ผู้เขียน หัวข้อ: ไวรัสโรต้า  (อ่าน 12 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 288
  • -Receive: 2407
  • กระทู้: 3178
  • เพศ: หญิง
ไวรัสโรต้า
« เมื่อ: กันยายน 12, 2018, 04:16:31 PM »
เชื้อไวรัสโรต้า

            มันอาจมากับของเล่น มากับอาหาร มากับของใช้เพียงแค่ลูกนำของเล่นหรือมือที่มีเชื้อนี้เข้าปาก ก็เป็นช่องทางติดไวรัสโรต้าแล้ว เชื้อไวรัสนี้ขับออกทางอุจจาระของผู้ป่วย จึงทำให้มีการแพร่ระบาดได้ค่อนข้างง่าย และมีการศึกษาวิจัยพบว่า ในเด็กแรกเกิดถึงอายุ 5 ขวบ แทบทุกคนจะเคยติดเชื้อนี้มาแล้ว ไวรัสโรต้าเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคอุจจาระร่วงในเด็กทารกและเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 2 ปี โดยจากสถิติทั่วโลกและในประเทศ พบว่าไวรัสเป็นหลักของการที่ทำให้เด็กป่วย และเสียชีวิตด้วยโรคอุจจาระร่วงถึงปีละ ประมาณ 600,000 คน

ผลจากการติดไวรัสโรต้า

          เด็กจะมีอาการอุจจาระร่วง ถ่ายเหลว ไม่มีมูก หรือเลือดปน อาเจียน เกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ บางรายจะมีอาการปวดท้อง และมีไข้จนถึงกับต้องนอนโรงพยาบาล เด็กที่ติดเชื้อนี้ประมาณครึ่งหนึ่งจะมีอาการคล้ายไข้หวัด น้ำมูกไหลและไอ


เพราะทารกน้อยยังพูดไม่ได้จึงอาจเกิดอันตรายได้ถึงชีวิต

          เมื่อทารกขาดน้ำมาก ก็ไม่สามารถบอกหรือช่วยเหลือตัวเองได้ จึงอาจทำให้เกิดภาวะช็อก การขาดน้ำมากจนกระทั่งระบบไหลเวียนล้มเหลว เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ เลือดมาเลี้ยงที่ผิวหนังได้ไม่ดี ทำให้ตัวเย็น ปลายมือปลายเท้าเย็น เป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิตได้หากมาพบแพทย์ไม่ทัน

ไวรัสโรต้าติดง่าย รักษาไม่ได้

          โอกาสติดเชื้อนี้อาจเกิดขึ้นได้กับทารกครอบครัว ไม่ว่ายากดีมีจน ไม่ว่าจะรักษาความสะอาดแค่ไหน เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเชื้อนี้แฝงตัวอยู่ที่ไหนบ้าง เชื้อนี้ทนทาน บ้านเราสามารถพบเชื้อนี้ได้ตลอดปี โดยเฉพาะช่วงต้นปี เมื่อติดแล้วเชื้อนี้จะฟักตัวประมาณ 4 วัน และเริ่มมีอาการ นอกจากนี้เราก็ยังไม่ยารักษาโรคนี้ด้วย การดูแลเด็กที่ป่วย แพทย์จึงใช้วิธีการรักษาตามอาการ ให้น้ำเกลือแร่ทดแทน ปรับเปลี่ยนนม ดูแลจนเด็กค่อยๆหายเป็นปกติเอง

ไวรัสโรต้า การแพร่ระบาดที่ไม่อาจคาดเดา

          ไวรัสโรต้ามีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในเด็กทั่วโลกมากกว่า 95% ได้แก่ G1,G2,G3,G4 และ G9 แต่เรื่องที่สำคัญคือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไม่มีความแน่นอน ในแต่ละช่วงเวลา และแตกต่างกันไปในแต่พื้นที่ทั่วโลกสายพันธุ์ที่ อาจพบการติดเชื้อในมากๆในปนนี้อาจไม่ใช่สายพันธุ์ที่มีการระบาดในปีถัดไป ดังนั้นการป้องกันที่ครอบคลุมมากกว่า จึงช่วยให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยของลูกน้อยมากยิ่งขึ้น


วัคซีนโรต้ากับประสิทธิภาพและความปลอดภัย

          ปัจจุบันมีวัคซีนโรต้าที่ได้รับการอนุมัติให้ทั้งหมด 2 ชนิด คือวัคซีนที่มีส่วนประกอบของเชื้อโรต้า 1 สายพันธุ์ และสายพันธุ์ ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดรับประทานที่มีข้อมูลความปลอดภัย และสามารถ เริ่มให้กับทารกอายุตั้งแต่ประมาณ 6-12 สัปดาห์ การที่ต้องเริ่มให้ในช่วงอายุดังกล่าวเป็นเพราะในช่วงสัปดาห์แรกๆ เด็กทารกจะยังได้รับภูมิคุ้มกันที่สร้างจากรก และการกินนมแม่ การสร้างภูมิคุ้มกัน ต่อไวรัสโรต้า จึงควรเริ่มต้นในช่วงประมาณ 2 เดือน ซึ่งเด็กอาจจะเริ่มมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรค ที่อยู่รอบๆตัวแล้ว

          ในด้านของประสิทธิภาพในการป้องกันพบว่า การรับวัคซีนโรต้า ซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์สำคัญ สามารถช่วยลดโอกาสที่เด็กจะท้องเสียขั้นรุนแรงจากไวรัสโรต้า และต้องนอนโรงพยาบาล ได้ถึงประมาณ 95.8% เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนโรต้า แต่เนื่องจากวัคซีนไม่สามารถป้องกันไวรัสบางสายพันธุ์ที่เป็นส่วนน้อย จึงควรที่จะให้ความสำคัญในการดูแลความสะอาด และสุขอนามัยสำหรับเด็กเล็กให้ดีที่สุด