอบในระบบประชาราษฎร์ ก็พบว่ามีตัวตนจริงๆ อาศัยอยู่ในรัฐ โอเรเกิ้น (Oregon) แต่ Lyle Stevik นั้นเป็นเพียงแค่ชื่อตัวละครในหนังสือที่เขียนโดย Joyce Carol Oate เท่านั้น ซึ่งทั้ง 2 ชื่อ (Lyle Stevick และ Lyle Stevik) ก็ไม่ได้มีความเชื่อมโยงอะไรเป็นพิเศษ

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ที่อยู่ที่ชายผู้นี้ได้เขียนทิ้งไว้เมื่อตอนเข้ามาเช็คอิน พบว่าไม่ใช่ที่อยู่ของบ้านพักทั่วๆ ไปอย่างที่คิด แต่กลายเป็นที่อยู่ของโรงแรมแห่งหนึ่งในเมริเดี้ยน ของรัฐไอดาโฮ เมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปยังโรงแรมแห่งนั้น ก็พบว่าทางโรงแรมเห่งนั้นไม่มีรายการบันทึกการเข้าพักของ คนที่ชื่อ Lyle Stevik แม้แต่น้อย และก็ไม่มีพนักงานโรงแรมคนใดคุ้นเคยกับรูปพรรณสัณฐานของชายผู้นี้อีกด้วย นอกจากนั้นเมื่อสืบข้อมูลกับทางพนักงานคนขับรถบัสในเส้นทางที่ชายผู้นี้เดินทางมา (ตั้งสมมติฐานว่าชายคนนี้น่าจะเดินทางมาโดยรถโดยสารประจำทาง) ก็ไม่มีพนักงานขับรถคนใดจดจำได้ว่าเคยเจอชายคนนี้แม้แต่น้อย ทางด้านพนักงานโรงแรมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชายคนนี้พูดด้วยสำเนียงคนแคนนาดา แต่เมื่อลองตรวจสอบลายนิ้วมือกับระบบฐานข้อมูลสากล กลับปรากฎข้อมูลของชายคนนี้เลยสักนิด ทำให้กลับกลายเป็นปริศนามากขึ้น เพราะไม่มีใครรู้จักชายคนนี้เลย และก็ไม่รู้ว่าเขามาจากไหน แม้ว่ารูปถ่ายของเขาจะถูกปิดประกาศไปตามสถานที่ต่างๆ แต่ก็ไม่มีใครออกมาแสดงตัวว่าเป็นคนรู้จัก หรือเป็นเครือญาติแต่อย่างใด พนักงานฝ่ายสืบสวนให้ความเห็นว่า เป็นไปได้ว่าชายคนนี้อาจจะไม่ใช่คนที่พูดภาษาอังกฤษโดยกำเนิด เพราะในห้องมีกระดาษที่ขยำแล้ว เป็นหลักฐานว่าเขาได้พยายามฝึกเขียนคำว่า “suicide” อยู่หลายครั้ง แต่อย่างไรก็ตามมันก็เป็นแค่เพียงสมมติฐานเท่านั้น ถ้าจะพูดกันโดยง่ายๆ นั่นคือ ชายลึกลับที่ชื่อ ไลล์ สติฟวิค น่าจะมาจากที่ใดไม่มีใครทราบ



