ผู้เขียน หัวข้อ: "เส็ง แปดริ้ว" เจ้าของตำนานใช้ปากแทงสนุ้ก  (อ่าน 1423 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ภูผา..อิงตะวัน

  • ภูผา..อิงตะวัน
  • นักรบ
  • **
  • Thank You
  • -Given: 277
  • -Receive: 2373
  • กระทู้: 3112
  • เพศ: หญิง

"เซียนตึ๊ก โคราช เซียนกิ๊ด หรือ วิเชียร แสงทอง โด่งดังแค่ไหน ก็แพ้ผมมาแล้วทั้งนั้น"

            วันนี้ขอนำเรื่องราวในอดีตวงการสนุกเกอร์ ซึ่งมีเนื้อหาแปลกประหลาด "พิสดาร" ไม่มีที่ไหนในโลก ทั้งอดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งบันทึกโดยหัวหน้าข่าวกีฬาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ "อำนวยศักดิ์ สว่างนก" หรือ "ศักดิ์อำนวย" นักคอลัมนิสต์ อดีตหัวหน้ากองบรรณาธิการนิตยสาร "คิวทอง" ที่เขียนไว้ใน "คิวทอง" ฉบับเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2529 จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ 25 ปี เรื่องราวจะพิสดารอย่างไร เชิญพิสูจน์ได้ ณ บัดนี้

             เส็ง แปดริ้ว เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2484 ที่ ต.หน้าเมือง  อ.เมือง  จ.ฉะเชิงเทรา  เมื่อเล็กยังเป็นเด็กดี เรียนหนังสือที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ แปดริ้ว เรียนแค่ไม่กี่ปีก็จะจบ ป.4 ด้วยความที่เป็นเด็กที่แก่น ไม่เอาถ่าน ไม่ชอบเรียนหนังสือ เกเร ในที่สุดก็ไม่เรียน ต้องออกมาโต๋เต๋ คบเพื่อนหัวไม้ทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเด็ก คบมันทั้งนั้น ชอบเที่ยวเตร่ ไม่ฟังคำทัดทานจากผู้ใหญ่ แม้กระทั่งเตี่ยของตัวเอง

"ทางบ้านทั้งด่า ทั้งบ่น ว่าผมไม่เรียนหนังสือ ไม่ทำงาน จำได้ตอนเตี่ยบ่นมากที่สุด"

เขาพูดเสียงสุดท้ายหายไปในลำคอ เหมือนจะกลืนความสะเทือนใจ

"บ่นมากนัก ผมก็เลยหนีออกจากบ้าน" เขากล่าวในที่สุด 


เด็กหัวรั้น อายุเพียงแค่ 8-9 ขวบหนีออกจากบ้าน มันจะไปไหนของมันหนอ ที่ตรงนั้นเล่นอะไรกันอยู่...

อ๋อ..เป็นโต๊ะสนุ้กฯเด็กๆที่ทำขึ้นโดยลังสบู่ ใช้ลูกแก้วเป็นลูกสนุ้กฯ เด็กเล่นกันหัวแดงทั้งวัน

ฝั่งตรงข้ามเป็นของจริง คือโต๊ะบิลเลียด นายอรุณ หน้าโรงหนังแปดริ้ว (คนแปดริ้วย่อมจะรู้จักันดี สาบานได้)

เด็กเล่นของเด็ก ส่วนผู้ใหญ่ก็เล่นส่วนผู้ใหญ่

3 ปีผ่านไป ไอ้เส็งก็สบโอกาสเข้าไปเป็นมาร์คเกอร์ที่โต๊ะใหญ่ ตั้งใจทำงาน ว่างก็ซ้อมฝีมืออยู่เป็นประจำ พออายุ 15 ก็เก่งสนุ้กฯเสียแล้ว

