ผู้เขียน หัวข้อ: เพอร์เซโฟนี (Persephone) ... ราชินีผู้เลอโฉมแห่งยมโลก  (อ่าน 1506 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 289
  • -Receive: 2413
  • กระทู้: 3183
  • เพศ: หญิง

           เพอร์เซโฟนี (Persephone) หรือ โพรเซอร์ฟินี ไม่ใช่ภูติผีปีศาจหรืออสูรกาย แต่เธอคือธิดาของ พระนางดิมิเทอร์ (Demeter) เทพีแห่งการเก็บเกี่ยว ผู้เป็นหลานสาวแท้ๆของเทพฮาเดสผู้นี้ เทพีแห่งความเจริญงดงาม พระองค์ทรงเป็นพระธิดาในเทพซีอุสกับเทพีดิมิเตอร์ โพสพเทพีแห่งกรีก เมื่อเทพีดิมิเตอร์กับเทพีเพอร์เซโฟนีอยู่ด้วยกัน ความอุดมสมบูรณ์แห่งพืชพรรณธัญหารก็จะบังเกิดขึ้น แต่เมื่อทั้งสองพรากจากกันความแห้งแล้งและอดอยากก็จะมาเยือนสรรพชีวิต เพราะเทพีเพอร์เซโฟนีเป็นสัญลักษณ์แห่งการเจริญงอกงาม เมื่อความเจริญงอกงามไม่อยู่ พืชผลก็ล้มตาย ถูก ฮาเดส ลักพาตัวลงไปเป็นมเหสี หรือราชินีแห่งยมโลก


           พระนางดิมิเทอร์ มักพาธิดาอันเป็นที่รักติดตามไปด้วยทุกหนแห่ง แม้เมื่อเสด็จมายังโลกมนุษย์เพื่อดูแลต้นไม้และไร่นา เจ้าหญิงเพอร์เซโฟนี จะกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริงเมื่อได้เห็นดอกไม้เบ่งบาน และธรรมชาติอันสวยงาม


และอยู่ๆจากเทพีผู้สดใสน่ารักตามประสาสาววัยแรกรุ่น ก็พลิกผันกลายเป็นราชินีแห่งปรโลกและเย็นชาไปได้อย่างไร

            ตามตำนานเล่าว่า เทพีเพอร์เซโฟนีถูกตาต้องใจเทพฮาเดสเป็นอันมาก พระองค์จึงลักพาตัวไปยังอาณาจักรใต้พิภพ วันหนึ่งขณะที่เจ้าหญิงเพอร์เซโฟนีกำลังเก็บดอกไม้อยู่อย่างเพลิดเพลิน ทันใดนั้นแผ่นดินก็แยกตัวออกจากกัน ฮาเดสควบม้า เทียมรถสีดำผ่านมาและอุ้มเพอร์เซโฟนี หายเข้าไปในรอยแยกของแผ่นดินอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีหมูฝูงหนึ่งหล่นเข้าไปในรอยแยก ของแผ่นดินนั้นด้วย  ฮาเดสได้สวมมงกุฎที่ประดับด้วยอัญมณีที่งดงามแก่เทพีเพอร์เซโฟนี  ทั้งๆที่พระเทพีร้องไห้เสียใจแห่งความพลักพลาก เทพฮาเดสยินดีกับที่พระองค์ทรงได้พระมเหสีที่งดงามและผ่องใส พระเทพีทรงเกลียดพระสวามีมาก ถึงขนาดเกิดความเย็นชาไม่สนใจอะไรในพระสวามีเลยตั้งแต่อภิเษกกันมา แต่เมื่อพระเทพีถึงกำหนดขึ้นสู่พื้นพิภพใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกและเย็นชา เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์และกลายเป็นใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มและชีวิตชีวา ความแห้งแล้งบนโลกหายไปสิ้น กลับบังเกิดความอุดมสมบูรณ์ขึ้น แสดงถึงวันที่พระเทพีได้กลับสู่อ้อมอกพระมารดาอีกครั้ง กลายเป็นตำนานความเป็นของฤดูกาล

           เมื่อพระนางดิมิเทอร์ทราบว่าธิดาของเธอหายตัวไปจึงบังเกิดความโศกเศร้า ทำให้ต้นไม้ใบหญ้าพลอยเหี่ยวเฉา นางได้ ติดตามข่าวคราวจากพระอาทิตย์ แต่ในตอนที่เกิดเหตุถูกเมฆมาบดบังจึงไม่เห็นเหตุการณ์ จนได้พบกันเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่ง เป็นเจ้าของหมูที่หายไป เขามีชื่อว่า ทริปโทลีมัส ( Triptolemus ) เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดพระนาง ดิมิเทอร์ จึงแน่พระทัยว่า ฮาเดส เทพเจ้าแห่งความตาย เป็นผู้ลักพาธิดาไป จึงรีบไปเฝ้าซีอุสให้ช่วยจัดการ