จากผลการชันสูตรศพ เพื่อหาข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความลึกลับ กลับยิ่งสร้างคำถามมากกว่าให้คำตอบที่ชัดเจน ชายผู้นี้ถูดคาดคะเนอายุ น่าจะราวๆ 20 ถึง 30 ปี พบว่าร่างกายมีความสมบูรณ์ดี ไม่ได้ป่วยแต่อย่างใด ดูเป็นปกติทุกอย่าง เว้นแต่ช่วงใบหูอาจจะดูแปลกสักหน่อย เพราะเขามีใบหูที่แนบไปกับศีรษะ และเป็นผู้ชายที่มีมีติ่งหู ซึ่งจริงๆ แล้วข้อมูลนี้ก็ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร ในบริเวณช่วงปากพบร่องรอยการไปทำทันตกรรมมาเพื่อจัดฟันให้ตรง และฟอกฟันให้ขาวขึ้น แพทย์ที่ผ่าพิสูจน์พบหลักฐานว่าก่อนหน้านี้มีการสูญเสียน้ำหนักไปราวๆ 40 ปอนด์ (อาจจะมาจากการออกกำลังกาย) นอกจากข้อมูลเหล่านี้ ก็ไม่รู้อะไรมากมายเป็นพิเศษ แม้กระทั่งเชื้อชาติของชายคนนี้ก็ยังกำกวม อาจเป็นไปได้ว่าเป็นคนอเมริกาแท้ๆ หรืออาจจะมีเชื้อสเปนปนๆ ก็เป็นได้เช่นกัน ซึ่งยังหาข้อสรุปที่แน่นอนไม่ได้

ผลสรุปการตายที่แน่ชัดของชายคนนี้ คือ การฆ่าตัวตาย โดยมีการใช้ผ้าขนหนูมารองเพื่อลดความเจ็บปวดขณะแขวนคอในกรณีที่ฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่ลงความเห็นว่า ชายผู้นี้พยายามซ้อมฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่ที่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ ก็คงเป็นเรื่องการระบุอัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิต ที่ยังคงเป็นปมปริศนาอยู่เช่นเคย ไม่มีใครรู้ว่า เขาเป็นใคร? เขามาจากไหน? ทำไมไม่พกบัตรประชาชน? เข้ามาพักในโรงแรมแห่งนี้ได้อย่างไร? ทำไมถึงใช้ชื่อว่า ไลล์ สตีฟวิค? ทำไมเขาถึงใช่ที่อยู่โรงแรมในไอดาโฮเป็นที่อยู่บ้านของเขาเอง? เขากำลังหนีใคร? ในกระดาษโน้ตที่เขียนว่า “suicide” เขสต้องการจะสื่ออะไร? เขาเอาหนังสืมพิมพ์เข้ามาได้อย่างไร? สิ่งของเครื่องใช้ของเขาอยู่ไหน? หากเขากำลังพยายามจะฆ่าตัวตาย ทำไมต้องยังจะจ่ายเงินค่าห้องอีก? แล้วกระเป๋าสตางค์ที่เอาไว้เก็บเงินของเขาอยู่ไหน? และที่อยากรู้มากๆ คือ ทำไมต้องฆ่าตัวตาย? …ไม่มีใครให้คำตอบกับคำถามเหล่านี้ได้เลย และตอนนี้ก็ยังไม่มีคำตอบเช่นเดิม

มีข้อสัณนิษฐานหนึ่งว่า สาเหตุที่ฆ่าตัวตาย น่าจะมาจากเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปได้ไม่นาน (ไม่ถึง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา) เป็นไปได้ว่าชายคนนี้อาจจะสูญเสียคนที่รู้จักไปจากเหตุการณ์นี้ ส่วนสิ่งของเครื่องใช้ เขาอาจจะเอาไปทิ้งไว้ที่ใดที่หนึ่ง อาจจะเป็นที่ทะเลสาบควินเทลท์ที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้ และหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทำไมถึงหาข้าวของเครื่องใช้ไม่เจอเลย ไม่มีรายงานว่าค้นพบเจอสิ่งของเครื่องใช้แต่อย่างใด หรืออาจเป็นไปได้ว่า ในเมื่อตั้งใจจะฆ่าตัวตายแล้ว เขาก็คงไม่อยากพกพาข้าวของอะไรมาก เพราะแม้แต่เสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวในวันที่เข้ามาเช็คอิน ก็ยังไม่ได้สวมเลย ส่วนชื่อและที่อยู่อาจจะเป็นสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัว ณ ขณะนั้นก็เป็นได้ เพื่อที่ไม่อยากให้ใครมายุ่งวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของเขาเอง ซึ่งเขาคงไม่อยากให้ใครมาคาดเดาว่าเขากำลังคิดจะฆ่าตัวตายอยู่นั่นเอง (จะได้มีเวลาลงมือได้อย่างไร้กังวล) แต่มันก็ยังน่าแปลกใจอยู่ดี ว่าทำไมเขาจะต้องขอเพิ่มเวลาห้องพักอีก 2-3 วัน ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะมาฆ่าตัวตาย (1 วันก็น่าจะจบเรื่อง) หรือว่ามันมีช่วงที่ลังเลใจ …สุดท้ายก็ไม่มีใครมายืนยันได้อยู่ดี