"มันเหมือนกับสิ่งทดแทนกันครับ" เขาพูดแล้วหยุดคิดนิดนึง ก่อนจะพูดในลำดับต่อมาว่า

"ผมหนีออกจากบ้าน ก็เป็นเด็กที่เลวอยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้ทำอะไร นอกเหนือไปจากนั้นอีก ช่วงเวลา 5-6 ปี ผมเล่นสนุกเกอร์อย่างเดียวไม่สนใจอะไรอย่างอื่นเลย ไม่ออกนอกลู่นอกทางแม้แต่น้อย ทั้งๆที่สิ่งยั่วยุอย่างอื่นมีอยู่รอบข้าง"

 ข้าพเจ้าปล่อยให้เขาพูดถึงความหลังตามสบาย

 "ผมฝึกสนุกเกอร์อย่างจริงจัง เอาการงานเป็นมาร์คเกอร์บังหน้าเตี่ย เป็นข้ออ้างว่าผมมีงานทำแล้ว ซึ่งมันก็ดีอยู่เหมือนกันที่เตี่ยเพลาการด่าลงไปบ้าง"

"อายุแค่ 15 ผมก็เก่งสนุกเกอร์แล้ว ถ้าเทียบฝีมือก็ขนาด ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ในขณะที่อายุเท่าๆ กับผมตอนนั้น แต่วงการสนุกเกอร์สมัยผมกับสมัยต๋องไม่เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ การสนับสนุนกีฬาเยี่ยม สามารถเป็นนักกีฬาได้เต็มตัว เหมือนกับที่ผมอยากเป็นในสมัยโน้น ฝีมือของผมอยู่ในขั้นหากินได้"

"อย่าว่าแต่แปดริ้วเลย ทั่วทั้งภาคตะวันออกในตอนนั้น ไม่มีใครสู้ผมได้ ต่อมาผมก็เลยเดินสายไปตามจังหวัดต่าง ๆ"

"ขนาดเซียนตึ้ก โคราช - เซียนกิ๊ด วิเชียร แสงทอง ที่โด่งดังขนาดไหนก็แพ้ผมมาแล้วทั้งนั้น"

ซึ่งมันก็จริง ผู้เขียนได้รับการยืนยันจาก วิเชียร แสงทอง เอง



แต่ความเก่งกล้าของ เส็ง แปดริ้ว ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น

เมื่อมือต่อมือ ไม่มีใครสู้เขาได้

เซียนเส็ง กับคู่ต่อสู้ จึงมีข้อตกลงกันใหม่ เพื่อที่จะให้เล่นกันได้

ข้อตกลงนั้นก็คือ

ให้ เซียนเส็ง ใช้ปากแทง ส่วนคู่ต่อสู้ใช้สองมือธรรมดา

มันเป็นการต่อสู้ที่ช่างทารุณโหดร้าย และค่อนข้างจะพิสดาร แต่ก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

เหตุการณ์ครั้งนั้น เกิดขึ้นเมื่อปี 2501 ซึ่งคนแปดริ้วก็รู้กันทั่ว เซียนเส็งจะเล่นกับใคร ต้องใช้ปากแทง ถึงจะมีคนยอมเล่นด้วย

วิธีการใช้ปากแทงของ เซียนเส็ง พอจะอธิบายได้ก็คือ สามารถใช้เรสต์ประกอบการแทงได้ โดยก่อนการแทงให้ใช้สองมือจับเรสต์และคิว แต่เวลาแทงจะต้องใช้ปากคาบไม้คิวแทง

นึกภาพเอาเองเถอะครับ ว่ามันยากลำบากแค่ไหน

แต่ เซียนเส็ง ก็ทำได้

แถมแทงได้แม่นยำเสียด้วย ความแม่นนั้นเกิดจากการช่ำชองในเหลี่ยมคู รู้เหลี่ยม รู้ชิ่ง อย่างหมดเปลือกมานั่นเอง

เพียงแต่เวลาปล่อยคิว แทนที่จะปล่อยโดยใช้ไม้จับคิว ก็กลับต้องใช้ปากคาบด้ามคิวแทง ถ้าลูกขาวอยู่ไกลใช้เรสต์ก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าลูกขาวอยู่ใกล้ชิ่ง ต้องใช้คิวพาดกับชิ่งแทนเรสต์แล้วละก็

