ผู้เขียน หัวข้อ: ขนมไทย  (อ่าน 17 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 288
  • -Receive: 2407
  • กระทู้: 3178
  • เพศ: หญิง
ขนมไทย
« เมื่อ: กันยายน 06, 2018, 11:09:55 AM »
     ขึ้นชื่อ...ว่าขนม คงเป็นอาหารที่หลายคนชื่อนชอบ ขนมไทย เป็นขนมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้ว ด้วยรสชาติ และ รูปลักษณ์

     ขนมไทยทั่วๆไปหาซื้อแสนจะง่าย..ไม่ต้องทำเองก็ได้ แต่ถ้าหากอยากกิน "ขนมไทยโบราณ" ในยุคสมัยนี้คงต้องหากินยากสักหน่อย หรือบางทีแทบจะไม่มีหลงเหลือให้เห็นเลยก็ว่าได้

     เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนต่างต้องการความสะดวกมากยิ่งขึ้น วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาตอบโจทย์เยอะขึ้น เลยทำให้ "ขนมไทยโบราณ"      ถูกจัดกลายเป็นของหายาก

     วันนี้เราจึงชวนทุกท่านมา รื้อ ฝื้น ความหลัง...ชวนย้อนรอยความอร่อยไปกับขนมไทยโบราณหากินยาก แถมอีกทั้งยังมี ชื่องามนามเพราะ อร่อยล้ำค่าแบบไทยแท้ ๆ

เปิดตัวด้วย เมนูแรก... "บุหลันดั้นเมฆ"

     “บุหลันดั้นเมฆ” เป็นขนมที่มีที่มาจากในวัง ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลง “บุหลันลอยเลื่อน” อันเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ รูปลักษณ์จะคล้ายคลึงกับขนมน้ำดอกไม้ หากแต่สีสันจะเลียนแบบดวงจันทร์ที่ลองอยู่ท่าม กลางท้องฟ้า ตามเพลงพระราชนิพนธ์


ส่วนประกอบด้านนอกจะประกอบไปด้วย
     - แป้งข้าวเจ้า
     - แป้งมัน
     - น้ำตาลทราย
     - และได้สีจากน้ำดอกอัญชัน ในส่วนไส้ตรงกลางจะใช้ไข่ กะทิ น้ำตาลมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ


     สามารถให้เป็นของฝากผู้ใหญ่ หรือคนในครอบครัว นับว่าเป็นเมนูขนมไทยแสนประณีตอีกหนึ่งชนิด

------------------------------------------------------------------------------------------------
[/color]

ต่อด้วย... ขนมจ่ามงกุฎ (ดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง)

     “จ่ามงกุฏ” จัดเป็นขนมในราชสำนัก ใช้สำหรับเครื่องเสวยถวายพระเจ้าแผ่นดินในอดีต มีมาตั้งแต่ร.๒ มีความหมายที่ดี หมายถึงหัวหน้าผู้เป็นใหญ่ จึงนิยมมอบให้กับผู้ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง เนื่องจากมีวิธีทำที่ค่อนข้างยาก ประณีตและต้องอาศัยศิลปะในการทำสูงกว่าขนมชนิดอื่น

     แต่เดิมสูตรไทยโบราณจะไม่มีส่วนผสมของไข่ มีเพียงแป้ง กะทิและน้ำตาล ปัจจุบันหาทานได้ยากมาก...!! มีขายเพียงรุ่นที่สืบทอดกันมา รูปลักษณ์จะเป็น สีเขียว มีโรยแป้งทอด

     ต่อมา...ได้รับวัฒนธรรมตะวันตก ประกวดในงานฉลองปีใหม่ใน สมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม คนทั่วไปรู้จักในชื่อว่า “ดาราทอง” หรือ “ทองเอกกระจัง”

ส่วนผสมของขนมจ่ามงกุฎ
     - ไข่
     -  เมล็ดแตงโม
     -  รวมถึงแผ่นทองคำเปลวประดับตกแต่งเข้ามา คล้ายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เป็นรูปดาว


     ดังรูปลักษณ์คล้ายมงกุฏสีทองดั่งที่เราเห็นในปัจจุบันนั้น มีความคล้ายคลึงกับ "มงกุฏของฝรั่ง" ทำให้รู้จักกันในนามของขนม “จ่ามงกุฏ” ค่อนข้างมากกว่าดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง หรือเรียกได้ว่าเป็นจ่ามงกุฏยุคปัจจุบันนั่นเอง

------------------------------------------------------------------------------------------------
[/color]

ตามติดมาด้วย ขนมเสน่ห์จันทร์

     ความหมายของขนมชนิดนี้นั้น จะทำให้เป็นคนมีเสน่ห์ มีแต่คนนิยมรักใคร่ รูปทรงคล้ายผลของ "ลูกจันทน์" ซึ่งก็มีส่วนผสมของผงลูกจันทน์อยู่ในแป้งขนมด้วยนั่นเอง

     รสชาติของขนมจะหวานแต่จะไม่มาก หอมละมุนคล้ายกลิ่นผลจันทน์ผสมกับกลิ่นอบควันเทียน และมีความนุ่มๆ


ลักษณะที่ดีของขนม

     ขนมเสน่ห์จันทน์ ลักษณะที่ดีของขนม ควรมีสีเหลืองทอง สวยงาม ขนาดของเม็ดขนมมีขนาดขึ้นเท่าๆ กัน ขนมจะแห้งแต่ไม่แข็งและเหนียว รสหวาน หอม และมัน

------------------------------------------------------------------------------------------------
[/color]

ปิดท้ายด้วย...ขนมกระเช้าสีดา

     ชื่อขนมชนิดนี้มีที่มาจาก "ต้นกระเช้าสีดา" ในวรรณคดีรามเกียรติ์  มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว โดยตัวขนมจะทำมาจากแป้งสวยงามรูปทรงคล้ายกับกระเช้า เเละส่วนที่เป็นไส้ขนม กระเช้าสีดาเป็นขนมที่หารับประทานได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากต้องใช้ความประณีตและละเอียดอ่อนในการทำขนม


:234: :234: :234: :234: :234: :234: :234:

ออฟไลน์ faster99

  • Uploader
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 491
  • -Receive: 665
  • กระทู้: 616
Re: ขนมไทย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 09, 2018, 12:55:23 PM »
ขอบคุณสำหรับ สาระดีๆเกี่ยวกับขนมไทยครับ