           ซีอุส ( Zeus ) เทพเจ้าแห่งสายฟ้าผู้ยิ่งใหญ่ ทรงเกรงว่ามวลมนุษย์จะได้รับความเดือดร้อน เพราะหากพระนางดิมิเทอร์มีแต่ความโศกเศร้าแผ่นดินก็จะ แห้งแล้ง ปราศจากต้นไม้ใบหญ้าและความอุดมสมบูรณ์ จึงบัญชาให้ เฮอร์เมส เทพเจ้าผู้ส่งข่าว นำรับสั่งไปถึงฮาเดส ให้ปล่อยตัวเทพธิดาเพอร์เซโฟนี ซึ่งฮาเดสก็ต้องทำตามบัญชา

           และเมื่อใดที่เทพธิดา เพอร์เซโฟนีกลับขึ้นมาหาพระมารดา แผ่นดินก็จะอุดมสมบูรณ์และอบอุ่น ซึ่งตรงกับ ฤดูใบไม้ผลิ พระนางดิมิเทอร์ไม่ประสงค์ให้มนุษย์ ต้องอดอยากในช่วงฤดูหนาว อันเป็นช่วงเวลาที่ เพอร์เซโฟนีไปอยู่ในยมโลก จึงให้ ทรีปโทลีมัส เด็กหนุ่มเจ้าของหมูที่หายไปและได้ช่วยพระนางตามหาเพอร์เซโฟนี ยืมรถบรรทุกเมล็ดพันธุ์โปรยลงพื้นดินและสอนให้มนุษย์รู้จักการหว่านเมล็ดพืชในฤดูใบไม้ผลิ เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง และเก็บรักษาไว้ในช่วงระยะเวลาที่แผ่นดินแห้งแล้งและหนาวเย็น


           เมื่อฮาเดส นำตัวเจ้าหญิงเพอร์เซโฟนีลงมาในยมโลกใต้พิภพและได้แต่งตั้งให้เป็นราชินี ซึ่งเพอร์เซโฟนีก็เอาแต่ร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า แม้ว่าจะได้ประทับบนบัลลังค์หินอ่อนสีดำและได้รับการประทานเครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำและอัญมณีอันหาค่ามิได้ก็ตาม นางกลายเป็นพระราชินีแห่งยมโลกผู้เงียบเหงาและเย็นชา

           ครั้งหนึ่งเมื่อ ไพริโธอัส ( Pirithous ) กษัตริย์ของพวก แลพิธ ( Lapith ) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกรีซ กลายเป็นพ่อม่าย จึงให้สหายของตนคือ ธีซิอัส ( Theseus ) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเอเธนส์ ให้ช่วยหาเจ้าสาวคนใหม่และผู้ที่ไพริโธอัส สนใจคือ เพอร์เซโฟนี ราชินีแห่งยมโลก

           ธีซีอัส เคยให้สัญญาว่าจะช่วยเหลือเพื่อนในทุกเรื่อง จึงไม่อาจปฎิเสธคำขอร้องของไพริโธอัสได้ ทั้งสองลงสู่ยมโลกและทูลความตามประสงค์ในการมาให้ฮาเดสทรงทราบ แต่เมื่อได้รับเชิญให้นั่งลงบนม้านั่งวิเศษของฮาเดส ทั้งสองก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้ จนวันหนึ่ง เฮอร์คิวลิสได้ลงมาในยมโลกจึงช่วยธีซิอัสขึ้นมาได้สำเร็จ และพากลับสู่เมืองมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย แต่นับจากนั้นมาชาวเอเธนส์ซึ่งเป็นเชื้อสายของกษัตริย์ ธีซิอัสจึงมีต้นขาเรียวบาง เพราะส่วนหนึ่งของร่างกายยังคง ติดอยู่บนม้านั่งวิเศษในยมโลก

           ส่วนไพริโธอัส เฮอร์คิวลิสไม่สามารถช่วยดึงให้ลุกขึ้นจากม้านั่งวิเศษได้ เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวเพราะเทพเจ้าทั้งหลายไม่ยอมให้เฮอร์คิวลิสช่วย ทั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความไม่เจียมตัวของไพริโธอัสนั่นเอง