ผู้เขียน หัวข้อ: มหาสฟิงซ์ยักษ์แห่งกีซ่า เจ้าแห่งทะเลทรายในอียิปต์  (อ่าน 30 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 289
  • -Receive: 2422
  • กระทู้: 3188
  • เพศ: หญิง
มหาสฟิงซ์ยักษ์แห่งกีซ่า เจ้าแห่งทะเลทรายในอียิปต์


          “สฟิงค์ (Spinx)” เป็นสัตว์ที่มีส่วนผสมของสัตว์หลายชนิดรวมอยู่ในตัวเดียวกันตามความเชื่อของคนอียิปต์ จะว่าเฉพาะอียิปต์ก็ไม่ใช่ที่เชื่อเรื่องสฟิงซ์ เพราะสฟิงซ์มีอยู่หลายเผ่าพันธุ์ต่างกันไป อย่างของชาวกรีกสฟิงซ์จะมีใบหน้าและอกของหญิงสาว ท่อนล่างเป็นสิงโตและมีปีกแบบนกอินทรี ส่วนของอียิปต์หรือพันธุ์ที่เราเรียกว่า “แอนโดรสฟิงซ์ (Andro-Sphinx)” ก็มีรูปร่างเหมือนชาวกรีกเพียงแต่ว่าไม่มีปีกเท่านั้นเอง เช่นกันที่สฟิงซ์แตกเผ่าเป็น “ครีโอสฟิงซ์ (Crio-Spninx)” ที่มีหัวเป็นแกะบ้างหรือเป็นนกเหยี่ยวบ้าง ในเปอร์เซีย (Persia), แอสซีเรีย (Assyria), และฟีเนียเซีย (Phoenicia) มีสฟิงซ์ทั้งสองเพศ ตัวผู้จะมีหนวดและผมหยักศก ส่วนของโรมโบราณเป็นผู้หญิงและอาจจะเป็นแบบที่ส่งผ่านมาให้กับอียิปต์ก็ได้เพราะว่าตัวนี้สวม “งูแอสพ์ (Asp)” คาดอยู่ที่หน้าผากด้วย

           นอกจากสฟิงซ์ในตำนานแล้วก็ยังมีสฟิงซ์ที่รู้จักกันดีก็คือ สฟิงซ์ของอียิปต์ อาศัยอยู่บนทรายสีเหลืองนุ่มของที่ราบสูงแห่งกีซ่า เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาซึ่งเรารู้จักกันดี สฟิงซ์ สัตว์ลูกครึ่งที่ทอดร่างหันหน้าสู่ทิศตะวันออกและหมอบเฝ้ามหาพีระมิดมานับพันปี เจ้าสัตว์ที่เกิดจากการรวมตัวอันแปลกประหลาดระหว่างมนุษย์กับสิงโต ส่วนหัวที่เหมือนมนุษย์นั้น มีสัญลักษณ์ องค์ฟาโรห์อียิปต์แสดงไว้ชัดเจน คือมีเคราที่คาง ตรงหน้าผากมีงูจงอางแผ่แม่เบี้ย และมีเครื่องประดับรัดเกล้าแบบกษัตริย์โดยรอบ ความกว้างของใบหน้านั้นประมาณ 14 ฟุต ส่วนลำตัวที่เป็นสิงโตมีความยาวเกินกว่า 240 ฟุต วัดจากหัวถึงหาง ขนาดของมันมโหฬารจนคนที่เดินผ่านเหลือตัวเล็กนิดเดียว


          ว่ากันว่าสฟิงซ์ คือ รูปเหมือนขนาดใหญ่กว่าร่างจริงสองเท่าของ “ฮาร์มาชิส” เทพแห่งรุ่งอรุณ เมื่อตอนที่แปลงร่างเป็นสิงโตมีเศียรเป็นฟาโรห์อียิปต์หรือ “sphingein แปลว่า การบีบรัด เพราะสฟิงซ์ของชาวกรีกเป็นสฟิงซ์ที่นิสัยไม่ดี ชอบหยอกเล่นกับเหยื่อ พอมีเหยื่อหลงเข้ามาก็จะถามคำถามและถ้าตอบไม่ถูกจะฆ่าทิ้ง ส่วนหน้าที่ของสฟิงซ์แห่งกีซ่านอกจากเฝ้าพีระมิดแล้ว เบื้องหลังและทุกด้านของรูปปั้นอมนุษย์นี้ ยังมีพื้นที่ ที่เรียกว่า “นครมรณะ” รายรอบอยู่ นครมรณะกินอาณาบริเวณคลอบคลุมผืนทรายทางใต้ ทางตะวันตกและเหนือของสฟิงซ์หลุมแล้วหลุมเล่าต่างถูกขุดเจาะเป็นโพรง เพื่อใส่โลงหินที่บรรจุร่างของพระราชวงศ์ ขุนนาง และนักบวชชั้นสูงซึ่งผ่านกรรมวิธีการทำมัมมี่มาแล้ว โดยที่สฟิงซ์จะคอยขจัดวิญญาณชั่วร้ายให้พ้นจากหลุมศพเหล่านั้น

          รูปสลักสฟิงซ์ของอียิปต์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ มหาสฟิงซ์ (The Great Sphinx of Giza) บริเวณใกล้กับพีระมิดคาเฟร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ หมู่พีระมิดแห่งกีซ่า (Giza Pyramid Complex)

หน้าที่ของสฟิงซ์ : สฟิงซ์เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของกษัตริย์ หรือเป็นสัตว์ที่มีชาญฉลาดและมีพลังเพื่อปกป้องพระศพและทรัพย์สมบัติภายในพีระมิด

          สฟิงซ์ยักษ์กีซ่า ถือเป็นสฟิงซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แกะสลักจากหินก้อนขนาดมหึมาเพียงก้อนเดียว โดยมีความยาวของลำตัวที่ 73.5 เมตร สูง 21 เมตรใบหน้ามีความยาว 5 เมตร จมูกยาว 2 เมตร ส่วนเคราไม่สามารถระบุตัวเลขของขนาดได้ ปัจจุบันนี้เคราและจมูกของสฟิงซ์ยักษ์ตัวนี้ ถูกแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ BRITISH MUSEUM กรุงลอนดอน ส่วนลำตัวของสฟิงซ์ มีรอยผุกร่อนอย่างชัดเจนทั้งจากสภาพภูมิอากาศอันเลวร้ายในทะเลทรายและพายุทรายพัดกระหน่ำทับถมอยู่เป็นประจำ และเนื่องจากถูกแม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลากในอดีตท่วมมาถึงครึ่งตัว กัดกร่อนให้บริเวณฐานเสียหายและเหลือร่องรอยการแช่น้ำ ทำให้ปัจจุบันนี้สฟิงซ์ยักษ์อยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์เท่าไรนัก แต่ก็สามารถมองภาพความยิ่งใหญ่ในอดีตได้จากสิ่งที่ยังเหลืออยู่