ผู้เขียน หัวข้อ: จากรุ่น .... สู่รุ่น....  (อ่าน 1862 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • นักรบ
  • **
  • Thank You
  • -Given: 277
  • -Receive: 2367
  • กระทู้: 3111
  • เพศ: หญิง
จากรุ่น .... สู่รุ่น....
« เมื่อ: มีนาคม 07, 2012, 12:56:55 AM »

       องค์ประกอบแห่งความสำเร็จที่ได้มา ลำพังแค่รสชาติความอร่อยอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเติมเต็มธุรกิจหลายๆ ด้าน ทั้งพัฒนามาตรฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์ แผนการตลาด และเปลี่ยนตำแหน่งสินค้า จากขนมใช้ในเทศกาลสู่ของฝากประจำถิ่น ทั้งหมดประกอบกันช่วยสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำในฐานะเบอร์หนึ่งแห่งขนมเปี้ยะบางคล้า


       ระยะเวลามากกว่า 70 ปี ผ่านการสืบทอดกิจการจากรุ่นสู่รุ่น ถึงวันนี้ ขนมเปี้ยะ “ตั้งเซ่งจั้ว” จากร้านเล็กๆ ในชุมชนบางคล้า ก้าวขึ้นสู่แบรนด์ของฝากอันดับต้นๆ ประจำเมืองแปดริ้ว พร้อมกับมีส่วนสำคัญ ผลักดันชื่อขนมเปี๊ยะบางคล้าเป็นที่รู้จักระดับประเทศ
       
       องค์ประกอบแห่งความสำเร็จที่ได้มา ลำพังแค่รสชาติความอร่อยอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเติมเต็มธุรกิจหลายๆ ด้าน ทั้งพัฒนามาตรฐานการผลิต บรรจุภัณฑ์ แผนการตลาด และเปลี่ยนตำแหน่งสินค้า จากขนมใช้ในเทศกาลสู่ของฝากประจำถิ่น ทั้งหมดประกอบกันช่วยสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำในฐานะเบอร์หนึ่งแห่งขนมเปี้ยะบางคล้า


       สินค้าที่อยู่รายรอบชีวิตเราที่เรียกว่าดีมีคุณภาพนั้น ส่วนมากมักจะผ่านกาลเวลามาหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ภายใต้ธุรกิจครอบครัวซึ่งส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น สิ่งที่ตกทอดมามักไม่ใช่แค่การรักษามาตรฐานเอาไว้ แต่ยังมีเรื่องราวของประวัติศาสตร์และวิธีการดำเนินธุรกิจที่ต้องก้าวข้ามความท้าทายของคนต่างรุ่น

        ร้านขนมเปี๊ยะ “ตั้งเซ่งจั้ว” เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ไม่เพียงแต่สืบทอดรสชาติและคุณภาพของขนม แต่ยังอาศัยพลังของการออกแบบเพื่อฟันฝ่าอุปสรรค รักษาความภาคภูมิใจของครอบครัว และสร้างชื่อให้กับร้านค้าในจังหวัดเล็กๆ อย่างฉะเชิงเทรา


       “คนพูดกันว่าบ้านที่ทำขนมเปี๊ยะ ทำเส้นก๋วยเตี๋ยว หรือทำเต้าหู้เนี่ย จะไปขอลูกสาวใครก็ไม่มีใครอยากยกให้หรอก” คุณปิยะพร ตันคงคารัตน์ ทายาทรุ่นที่สาม ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของธุรกิจกงสีอายุกว่า 80 ปีนี้เอ่ยกับเราถึงสิ่งที่เขาเคยได้ยินจากคนรุ่นพ่อ  แต่ไฉน ณ วันนี้ธุรกิจที่เคยขึ้นชื่อว่าไม่มีใครอยากยกลูกสาวให้ (เพราะกลัวลำบาก) ถึงกลับกลายเป็นความภาคภูมิใจของตระกูล “ตันคงคารัตน์” เจ้าของกิจการร้านขนมเปี๊ยะตั้งเซ่งจั้ว ณ ตลาดบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปได้ …อันนี้ต้องติดตาม/color]