มักจะเกิดอุบัติเหตุได้เสมอ

เพราะเวลาแทงต้องเอนตัวไปข้างหลัง แล้วพุ่งตัวไปข้างหน้า และถ้าปลายคิวมันพลาดตกจากชิ่งไปเสียก่อน...อะไรจะเกิดขึ้น

มันก็เหมือนเราคาบไม้ วิ่งไปชนกำแพง  อย่างไรก็อย่างนั้น

ดูไม่จืดเลยหล่ะครับ เลือดทะลักออกจากปากสด ๆ ฟันฟืนหักบรรลัย

นั่น...ทำให้ เซียนเส็ง ต้องฟันหลอไปตลอดขีวิต

เซียนเส็ง แปดริ้ว เก่งกล้าสามารถมากถึงขนาดต่อให้คู่ต่อสู้ถึงปานนั้น เรียกว่าเขายอดเยี่ยมมากในด้านการแทงสนุกเกอร์ และบิลเลียดในสมัยนั้น

พูดกันถึงด้านฝีมือ เมื่อก่อนแทบไม่มีใครสู้เขาได้ “คิวทอง” ศักดา รัตนสุบรรณ
ผู้คร่ำหวอดอยู่กับวงการสนุกเกอร์มาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้นยันปัจจุบัน เป็นอีกคนหนึ่งที่ให้คำยืนยัน


อายุ 19 โตเป็นหนุ่ม

ฝีมือลือเลื่องในยุทธจักร

มีเงินใช้ ใส่ทองเป็นเส้น ๆ

ชื่อเสียงติดปากชาวบ้าน เพราะเป็นคนเก่ง

ความที่ใครก็สู้เขาไม่ได้ในด้านการแทงสนุกเกอร์ เขาจึงมีความสุขทุกอย่าง เท่าที่ใจปรารถนา เพราะมีเงิน

มีเพื่อนฝูงมากมายทั้งชาย-หญิง กอดคอเที่ยวกันสะบั้นหั่นแหลก

ในบรรดาเพื่อนที่มีเป็นฝูง มีทั้งเพื่อนดี และเพื่อนเลว เพื่อนที่ดีก็ดีไป เพื่อนที่เลวก็ชวนกันไปฉิบหาย

เส็ง อาจจะเก่งกล้าสามารถในด้านการเล่นสนุกเกอร์

แต่ก็โง่สะบัดในด้านการเลือกคบเพื่อน เพราะ...เขาถูกเพื่อนเลวพาไป

พาไปเสพกัญชา ยาเสพติด เริ่มจากที่เรียกกันว่า หมู แล้วก็เลื่อนมาเป็น กัญชา

ต่อจากนั้นก็..
ฝิ่น ในที่สุดก็เลื่อนขึ้นมาเป็น เฮโรอีน

 

 
คนอายุ 19 ติดเฮโรอีน

ชีวิตมันบัดซบแค่ไหน

ในที่สุดก็เข้าไปเสวยนรกใน “คุก” 

คนอายุ 19 ต้องติดคุกเพราะยาเสพติด

โธ่ชีวิต...!  แล้วสำหรับชีวิตของเส็ง ยอดเซียนสนุกเกอร์ที่ฝีมือไม่มีใครสู้เขาได้นั้น ก็ต้องมาติดคุกครั้งแรก เมื่ออายุเพียง 19 ปี

เข้า ๆ ออก ๆ ตลอด บางทีออกมาได้เพียง 3 วันก็ถูกจับเข้าไปใหม่ ติดอีก 2 ปี กลับออกมาได้ 4 วัน ก็กลับเข้าไปอีก

เป็นเช่นนี้อยู่ 21 ปีเต็ม ที่เขาเอาคุกเป็นบ้าน ด้วยข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง

 

คำสัมภาษณ์ หลังออกจากคุกมาครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2529

...ช่วยให้คำตอบจริง ๆ กับผมหน่อยเถอะ ว่าเพราะอะไรคุณถึงติดยาเสพติด

“เพราะเพื่อนครับ เพื่อนมันชวน ความจริงผมไม่ต้องลองก็ได้ แต่ตอนนั้นมันไม่มีอะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชีวิต ไม่มีใครที่จะต้องคิดถึง ไม่มีใครที่จะต้องกลัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ก็ตาม เพราะผมเป็นเด็กที่ขาดความอบอุ่นในด้านนี้มาตลอดตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว พอเข้ากับพวกเพื่อน เลยถูกชักชวนไปในทางที่เสียได้ง่าย”

หมายความว่า คุณขาดความอบอุ่นมาตั้งแต่เล็ก งั้นหรือ..