ช่วงเวลาหลายปีผ่านไปไม่นาน ก็ได้มีข้อมูลโผล่ออกมาเพิ่มเติมความลึกลับเข้าไปอีก คือลูกสาวของแม่บ้านที่เข้าไปพบศพ ให้ข้อมูลว่า ในวันที่สองที่ชายคนนี้เข้ามาพักในโรงแรม เธอยืนยันว่าได้ยินเสียงคนหลายๆ คนออกมาจากห้องของเขา เธอมั่นใจสุดๆ ว่าเสียงที่ได้ยิน มันไม่ใช่เสียงจากทีวีแน่นอน ส่วนตัวแม่บ้านเองก็ออกมาเปิดเผยอีกว่า จริงๆ แล้วห้องพักที่ชายคนนั้นอยู่ถูกออกแบบให้เป็นห้องสำหรับคนพิการ พวกตู้เสื้อผ้าก็จะมีความสูงไม่มากนัก อยู่ตำแหน่งที่ต่ำเกินกว่าที่ชายคนนั้นจะมาผูกคอตายได้ (แต่ก็ทำสำเร็จ!?) ที่น่าสนใจอีกแง่หนึ่ง คือ เขาพยายามจะปฏิเสธที่จะให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดห้องตลอดทุกครั้ง สิ่งนี้ก็น่าจะเป็นข้อบ่งชี้เรื่องพยายามฆ่าตัวตายได้ แต่ปมลึกลับอื่นๆ ก็ยังหาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้อยู่ดี

จนมาถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีใครเข้ามาให้คำให้การว่ารู้จักคนที่ชื่อ ไลล์ สตีฟวิค เลย เรื่องอัตลักษณ์ที่บ่งบอกตัวตนที่แท้จริงของชายคนนี้ ก็ยังเป็นปริศนามืดมนเช่นเคย มีหลากหลายกระทู้ในเว็ปบอร์ดที่พยายามจะสืบค้นหาข้อมูลเหล่านี้ แต่สุดท้ายข้อมูลที่ได้ก็มีน้อยเหลือเกิน ที่จะมาสนับสนุนการเสียชีวิตของชายปริศนาที่เข้ามาคุกเข่าแขวนคออยู่ในโรงแรมริมถนน นี่เป็นคดีตัวอย่างที่ถูกปกคลุมไปด้วยความแปลกประหลาด และอุปสรรคการไขคดีที่น่างุนงง ไม่มีใครรู้ว่า ไลล์ สตีฟวิค คือใคร แล้วอะไรเกิดขึ้นกับเขา และเราก็น่าจะไม่รู้เช่นนี้ต่อไป



...แล้วคุณหล่ะ คิดว่าชายคนนี้เป็นใครมาจากไหน!?



Translator: PoseidoN
Source: http://mysteriousuniverse.org


<a href="http://medsai.net/webboard/song/music_player.swf?soundFile=http://medsai.net/webboard/song/creepy hour_melo.mp3&amp;loop=yes&amp;initialvolume=10&amp;autostart=yes" target="_blank" class="new_win">http://medsai.net/webboard/song/music_player.swf?soundFile=http://medsai.net/webboard/song/creepy hour_melo.mp3&amp;loop=yes&amp;initialvolume=10&amp;autostart=yes</a>