       เส้นทางอาชีพหลังจากนั้น ฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการ จากรุ่นอากง สู่ทายาทรุ่นที่ 2 ค่อยๆ สะสมความสำเร็จ ต่อยอดให้ธุรกิจเข้าขั้นมั่นคง ประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างสูง สร้างชื่อให้ขนมเปี๊ยะจากบางคล้า เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

       “ตั้งเซ่งจั้ว” ชื่อนี้มีที่มาจากแซ่ของนายฮก แซ่ตั้ง ผู้บุกเบิกร้านขนมเปี๊ยะขึ้น ณ ตลาดบางคล้า บวกกับคำว่า “เซ่งจั้ว” ที่แปลว่า “สายน้ำแห่งความสำเร็จ” มันเป็นชื่อที่สื่อถึงชีวิตของอากงฮก (คุณปู่ของคุณปิยะพร) ที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำมาตั้งแต่เกิด อากงเติบโตขึ้นในเขตใกล้แม่น้ำอึ่งกึงของซัวเถา จนละผืนแผ่นดินจีนลงสำเภามาเสี่ยงโชคยังประเทศไทยที่ลุ่มแม่น้ำบางประกง คนจีนในยุคนั้นจำต้องหนีความอดอยากแร้นแค้นในประเทศเพื่อเอาชีวิตรอด บางคนมีทุนรอน บางคนมีวิชาชีพติดตัว อากงฮกซึ่งเคยเป็นลูกจ้างในร้านขนมเปี๊ยะมาก่อน จึงนำฝีมือและความรู้มาเปิดร้านเล็กๆ ของตัวเองในตลาดบางคล้าร่วมกับภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก

        เมื่อ 80 กว่าปีก่อน ตลาดบางคล้าถือเป็นชุมชนเกิดใหม่ มีความสำคัญคล้ายกับศูนย์กลางย่อมๆ ของแถบพนมสารคาม ปราจีนบุรี และกบินทร์บุรี ตัวตลาดพัฒนาขึ้นจากชุมชนเล็กๆ ซึ่งมีท่าเรือเป็นจุดซื้อขายสินค้า (อิงกับการคมนาคมทางน้ำอันเป็นการเดินทางหลักของสมัยก่อน) จนต่อมา ชาวจีนเจ้าของพื้นที่ก็ได้ขยายอาณาเขตจากท่าเรือมาสู่ตลาดห้องแถวไม้ที่เรียงรายอยู่ริมน้ำด้วย


         แม้ร้านของอากงจะสร้างรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัว แถมยังส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่เมืองจีนได้ แต่ก็ยังจัดว่า “ยากจนและต้องทำงานหนักตลอด” อาศัยว่า อากงมีความมานะอดทนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ชีวิตจึงค่อยๆ พัฒนาไปในทางที่ดี ลูกๆ ที่โตขึ้นก็เริ่มช่วยงานในร้านได้มากขึ้นตามลำดับ

         เมื่อมาถึงรุ่นคุณพ่อของคุณปิยะพร ตัวคุณพ่อ (คุณชวลิต ตันคงคารัตน์) ซึ่งเป็นลูกชายคนโต ร่วมกับคุณอา (คุณช่วงชัย ตันคงคารัตน์) และคุณอาผู้หญิง (คุณรัตนา ภายหลังสมรสไปอยู่พัทยา) ได้เป็นกำลังหลักในรุ่นที่ 2 ยอมสร้างหนี้ซื้อบ้านและเพิ่มพื้นที่การผลิตเพื่อขยายกิจการ

        เป็นช่วงสงครามเวียดนามและยุคเขมรแตก จึงมีคนอพยพมากระจุกตัวแถบอรัญประเทศ ส่งผลให้การค้าในย่านนี้สะพัดมาก ยอดขายขนมเปี๊ยะที่เคยทำได้ใน 1 เดือนก็สามารถทำได้ภายใน 1 วัน เรียกว่าเป็นยุคทองของตั้งเซ่งจั้วเลยทีเดียว กิจการเติบโตขึ้นจนต้องขยายโรงงานผลิตและหน้าร้านอีกครั้ง โดยคุณพ่อของคุณปิยะพรเห็นว่า “รถไฟ” เป็นระบบขนส่งมวลชนที่ดีที่สุดในตอนนั้น จึงตัดสินใจเปิดสาขาอีกแห่งที่หน้าสถานีรถไฟแปดริ้ว