เส็งพยักหน้ารับคำ  “เตี่ยไม่เข้าใจผม และผมก็ไม่เข้าใจเตี่ยมาตั้งแต่ต้น เคี่ยวเข็ญผมในสิ่งที่ผมไม่อยากทำ”

เช่นอะไร…

“บังคับให้ผมเรียนหนังสือ ทั้ง ๆ ที่ผมไม่อยากเรียน บังคับให้ผมทำงาน ในขณะที่ผมอยากจะเที่ยวเตร่กับเพื่อน เตี่ยไม่ให้เงินผม ในขณะที่ผมอยากได้เงินใช้”

…คุณติดยา และติดคุกครั้งแรกตั้งแต่อายุเท่าไหร่

“18-19 ได้มั๊งครับ และก็ติดมาตลอด”

เส็ง หยุดคิดชั่วครู่ ข้าพเจ้าแอบถือโอกาสสำรวจสภาพร่างกายของเขาในเวลาเดียวกัน  “เหมือนศพ ไม้เสียบผีไม่มีผิด” ข้าพเจ้าแอบคิดในใจ

เส็ง พูดต่อไปว่า

“ครึ่งชีวิต ผมเข้า ๆ ออก ๆ อยู่กับคุก ติดคุกมาแล้วทั่วประเทศไทย รวมแล้ว 21 ปี”

“คุณถูกจับ ส่วนใหญ่โดนข้อหาอะไร” ข้าพเจ้าถามออกไปอย่างโง่ ๆ

“มียาเสพติดไว้ในครอบครอง แต่ว่าผมไม่เคยค้านะ”

ข้าพเจ้าเกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างหนึ่ง จึงได้ถามเขาไปว่า

“ระหว่างที่ติดคุก คุณได้เสพด้วยรึเปล่า เพราะถ้าคุณไม่ได้เสพระหว่างที่คุณอยู่ในคุก คุณก็น่าจะอดได้เลิกได้ เพื่อพ้นโทษออกมาก็น่าจะกลับตัวได้”

เส็ง ได้อธิบายให้ข้าพเจ้าได้ฟังเป็นฉาก ๆ ชั้น ๆ เป็นตอน ๆ ถึงคำถามนั้น แต่ลำพังงานเขียนสารคดีเรื่องนี้ ไม่อาจจะตีพิมพ์คำอธิบายของเขาไว้ ณ ที่นี้ได้

“โอวตี่ ที่เรียกกันว่า ขุนโจรร้อยศพ ก็เพื่อนคุกคนหนึ่งของผม เขาตายเพราะติดยา” เส็งทิ้งท้ายให้ฟัง


...เดี๋ยวนี้ ออกจากคุกมา เคยเจอหน้าเพื่อนฝูงบ้างไหม ทั้งเพื่อนดีและเพื่อนเลวทั้งหลาย เมื่อครั้งที่คุณยังเป็นหนุ่ม เมื่อครั้งที่คุณเริ่มจะเสียคน

“...เพื่อนที่รักดี เรียนหนังสือ เขาก็เป็นใหญ่เป็นโตกันทุกคนนะครับ ผมจะเอ่ยชื่อให้ฟัง แต่อย่าเขียนถึงชื่อเขาเลยนะครับ ส่วนเพื่อนที่เลวมาด้วยกัน ปัจจุบันที่ยังเหลืออยู่ก็มี ... แต่อยู่ในคุกครับ”

”คุณเป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์มาแล้ว พอจะบอกได้ไหมว่า อะไรเป็นสาเหตุให้วัยรุ่นต้องเสียคน” ข้าพเจ้าถาม

