ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมต้องไปเนอร์สเซอรี่  (อ่าน 140 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 289
  • -Receive: 2413
  • กระทู้: 3183
  • เพศ: หญิง
ทำไมต้องไปเนอร์สเซอรี่
« เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2017, 03:24:39 PM »
ทำไมต้องไปเนอร์สเซอรี่


           ในปัจจุบันนี้ความเป็นครอบครัวเดี่ยว ที่ต้องทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วยมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสังคมเมือง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ได้ทำงานประจำส่วนมากคงมองไม่เห็นความจำเป็น

เหตุผลหลักๆ ที่พบคือ

            -  ต้องกลับไปทำงานหลังคลอด: ไม่มีปู่ย่าตายายหรือญาติพี่น้องอยู่ด้วย, ปู่ย่าตายายอายุมากเกินกว่าจะดูแลเด็กเล็กๆ ได้ หรือถ้าพอจะช่วยเลี้ยงได้ก็รับภาระเลี้ยงหลานคนอื่นอยู่แล้ว ฯลฯ

            -  คาดหวังให้ลูกได้สังคม ได้วิชาการ ก่อนเข้าอนุบาล: ไม่น่าเชื่อว่ายุคสมัยนี้การแข่งสูงจนกระทั่งเด็กอนุบาลของโรงเรียนบางแห่งจำเป็นต้องผ่านทดสอบวัดความพร้อมและความสามารถก่อนเข้าเรียน พ่อแม่บางกลุ่มจึงส่งลูกเข้าเรียนเนอร์สเซอรี่ด้วยจุดมุ่งหมายนี้
โดยทั่วไปแล้วคุณพ่อคุณแม่คงไม่มีใครอยากเอาลูกเข้าเรียนเนอร์สเซอรี่ตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ เพราะแน่นอนว่าคงไม่มีใครเลี้ยงดูลูกเราได้ดีเท่าตัวเอง ทำให้เกิดอาจเกิดผลเสียบ้าง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมทำใจไว้ได้เลย ดังนี้



ข้อเสียของการเข้าเนอร์สเซอรี่

>> ไกลหูไกลตา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกบ้างระหว่างวัน
>> หากลูกเจอประสบการณ์หรือการปฏิบัติที่ไม่ดี จะเกิดความฝังใจและไม่ชอบการเข้าโรงเรียนอนุบาลได้ในอนาคต
>> ป่วยง่าย ป่วยบ่อย ลูกในวัยนี้ภูมิต้านทานยังไม่ดีนัก การอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ของเด็กเล็กๆ ย่อมเสี่ยงต่อการติดเชื่อโรคได้ง่าย
>> ลูกอาจรู้สึกเคว้งคว้าง เพราะในความเป็นจริงเด็กวัยนี้ต้องการการดูแลเอาใจใส่อยากใกล้ชิดจากคุณพ่อคุณแม่ ดังนั้นคุณควรรับลูกให้ตรงเวลาและรักษาสัญญาเสมอ เพื่อให้ลูกเกิดความมั่นคงทางอารมณ์
>> มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการฝากเลี้ยง


แต่แม้จะเป็นทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้ แต่การเข้าเนอร์สเซอรี่ก็ยังมีข้อดีอยู่ไม่น้อยนะคะ


ข้อดีของการส่งลูกเข้าเนอร์สเซอรี่

>> ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้จะปรับตัวได้เร็วกว่าเด็กที่ไม่เคยเรียนเนอร์สเซอร์รี่มาก่อน เมื่อต้องเข้าอนุบาล
>> ลูกรู้จักการเข้าสังคม การปรับตัวเมื่อต้องอยู่กับคนแปลกหน้า การเรียนรู้ที่จะแบ่งปัน และการปฏิบัติตามระเบียบ
>> หากเป็นโรงเรียนที่มีชั้นอนุบาลหรือพี่โตๆ อยู่ด้วย ลูกจะมีพัฒนาการที่รวดเร็วในด้านต่างๆ ซึ่งเกิดจากการเฝ้าดูและการเลียนแบบกิจกรรมต่างของพี่โตๆ นั่นเอง เข้าทฤษฎีที่ว่าบ้านไหนที่มีลูกมากหนึ่งคน คนน้องมักจะเก่งมีพัฒนาการไวกว่าพี่คนโตเมื่อเทียบในช่วงอายุเท่ากัน
>> มีกิจกรรมตามตารางที่เป็นระเบียบแบบแผน ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกทั้งทางร่างกายและทางสติปัญญา เรียนรู้เรื่องต่างๆ ล่วงหน้าได้เปรียบ เด็กๆ ที่คุณพ่อคุณแม่อาจไม่มีเวลาส่งเสริมหรือมีเวลาทำกิจกรรมด้วย
>> ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถเตรียมเงินก้อนไว้สำหรับลูกเข้าเรียนอนุบาลได้เลยทีเดียว



#ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจให้ลูดเข้าเรียนเนอร์สเซอรี่ด้วยเหตุผลใด #สิ่งสำคัญที่สุดคือ #การเลือกเนอร์สเซอรี่ที่มั่นใจได้ว่ามีคุณภาพ #และมีกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้ ส่วนตัวคุณพ่อคุณแม่เองก็ควรพูดคุย เล่นกับลูกบ่อยทุกครั้งที่มีเวลานะคะ ลูกได้เป็นเด็กที่ทีพัฒนาการดีทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ

ข้อมูลจาก www.healthandtrend.com