ผู้เขียน หัวข้อ: บ้านสไตล์ร่วมสมัย แบบบ้านที่มีต้นไม้เป็นพระเอก  (อ่าน 22 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 277
  • -Receive: 2375
  • กระทู้: 3154
  • เพศ: หญิง
บ้านสไตล์ร่วมสมัย แบบบ้านที่มีต้นไม้เป็นพระเอก


           หากคุณจะปลูกบ้านสักหลัง คุณจะปลูกต้นไม้กี่ต้น...ดูเป็นคำถามง่ายๆ แต่แฝงด้วยคำตอบที่หลายหลายและมีความหมายยิ่ง หลายคนเลือกปลูกให้มากที่สุดเพราะร่มรื่น แต่สำหรับบ้านหลังนี้เลือกที่จะปลูกเพียงต้นเดียว ต้นเดียวที่จะเป็น ”หัวใจ” ของบ้าน

          แบบบ้านหลังนี้ออกแบบโดยทีมสถาปนิกจาก TA-CHA Design และคุณสิทธิชัย บูรณะกิจไพบูลย์ ผู้เป็นเจ้าของบ้าน ได้ร่วมกันสร้างบ้านหลังนี้โดยมีแนวคิดเรื่องของแบบบ้านแบบไทยๆ เรื่องของต้นไม้และธรรมชาติที่ผสานเป็นหนึ่งเดียว

           พื้นที่นี้เดิมเป็นที่ดินว่างๆในโครงการบ้านจัดสรร ข้างหลังเป็นคลอง เจ้าของบ้านต้องการบ้านสำหรับครอบครัวขยาย ทุกคนในบ้านเห็นตรงกันว่า ‘ชาน’ จะช่วยเชื่อมความเป็นครอบครัวเข้าหากัน นอกจากนี้ชานยังเป็นตัวเชื่อมคนกับธรรมชาติเข้าหากันด้วย


          แม้หน้าตาของบ้านจะมีรูปแบบบ้านสไตล์ร่วมสมัย แต่ผู้ออกแบบได้หยิบสาระสำคัญของบ้านเรือนไทยมาใช้ มีการกำหนดฟังก์ชันการใช้งานเกือบเต็มพื้นที่ โดยมีพื้นที่ชานนอกบ้านใหญ่พอๆกับพื้นที่ใช้งานภายใน และให้ต้นไม้เป็นเหมือนศูนย์กลางที่รวมทุกส่วนไว้ด้วยกัน ชั้นล่างแบ่งเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร แต่ละห้องจะเปิดให้ดูโล่งและโปร่ง ส่วนตู้เก็บของทำเป็นงานบิลท์อิน ขณะที่เฟอร์นิเจอร์อื่นๆเลือกใช้แบบลอยตัว ส่วนชั้นบนก็เป็นห้องนอนของแต่ละครอบครัว และพื้นที่ส่วนกลางที่เชื่อมครอบครัวใหญ่เข้าด้วยกัน

           เจ้าของบ้านไม่ชอบบ้านที่ดูเป็นกล่องๆเกินไป สถาปนิกจึงคิดถึงเรื่องสเปซโดยใช้ไอเดียของเรือนไทยภาคกลางมาปรับให้ดูกระชับยิ่งขึ้น แบ่งพื้นที่เป็นสองก้อนหลักๆ มีชานตรงกลางแล้วปลูกต้นไม้ แน่นอนว่าต้นไม้เป็นสิ่งพิเศษที่ขาดไม่ได้ ทีมสถาปนิกให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันระหว่างคน บ้าน และต้นไม้ จึงทำงานร่วมกับนักจัดสวน เพื่อให้บ้านและสวนดูกลมกลืนเป็นเรื่องเดียวกัน นอกจากนี้ยังคำนึงถึงการถ่ายเทอากาศได้ดีและการเปิดรับแสงแดดอย่างพอเหมาะพอดีสำหรับต้นไม้และผู้อยู่อาศัย


           ต้นไม้ที่อยู่กลางบ้านช่วยเติมเต็มความเป็นบ้านได้อย่างสมบูรณ์ ที่เลือกน้ำเต้าต้น เพราะมีรูปทรงของต้นสวยงาม และมั่นใจว่าต้นไม้จะอยู่ได้ ตอนที่ลงต้นไม้ ต้องลากตุ้มเข้าไป พื้นไม้ก็ยังลงไม่ได้ เรียกว่าต้นไม้ต้องมาอยู่ก่อนบ้านเสร็จ 3 เดือน ช่วงนั้นทั้งบ้านมีแต่ฝุ่น สองเดือนแรกต้นก็ยังนิ่งๆ พอเข้าเดือนที่สามใบร่วงหมดเลย ซึ่งทีมงานสวนสบายแนะนำว่า ถ้ามาแล้วใบไม่ร่วงตั้งแต่แรก ก็ถือว่าโอเค แล้วพอแตกใบใหม่ ใบจะแตกใหญ่ขึ้น นั่นแสดงถึงการที่ต้นไม้พยายามปรับตัวให้เข้ากับบ้านเช่นกัน

           หลายคนถือโชครางเรื่องการมีต้นไม้กลางบ้านนั้นไม่ดี แต่เมื่อมองในแง่ของวิทยาศาสตร์และสุนทรีย์ มันกลับมีแต่ข้อดีเต็มไปหมด เพราะบางทีการอยู่ในห้องแอร์ทั้งวันอาจไม่ใช่คำตอบของการใช้ชีวิต การออกแบบช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น บ้านทั้งหลังจึงต้องอยู่สบาย ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทำให้เจ้าของบ้านเชื่อว่ามีต้นไม้แล้วดี หากปราศจากต้นไม้ ก็อาจจะเรียกได้ว่าปราศจากชีวิตก็ว่าได้