       นอกจากนั้น เมื่อปี 2524 ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เดินทางมาบางคล้าและได้ชิมรสชาติขนมเปี๊ยะของร้าน พร้อมมอบ “ตราเชลล์ชวนชิม” การันตีความอร่อย ทำให้แบรนด์ตั้งเซ่งจั้ว เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นบ้าง แม้จะไม่ถึงขนาดติดปากเท่ากับขนมเปี๊ยะบางคล้า แต่เมื่อเห็นสัญลักษณ์ “เชลล์ชวนชิม” ก็จะเข้ามาซื้อสินค้าจากร้าน ส่งผลให้ยอดขายสูงมากขึ้นอย่างรวดเร็วถึงขนาดต้องย้ายโรงงานเดิมที่เป็นห้องแถว 4 ห้องไปสู่ที่ดินผืนใหม่เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่


      จุดอ่อนสำคัญในอดีตของตั้งเซ่งจั้วคือ การไม่ให้ความสำคัญเรื่องแบรนด์ ผู้คนรู้แต่ว่า “ขนมเปี๊ยะบางคล้าอร่อย …แต่เจ้าไหนล่ะ” การเพิกเฉยอันนี้ทำให้ลูกค้าเกิดความสับสน มีคู่แข่งหลายรายแอบอ้างสวมตำแหน่ง “ขนมเปี๊ยะเจ้าดังบางคล้า” ทั้งยังต้องเจอกับคู่แข่งในจังหวัดอื่นที่ขายตัดราคาอีก แต่ถึงกระนั้น คุณพ่อของคุณปิยะพรซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ ก็ยังตั้งมั่นว่า “เราทำขนมให้อร่อยมีคุณภาพเท่านั้นก็พอ เรื่องอื่นไม่ต้องไปสนใจ กล่องสวยแต่ขนมไม่อร่อยก็อยู่ไม่ได้หรอก” แม้คำกล่าวนั้นจะเป็นจริง แต่คุณปิยะพรเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การค้ายุคใหม่ต้องอาศัยปัจจัยอื่นเข้ามาช่วยด้วย

       ระหว่างที่ยังแก้ปัญหาเรื่องคู่แข่งและความสับสนของลูกค้าไม่ได้ จุดเปลี่ยนด้านภาพลักษณ์ของตั้งเซ่งจั้วก็มาถึงโดยบังเอิญ ด้วยลูกค้าคนหนึ่ง (ซึ่งชื่นชอบขนมเปี๊ยะของที่นี่มาก) ต้องการจะนำขนมเปี๊ยะไปแจกเป็นของขวัญในงานแต่งงาน เขาติดที่ว่ากล่องของที่นี่ไม่สวย จึงได้แนะนำนักออกแบบให้มาช่วยทำโลโก้และบรรจุภัณฑ์ใหม่ (ซึ่งเป็นรูปกุหลาบแดงสวยงาม) ครั้งนั้น ตั้งเซ่งจั้วเล็งเห็นถึงพลังของงานดีไซน์ได้อย่างชัดเจน จึงได้นำดีไซน์ของกล่องขนมแต่งงานมาปรับใช้กับขนมเปี๊ยะอื่นๆ นับแต่นั้นมา


       เป็นอีกครั้งที่เสียงจากลูกค้าเรียกร้องให้ตั้งเซ่งจั้วต้องปรับตัว ลูกค้าหลายคนเริ่มไม่อยากเดินทางไกลเข้าไปถึงตลาดบางคล้าซึ่งเป็นทางตัน ตั้งเซ่งจั้วจำต้องมองหาที่ดินติดถนนใหญ่เพื่อย้ายร้านออกมาเอาใจคนเดินทางบนถนนหลวง ในการออกแบบร้านใหม่นี้คุณอาซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กของอากงเห็นว่า ควรทำร้านให้สวยงามตามอย่างที่เคยเห็นในต่างประเทศ เน้นบรรยากาศน่ารักและอบอุ่น ฯลฯ