“ขาดความอบอุ่นทางบ้านครับ สำคัญประการแรก พ่อ แม่ ไม่สนใจผม และผมก็ไม่ได้อยู่ในโอวาทเลยแม้แต่น้อย เหมือนหันหลังให้กัน”

“ประการที่ 2 ก็เรื่องคบหาเพื่อนฝูง เพื่อนดีก็พากันไปมีความสุข คบเพื่อนไม่ดีก็มีแต่จะพาเราไปพบกับความทุกข์ บ่อยครั้งที่ผมพ้นโทษออกมา แต่ไม่กล้าไปหาเพื่อนดี ๆ ต้องกลับไปเจอกับพวกเดียวกัน พวกเลว ๆ พวกเพื่อนติดยา ติดผง มันก็ชวนกันไปเสพอีก แล้วเราก็ต้องเข้าไปติดคุกอีก เป็นอย่างนี้ไม่รู้จบรู้สิ้น 21 ปีมาแล้ว”

“เมื่อตอนเตี่ยตาย เคยขอผมไว้ว่า จะเที่ยวจะเตร่อย่างไรไม่ว่า ขออย่างเดียว อย่าไปยุ่งกับยาเสพติด แต่ผมก็ติดจนได้ เพราะไม่เชื่อเตี่ย”


ถึงตอนนี้ ข้าพเจ้าเห็นได้ชัดว่า วินาทีนั้น เขาคิดถึงเตี่ยของเขาแน่นอน และมีความตั้งใจอีกครั้งว่า จะไม่กลับมาสู่ทางสายเก่าอีก

...ตอนนี้ก็ออกมาจากคุกแล้ว คิดจะกลับเข้าไปอีกไหม?


“ไม่แล้วครับ...ไม่กลับไปอีกแล้ว...”

“แล้วคิดว่าจะไปทำอะไรกิน” ผู้เขียนถามตรง ๆ

“คิดว่าจะหันกลับมาหาความถนัดดั้งเดิม คือการเล่นสนุ้กฯครับ”

“หมายความว่าอย่างไร...?”

“เป็นนักกีฬาก็ได้ หรือจะให้ผมเป็นมาร์คเกอร์ก็ได้ ที่ไหนโต๊ะไหน ผมเอาทั้งนั้น ขอให้ผมมีงานทำก็แล้วกัน” อดีตนักสนุกเกอร์ผู้ยิ่งใหญ่พูดอย่างน่าเห็นใจ

...แล้วคิดว่าจะกลับมาซ้อมจนมือเข้าฝักเหมือนเดิมได้หรือไม่?

“..ต้องขอเวลาซักระยะหนึ่งครับ แต่คราวนี้คิดว่าต้องหันกลับมาใช้ 2 มือนะครับ ถ้าจะให้ใช้ปากแทง ต้องขอดูมือคู่ต่อสู้ก่อน”

...ตอนอยู่ในคุกได้เล่นสนุกเกอร์บ้างหรือเปล่า และเล่น เล่นที่ไหน อย่างไร?

“...ตอนติดอยู่ที่คุกแปดริ้ว ก็ได้เล่นบ้างเหมือนกันครับ เพราะที่เรือนจำแห่งนี้ มีการผลิตโต๊ะสนุกเกอร์ด้วย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นโต๊ะขนาดเล็ก ผมก็ได้ไปช่วยทำงานที่นั่นด้วย แล้วก็ได้เล่นด้วยบางเวลา”

“หมายความว่า พวกนักโทษมาทำโต๊ะสนุกเกอร์ขายใช่หรือไม่?” ข้าพเจ้าถาม

“เรือนจำเป็นฝ่ายทำครับ โดยให้นักโทษเป็นช่าง เฉพาะบางคนก็มีฝีมือช่างทางนี้อยู่เหมือนกัน”

“ที่ติดคุกมีนักสนุกเกอร์คนอื่นอยู่บ้างหรือเปล่า..?”

“ก็มีครับ มีอยู่หลายคน แต่อย่าให้ผมเอ่ยชื่อเขาเลย มันจะเป็นการไม่ดี”

…มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับวงการสนุกเกอร์เมื่อก่อน กับเดี๋ยวนี้?”