       หมู่อาคารทรงจีนร่วมสมัยทำหน้าที่เชื่อมโยงอดีตเข้าสู่ปัจจุบันและบอกเล่าถึงตำนานความภาคภูมิใจในครอบครัว เชื่อหรือไม่ว่าสาระที่อยู่ในกลุ่มอาคารร้านขนมเปี๊ยะนี้สามารถเบียดแซงผลงานสถาปัตย์โครงการใหญ่ๆ และได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองสถาปัตยกรรมดีเด่นปี 2547 ตั้งแต่นั้นมา ร้านตั้งเซ่งจั้วก็ต้องเปิดประตูต้อนรับสื่อนับร้อย รวมถึงได้รับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ คุณปิยะพรเสริมว่า “นี่แหละคือพลังของการออกแบบ มันสามารถแปลงอุคมคติเล็กๆ ของเราให้กลายเป็นเรื่องพิเศษขึ้นมา
       
      เมื่อสินค้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น นำมาสู่การพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์ พร้อมกับลบแนวคิดการทำธุรกิจแบบเดิมๆ ที่เชื่อว่า ถ้าของดี และรสชาติอร่อย ก็เพียงพอต่อความสำเร็จ แล้ว


      ณ วันนี้ ลูกหลานรุ่นที่ 3 ของครอบครัวเริ่มเข้ามาช่วยงานผู้ใหญ่รุ่นที่ 2 ซึ่งยังคงอำนาจการตัดสินใจอยู่ ลักษณะการทำงานยังคงเป็นแบบครอบครัวจีนที่ทุกคนช่วยกันทำงานทุกอย่าง ในรุ่นที่ 3 นี้ ตั้งเซ่งจั้วมีนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ประจำครอบครัวแล้ว คือ คุณระบิล ตันคงคารัตน์ ที่พยายามใส่ความกล้าของคนรุ่นใหม่ลงในบรรจุภัณฑ์ (ซี่รี่ส์ใหม่ๆ) ของทางร้านเสมอ


       

       

ออฟไลน์ โนบุนากะ

  • Moderator
  • **
  • Thank You
  • -Given: 9075
  • -Receive: 32225
  • กระทู้: 9704
  • เพศ: ชาย
  • ผู้ยิ่งใหญ่แห่งคันโต
Re: จากรุ่น .... สู่รุ่น....
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 07, 2012, 01:01:57 AM »
แนวนี้น่าสนใจนะ

หน้าบอร์ด กระทู้เธอก็มีคนมาอ่านทั้งวันเหมือนกัน   :pap:
"หากจะรัก ต้องลืมคำว่า เสียใจ"
Love means never having to say you’re sorry.

ออฟไลน์ EMMY

  • ไร้เทียมทาน
  • **
  • Thank You
  • -Given: 182
  • -Receive: 30
  • กระทู้: 138
  • เพศ: หญิง
Re: จากรุ่น .... สู่รุ่น....
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:57:56 AM »
จากรุ่นสู่รุ่น จริง ๆ กว่าธุรกิจครอบครัวจะประสพความสำเร็จต้องใช้เวลา ขยัน ไม่ย่อท้อ ความอดทน ฟันฝ่าอุปสรรคต่าง  ๆ เพื่อมาจุดมุ่งหมายในวันนี้ ขอปรบมือให้กับครอบครัวนี้ด้วยค่ะ  :n111: :n111: อ่านแล้วก็ประทับใจมาก ซึ่งหลายครอบครัวก็มีวิธีบริหารธุรกิจของตนเอง ขอบคุณกับเรื่องราวนี้ด้วยค่ะ :suu5:

ออฟไลน์ donut2499

  • เม็ดทราย
  • *
  • Thank You
  • -Given: 7
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 27
Re: จากรุ่น .... สู่รุ่น....
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2013, 09:11:28 PM »
ที่บ้านรับมาขายหลายสิบปีแล้วครับ