“...ผมก็รู้แค่นิดหน่อยนะครับ เพราะส่วนใหญ่ผมก็อยู่ในคุก ไม่ค่อยจะรู้เรื่องโลกภายนอก แต่ก็เห็นว่าวงการสนุกเกอร์บ้านเราก้าวหน้าไปมาก มีการแข่งขันกันมากขึ้น มีการชิงแชมป์เอเซีย ชิงแชมป์โลกก็มีด้วย เห็นว่าเดี๋ยวนี้ก้าวหน้าไปทั่วโลกแล้ว ถ้านักสนุกเกอร์ของเราได้เป็นแชมป์โลกก็ดีนะครับ เพราะคนไทยเรามีฝีมือด้านสนุกเกอร์ไม่น้อยเลย ผมไม่เคยเห็น ต๋อง ศิษย์ฉ่อย แทง ได้ยินว่าเด็กคนนี้ฝีมือร้ายกาจมาก และอายุยังน้อย มันทำให้ผมนึกถึงอดีตสมัยหนุ่ม ๆ ตอนสมัยเป็นวัยรุ่น ผมก็เฟื่องอย่าง ต๋อง นี่แหล่ะ แต่เสียดาย ผมไปเลือกทางผิดเสียก่อน ตกเป็นทาสยาเสพติดจนชั่วชีวิต สูญสลายไปไม่มีอะไรเหลือ..”

ใช่สิ...ตกเป็นทาสยาเสพติด...ชีวิตสูญสิ้นไม่มีอะไรเหลือ  จะมีสักกี่คนหนอ ที่รู้ได้ คิดได้ ถ้าไม่สายไปเสียก่อน

                  เส็ง แปดริ้ว เจ้าของตำนานใช้ปากแทงสนุกเกอร์ เสียชีวิตราวปี 2538 เพราะหลังจากเลิกใช้ยาเสพติด ร่างกายก็ทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ สุดท้ายวิญญาณก็หลุดจากร่างในวัยเกือบ 60 ปี ที่จังหวัดฉะเชิงเทราบ้านเกิด


ออฟไลน์ Charat

  • Vip
  • ***
  • Thank You
  • -Given: 997
  • -Receive: 111
  • กระทู้: 708
Re: "เส็ง แปดริ้ว" เจ้าของตำนานใช้ปากแทงสนุ้ก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2013, 01:47:06 AM »
อ่านแล้วได้ข้อคิดเหมือนอย่างที่คนเก่าคนแก่เค้าให้ข้อควรจำว่า "ดูเอาเป็นเยี่ยง แต่อย่าเอาอย่าง" เลยนะครับชีวิตคนเราก็มักจะเป็นอย่างนี้มารู้ตัวก็เมื่อสาย การเเดินทางและการใช้ชีวิตถ้ามีคู่มือหรือคนแนะนำก็จะไปถึงเส้นชัยได้ดีกว่า แต่ก็อีกนั่นแหละครับในระหว่างทางอาจจะมีอุปสรรคอยู่บ้างหรือตัวเราเองเป็นคนเดินออกนอกกรอบแล้วเตลิดไปไกลไม่ยอมกลับสู่เส้นทางก็มีมากอยู่นะครับ ขอบคุณมากครับคุณภูผา...อิงตะวัน ที่นำเรื่องราวดีๆมาฝากให้สมาชิกได้อ่านและรับทราบกันครับ
สมาชิกผู้ตอบกระทู้ได้ยอดเยี่ยม

ออฟไลน์ สาวลำลูกกา

  • เม็ดทราย
  • *
  • Thank You
  • -Given: 24
  • -Receive: 5
  • กระทู้: 23
  • เพศ: หญิง
Re
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2013, 12:13:29 PM »
ขอบคุณค่ะ พี่ภูผา..อิงตะวัน ที่นำข้อมูลของ : "เส็ง แปดริ้ว" เจ้าของตำนานใช้ปากแทงสนุก มาให้อ่านค่ะ